การใช้ Tense ภาษาอังกฤษ 12 แบบ เข้าใจง่าย

เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี บนเฟซบุ๊ก กดติดตามได้เลย
บทเรียนภาษาอังกฤษฟรี มากมาย!
คลิก Google
แล้วพิมพ์ อ.ต้นอมร
คลิกอ่าน >> คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 1,000 คำ
เทคนิค เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ให้ได้ผล

เมื่อพูดถึงเรื่องของ Tense ในภาษาอังกฤษ หลายๆ คน คงไม่อยากจะฟังมัน แต่ด้วยความสำคัญของมันนี่ล่ะ ทำให้คนที่ต้องการพูดภาษาอังกฤษ ปฏิเสธไม่ได้ ที่จะต้องเรียนรู้เรื่อง Tense เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน การเรียน การสอบต่างๆ เรามาลองทำความเข้าใจไปพร้อมๆ กันนะครับ ค่อยๆ อ่าน เข้ามาอ่านบ่อยๆ อ่านทำความเข้าใจวันละ 1-2 หัวข้อ อย่าเครียดนะครับ ทุกคนทำได้ สู้ๆ .. ถ้าอ่านอย่างตั้งใจจนจบ จะรู้ว่า เรื่อง Tense จริงๆ แล้ว ไม่ยากเลยครับ

การใช้ Tense ต่างๆ ในภาษาอังกฤษ

สำหรับผู้เรียนภาษาอังกฤษที่ยังไม่ค่อยรู้จัก Tense เท่าไรนัก แนะนำให้อ่านหัวข้อเกริ่นนำเรื่อง Tense ทั้ง 12 ในภาษาอังกฤษ ตามหัวข้อด้านล่างต่อไปนี้ก่อนนะครับ

ตัวอย่างคลิปวิดีโอ สอนการใช้ Tense

หัวข้อ “ทำไมต้องมี Tense”

หัวข้อ “ความแตกต่างในการใช้ Will และ Going to”

ดูคลิปวิดีโอสอนเรื่อง Tense ต่างๆ จากบทเรียนด้านล่างต่อไปนี้

Tense ในตระกูล Present (ปัจจุบัน)

 present simple tense
 present continuous tense
 present perfect tense
 present perfect continuous tense

Tense ในตระกูล Past (อดีต)

 past simple tense
 past continuous tense
 past perfect tense
 past perfect continuous tense

Tense ในตระกูล Future (อนาคต)

 future simple tense
 future continuous tense
 future perfect tense
 future perfect continuous tense



1.Present Simple Tense (ปัจจุบันกาล)

โครงสร้างประโยค

ประธาน + กริยาช่องที่ 1
ถ้าประธานเป็นบุรุษที่ 3 เอกพจน์ + กริยาช่องที่ 1 เติม s หรือ es
อ่านบทเรียน คลิก >> การเติม s, es

เช่น

I go… / You go… / He goes… / They go…

She sings a song. แปลว่า หล่อนร้องเพลง
He plays football. แปลว่า เขาเล่นฟุตบอล
She is not here. หรือ She isn’t here. แปลว่า หล่อนไม่อยู่ที่นี่
We are not drivers. หรือ We aren’t drivers. แปลว่า พวกเราไม่ใช่คนขับรถ

ประโยคปฏิเสธและคำถามเราจะใช้ Verb to do มาช่วย เช่น

You do not like apple. หรือ You don’t like apple.
She does not eat meat. หรือ She doesn’t eat meat.
Do you like it?
Does he like it?

หลักการเติม ‘s’ ที่คำกริยา

1.เติม s หลังคำกริยานั้นๆ เช่น
He eats. She sings. A tiger runs.

2.ถ้ากริยาลงท้ายด้วย s, sh, ch, x, o, z, ss ให้เติม es เช่น
He teaches English.
She goes away.
She brushes her teeth.

3.ถ้ากริยาลงท้ายด้วย y และหน้า y เป็นพยัญชนะ ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es เช่น
He tries to study.
She studies English.

หมายเหตุ ถ้าหน้า y เป็นสระ ไม่ต้องเปลี่ยน y เป็น i ให้เติม s ได้เลย เช่น
play – plays = เล่น
pay – pay = จ่าย
destroy – destroys = ทำลาย

หลักการใช้ Present Simple Tense พอสรุปได้ดังนี้

1.แสดงลักษณะความจริงอยู่เสมอ ไม่ว่า เหตุการณ์จะผ่านไปเท่าใดก็ตาม เช่น

The earth moves around the sun.
โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์

The sun rises in the east and sets in the west.
ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตก

The earth is round.
โลกกลม

Water freezes at 0 C.
น้ำมีจุดเยือกแข็งที่ 0 องศาเซลเซียส

2.การกระทำที่เกิดขึ้นเสมอๆ, เกิดขึ้นจนเป็นนิสัย หรือ ประเพณีนิยม มักจะมี adverb of frequency ประกอบในประโยค เช่น

every day, usually, sometimes, frequently, always, naturally, generally, rarely, seldom, never etc.

She gets up at six o’clock.
หล่อนตื่นนอน 6 โมงเช้า (ตื่นเวลานี้จนเป็นนิสัย)

He runs every morning.
เขาวิ่งทุกๆเช้า

John often drinks beer.
จอห์นมักจะดื่มเบียร์

She never sits in front of the church.
หล่อนไม่เคยนั่งข้างหน้าของโบสถ์เลย

3.แสดงเหตุการณ์หรือกิจกรรมต่างๆที่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เช่น

I go to Chiangmai in the afternoon.
ฉันจะไปเชียงใหม่ในตอนบ่าย
He starts to study in five minutes.
เขาจะเริ่มเรียนภายใน 5 นาที
The concert begins at 1.30.
คอนเสิร์ตเริ่มเวลา 1.30 นาฬิกา
4.ใช้กับสุภาษิต คำพังเพย เช่น
New brooms sweep clean.
ไม้กวาดใหม่ย่อมกวาดสะอาดกว่า
Money makes friend.
เงินทองอาจทำให้ท่านมีเพื่อนฝูงมาก
Health is wealth.
ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ

2.Present Continuous Tense (ปัจจุบันกาลกำลังจะทำ)

รูปประโยค
I + am + กริยาช่องที่ 1 เติม ing
ประธานเอกพจน์ + is + กริยาช่องที่ 1 เติม ing
ประธานพหูพจน์ + are + กริยาช่องที่ 1 เติม ing
เช่น
She is running.
Is he playing football now?
I am not sleeping.
They are walking.

หลักการเติม ing

1.คำกริยาที่ลงท้านด้วย e ให้ตัด e ทิ้งเสียก่อนแล้วเติม ing เช่น
bite > biting
come > coming
arise > arising
write > writing
take > taking

2.กริยาที่ลงท้ายด้วย ee ให้เติม ing เลย เช่น
free > freeing
see > seeing
flee > fleeing
agree > agreeing

3.กริยาที่ลงท้ายด้วย ie ให้เปลี่ยน ie เป็น y แล้วเติม ing เช่น
lie > lying
die > dying
tie > tying

4.กริยาพยางค์เดียว มีสระตัวเดียวและมีตัวสะกดเป็นพยัญชนะตัวเดียว
ให้เพิ่มตัวสะกดอีก 1 ตัวก่อน แล้วเติม ing เช่น
run > running
sit > sitting
hit > hitting
get > getting
dig > digging
rob > robbing

5.กริยาหลายพยางค์ลงท้ายด้วยพยัญชนะ 1 ตัว หน้าพยัญชนะ มีสระหนึ่งตัว
ให้เพิ่มพยัญชนะเข้าไปอีก 1 ตัว แล้วเติม ing เช่น
forget > forgetting
admit > admitting

6.กริยามี 2 พยางค์ ซึ่งออกเสียงหนักที่พยางค์หลังมีสระตัวเดียว ตัวสะกดตัวเดียว
ให้เพิ่มตัวสะกดเข้ามาอีกหนึ่งตัวก่อน แล้วเติม ing เช่น
offer > offerring
refer > referring
occur > occurring
begin > beginning

7.คำต่อไปนี้ ใช้ได้ 2 แบบ คือ trevel, quarrel เช่น
travel > traveling (แบบอเมริกัน)
travel > travelling (แบบอังกฤษ)
quarrel > quarreling (แบบอเมริกัน)
quarrel > quarrelling (แบบอังกฤษ)

8.กริยาตัวอื่นๆ เติม ing ได้เลย เช่น
hear > hearing
burn > burning
bend > bending
read > reading

หลักการใช้ Present Continuous Tense

1.แสดงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะพูด และคาดว่าจะสิ้นสุดลงใน
ไม่ช้า มักมีคำเหล่านี้ คือ now, at the present time,
at this moment etc.
เช่น
She is eating.
Tom is running now.
We are walking.

2.แสดงการกระทำเริ่มก่อนพูดเป็นเวลานาน ขณะที่พูดนี้เหตุการณ์อาจไม่ได้
กำลังเกิดขึ้นจริงๆ มักมีคำว่า this week, this month etc.
เช่น
I am working with my teacher this summer.
ฉันกำลังทำงานกับครูของฉันในฤดูร้อนนี้
(ขณะที่พูดอาจทำ หรือไม่ทำอาการนี้ก็ได้)
Tom is working for an examination.
ทอม กำลังดูหนังสือสำหรับการสอบในครั้งนี้
(ขณะพูดอาจจะไม่ได้ดูหนังสือก็ได้)

3.ใช้แทนอนาคตกำลังจะมาถึงในไม่ช้า หรืออนาคตอันใกล้มักมี adverb of time
(tomorrow, next week, next month etc.)
เช่น
I am asking him tomorrow (= I will ask him tomorrow.)
ฉันจะถามเขาพรุ่งนี้
He is leaving on Sunday (= He’ll leave on Sunday.)
เขาจะออกเดินทางในวันอาทิตย์

4.กริยาที่่ไม่นิยมใช้รูป Present Continuous Tense

4.1กริยาแสดงความรู้สึกทางประสาททั้ง 5
see = เห็น notice = สังเกต
smell = ดมกลิ่น taste = ชิม
hear = ได้ยิน recognize = จำได้ etc.

4.2กริยาที่แสดงความรู้สึกทางอารมณ์ เช่น
love = รัก dislike = ไม่ชอบ
adore = รักยิ่ง, บูชา forgive = อภัย
wish = ปรารถนา, ต้องการ care = เอาใจใส่
desire = ปรารถนา hate = เกลียด
want = ต้องการ like = ชอบ
refuse = ปฏิเสธ

4.3กริยาแสดงความคิด เช่น
think = คิด know = รู้
realize = ตระหนัก recollect = จำได้
suppose = คิด recall = นึกได้
expect = คาดหวัง suppose = คิด
understand = เข้าใจ mean = ตั้งใจ, หมายความ
believe = เชื่อ forget = ลืม
trust = เชื่อ remember = จำได้

4.4กริยาอื่นๆ เช่น
seem = ดูราวกับว่า hold = บรรจุ
belong = เป็นของ own = เป็นเจ้าของ
contain = บรรจุ possess = เป็นเจ้าของ
appear (=seem) consist = ประกอบด้วย

3.Present Perfect Tense (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์)

รูปแบบประโยค
ประธาน + has,have + Past Participle
เช่น
We have eaten American foods.
She has not(hasn’t) eaten Thai foods.
Has he smoked cigarettes?

หลักการใช้ Present Perfect Tense

1.แสดงถึงการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต แล้วเหตุการณ์ยังคงดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน
(ตอนพูด) และมีแนวโน้มว่าจะเนินต่อไปในอนาคตมักจะมีคำว่า since, for
เช่น
Dr.Helen has lived in Bangkok since 1958.
ดร.เฮเลน อยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่ ค.ศ.1958
I have studied in America for four years.
ฉันเคยเรียนที่อเมริกามาเป็นเวลา 4 ปี

2.แสดงการกระทำซึ่งเกิดขึ้นในอดีต และพึ่งเสร็จสมบูรณ์ไปไม่นาน มักมี adverb
เช่น just, yet etc. ประกอบด้วย
เช่น
I have just passed my friend’s house.
ฉันพึ่งผ่านบ้านเพื่อนของฉันมา
They have already finished housework.
พวกเขาทำงานบ้านเสร็จแล้ว

3.แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ผลของการกระทำนั้นยังคงมาถึงปัจจุบันขณะที่พูด
เช่น
I have read this book before.
ฉันเคยอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว
He has opened the door.
เขาได้เปิดประตูแล้ว (ผลของการกระทำยังอยู่คือประตูเปิด)

4.เหตุการณ์ที่เคยทำซ้ำๆกันหลายหนแล้วในอดีต อาจจะทำต่อไปในอนาคต
แต่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นเมื่อใดน่ อาจไม่ได้บ่งเวลาได้ มักมี adverb of time เช่น
many times, several times ในประโยคด้วย
เช่น
I have been to America many times.
ฉันได้ไปอเมริกาหลายครั้งแล้ว
She has read this book three times.
หล่อนเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ 3 ครั้งแล้ว
He has eaten Thai food several times.
เขาเคยกินอาหารไทยหลายครั้งแล้ว

4.Present Perfect Continuous Tense (ปัจจุบันกาลสมบูรณ์กำลังกระทำ)

รูปแบบประโยค
ประธาน + has, have + been + กริยาเติม ing
เช่น
I have been thinking.
ฉันกำลังคิด
They have been talking.
พวกเขากำลังพูดกัน
She has been living here for 2 weeks.
หล่อนอาศัยอยู่ที่นี่มา 2 สัปดาห์แล้ว
He has been studying hard all year.
เขาเรียนหนังสือหนักมาตลอดปี

หลักการใช้ Present Perfect Continuous Tense

1.ใช้แสดงการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินมาโดยไม่ขาดตอน
เช่น
John has been living in America since 1984.
จอห์นได้มาอยู่อเมริกาตั้งแต่ปี 1984
หมายเหตุ Present Perfect Continuous Tense นี้ ใช้เหมือน Present Perfect
ต่างกันที่ว่า Present Perfect Continuous Tense ใช้เพื่อต้องการเน้นย้ำว่าการกระทำ
ติดต่อกันมาตลอด และกริยา ที่ใช้มักเป็นกริยาที่มีลักษณะต่อเนื่องได้ ปัจจุบันไม่ใคร่นิยมใช้มากนัก

5.Past Simple Tense (อดีตกาลธรรมดา)

รูปแบบประโยค
ประธาน + กริยาช่อง 2
เช่น
She went home.
เธอกลับบ้าน
I came here last night.
ฉันมาที่นี่เมื่อคืน

หลักการใช้ Past Simple Tense

1.ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และจบสิ้นลงไปแล้วในอดีตเช่นกัน มักมีคำว่า once, ago, last night,
last week, last year etc.
เช่น
I got sick yesterday.
ฉันป่วยเมื่อวานนี้
I lived in Phuket 3 years ago.
ฉันอยู่ที่ภูเก็ตเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
She went to the university last week.
หล่อนไปมหาวิทยาลัยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

2.แสดงเหตุการณ์ที่เป็นนิสัย ที่ทำประจำในอดีต (ปัจจุบันไม่ได้กระทำแล้ว) มักมี adverb ความถี่อยู่ด้วย
เช่น always, every, frequently etc.
เช่น
Chris walked every morning.
คริสเดินทุกๆเช้า (เป็นนิสัยในอดีต ปัจจุบันไม่ได้กระทำแล้ว)
He always woke up late last year.
เขาตื่นนอนสายเสมอๆเมื่อปีที่แล้ว
When I was young. I listened to the radio every night.]
เมื่อฉันเป็นเด็ก ฉันฟังวิทยุทุกคืน

3.แสดงถึงการกระทำทั้งสองอย่างที่เกิดในเวลาเดียวกัน มักมีคำว่า as, while อยู่ด้วย
เช่น
While she sang, I danced.
ขณะที่หล่องร้องเพลง ฉันเต้นรำ
As she cooked, her son played football.
ขณะที่หล่อนทำอาหาร ลูกชายของเธอก็เล่นฟุตบอล

6.Past Continuous Tense (อดีตกาลกำลังกระทำ)

รูปประโยค
ประธาน + was, were + กริยาเติม ing
เช่น
I was drinking a glass of water.
ฉันกำลังดื่มน้ำ 1 แก้ว
They were playing football in the field.
เขากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในสนาม

หลักการใช้ Past Continuous Tense

1.ใช้เมื่อเกิดเหตุการณ์ 2 อย่าง เกิดขึ้นในอดีต เหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดขึ้นและดำเนินอยู่ก่อนแล้ว
เราจะใช้ Past Continuous และมีเหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้น จะใช้ Past Simple
เช่น
While I was cooking, the telephone rang.
ขณะฉันทำอาหารโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
We are walking along the street, it began to rain.
พวกเรากำลังเดินไปตามถนนฝนก็เริ่มตก

2.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในอดีต
เช่น
He was sleeping in the class.
ฉันกำลังหลับในห้องเรียน
He was running in the morning
เขากำลังวิ่งในตอนเช้า

3.แสดงเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ เกิดขึ้นพร้อมๆกัน ในเวลาเดียวกัน มักมีคำว่า while ในประโยค
เช่น
While I was watching T.V, my brother was reading a book.
ขณะที่ฉันดูทีวี น้องชายของฉันอ่านหนังสือ
She was sleeping while he was talking with his friends.
หล่อนกำลังนอนหลับ ขณะที่เขากำลังพูดคุยกับเพื่อนของหล่อน

7.Past Perfect Tense (อดีตกาลสมบูรณ์)

รูปแบบประโยค
ประธาน + had + Past Participle (กริยาช่อง 3)
เช่น
She had slept.
หล่อนได้นอนหลับแล้ว
He had not worked.
เขาไม่ได้ทำงาน
I had eaten foods before you came.
ฉันได้รับประทานอาหารก่อนที่คุณจะมา

หลักการใช้ Past Simple Tense

1.แสดงเหตุการณ์ 2 อย่าง ที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีต เหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นก่อน เราจะใช้ Past Perfect Tense
อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดทีหลัง เราจะใช้ Past Simple Tense
เช่น
When I had finished my housework, I played T.V games.
เมื่อฉันทำงานบ้านเสร็จฉันก็เล่น T.V เกมส์ (ทำงานบ้านเสร็จก่อนแล้วจึงเล่น)

2.ใช้เปลี่ยน Past Simple หรือ Present Perfect ให้เป็น Indirect Speech
เช่น
Direct Speech : “I have stayed in America for 2 years.”
She said
หล่อนพูดว่า “ฉันเคยอยู่อเมริการมา 2 ปีแล้ว”
Indirect Speech : She said that she had stayed in America
for 2 years.
หล่อนพูดว่าหล่อนเคยอยู่อเมริกามา 2 ปีแล้ว
Direct Speech : He said “I worked in Bangkok many years.”
เขาพูดว่า”ฉันเคยทำงานในกรุงเทพหลายปี”
Indirect Speech : He said that he had worked in Bangkok many years.
เขาพูดว่าเขาเคยทำงานในกรุงเทพหลายปี

8.Past Perfect Continuous Tense. (อดีตกาลสมบูรณ์กำลังกระทำ)

รูปแบบประโยค
ประธาน + had been + กริยาเติม ing + กรรมหรือส่วนขยาย
เช่น
I had been sleeping.
ฉันกำลังนอนหลับ
She had been waiting for two hours.
หล่อนคอย 2 ช.ม. แล้ว
He had not (hadn’t) been walking before you came.
เขาไม่ได้กำลังเดินก่อนคุณมา

หลักการใช้ Past Perfect Continuous Tense

1.ใช้คล้ายๆกับ Past Perfect เราใช้ก็ต่อเมื่อเกิดมีเหตุการณ์ 2 อย่าง เกิดขึ้นในอดีต เพื่อเน้นว่าเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ขาดตอน เราใช้ Past Perfect Continuous Tense แล้วเกิดเหตุการณ์หนึ่งขึ้น
เราจะใช้ Past Simple Tense
เช่น
She had been living in America before she moved to Bangkok.
หล่อนอยู่อเมริการก่อนที่ย้านมาอยู่ที่กรุงเทพ
I had been waiting two hour before He arrived.
ฉันคอยเป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนที่เขามาถึง
She had been reading for several hours when I saw her.
หล่อนกำลังอ่านหนังสือหลายชั่วโมง เมื่อฉันเห็นหล่อน

9.Future Simple Tense (อนาคตกาล)

รูปแบบประโยค
ประธาน + will, shall(I,We), be going to + กริยาเติม ing
เช่น
I will go to see you tomorrow.
ฉันจะไปพบคุณพรุ่งนี้
I shall go.
ฉันจะไป
Mary will run.
แมรี่จะวิ่ง

หลักการใช้ Future Simple Tense.

1.ใช้แสดงเหตุการณ์หรือการกระทำในอนาคต มักมี adverb of time อยู่ด้วย
เช่น to night, tomorrow, next week, next month etc.
เช่น
I will see the movie tomorrow.
ฉันจะไปดูหนังพรุ่งนี้
She is going to see the doctor next week.
หล่อนจะไปหาหมอสัปดาห์หน้า
The plane will arrive at the airport in a few minutes.
เครื่องบินจะมาถึงท่าอากาศยานในอีก 2-3 นาที

การใช้ be going to แทน will, shall

1.ใช้ be going to + กริยาช่อง 1 เพื่อแสดงถึงความตั้งใจที่ได้คิดไว้ ล่วงหน้าแล้ว
หรือ เชื่อว่าเป็นจริง เช่นนั้นโดยไม่สงสัย
เช่น
I am studying hard: I am going to try for scholarship.
ฉันกำลังเรียนหนังสืออย่างหนัก ฉันพยายามเพื่อสอบชิงทุนการศึกษา
She is going to write to her parents.
หล่อนตั้งใจว่าจะเขียนจดหมายถึงพ่อแม่ของเธอ
She has bought flour: She is going to make cake.
หล่อนซื้อแป้งมาและจะทำเค้ก

2. ใช้be going to + กริยาช่อง 1 เพื่อแสดงการคาดคะเน
I think it is going to rain.
ฉันคิดว่าฝนจะตก(อย่างแน่นอน)

10.Future Continuous Tense(อนาคตกาลกำลังกระทำ)

รูปแบบประโยค
ประธาน + will, shall(I,We) + be + กริยาเติม ing + กรรมหรือส่วนขยาย
เช่น
I shall be running.
ฉันกำลังวิ่ง
I will be working tomorrow.
ฉันกำลังจะทำงานพรุ่งนี้
We shall be drinking.
เรากำลังจะดื่ม

หลักการใช้ Future Continuous Tense

1.แสดงเหตุการ์หรือการกระทำที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเหตุการณ์นั้นกำลังดำเนินอยู่
เช่น
At ten o’clock tomorrow morning. I will be waiting my friend.
เวลา 10 โมงเช้าพรุ่งนี้ ฉันจะกำลังรอเพื่อน
I will be cooking at 5 o’clock tomorrow evening.
ฉันจะทำอาหารตอน 5 โมงเย็นพรุ่งนี้
He will be sleeping at 4 o’clock tomorrow morning.
เขากำลังหลับตอน 4 โมงเช้าพรุ่งนี้

2.ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เกิดก่อนใช้ Future Continuous Tense
ส่วนเหตุการณ์หลังใช้ Present Simple Tense
เช่น
They will be playing football when you arrive at their house.
เขาจะกำลังเล่นฟุตบอลอยู่ เมื่อคุณมาถึงบ้านของเขา (เล่นก่อนที่คุณจะถึงบ้าน)
When he calls to you, she will be going to the market.
เมื่อเขาโทรมาหาคณ หล่อนกำลังจะไปตลาด

11.Future Perfect Tens (อนาคตกาลสมบูรณ์)

รูปประโยค
ประธาน + will, shall + have + กริยาช่อง 3
เช่น
I shall have eaten.
ฉันจะกินอยู่แล้ว
Sri will have gone.
ศรีจะไปอยู่แล้ว
He will have finished his work.
เขาจะเสร็จงานของเขาอยู่แล้ว

หลักการใช้ Future Perfect Tense

1.ใช้เมื่อคิดว่า เวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต เหตุการณ์หรือการกระทำจะสิ้นสุดลง มักมีคำเหล่านี้ เช่น by that time,
by then, by tomorrow, by next year, by next week, by at ten o’clock
in two hours etc.
I will have slept in three hours.
ฉันจะนอนเสร็จภายใน 3 ชั่วโมง
They will have finished the new road by next week.
พวกเขาจะทำถนนใหม่เสร็จในสัปดาห์หน้า

2.ใช้กับเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกัน คาดว่าเมื่อถึงเวลานั้น เหตุการณ์หนึงจะเสร็จสมบูรณ์
เราจะใช้ Future Perfect Tense กับ เหตุการณ์นี้และจะเกิดเหตุการณ์ที่ 2 ตามมา เราจะใช้
Present Simple Tense กับประโยคนี้ เช่น
By the time you arrive, I will have finished homework.
เมื่อเวลาที่คุณมาฉันก็ทำการบ้านเสร็จพอดี
She will have eaten foods before you came.
หล่อนรับประทานอาหารเสร็จก่อนที่คุณจะมา
The movie will have started before we reach the theater.
ภาพยนตร์เริ่มฉายก่อนที่พวกเราจะมาถึงโรงภาพยนตร์

12.Future Perfect Continuous Tens (อนาคตกาลสมบูรณ์กำลังกระทำ)

รูปแบบประโยค
ประธาน + will, shall(I,We) + have + been + กริยาเติม ing + กรรมหรือส่วนขยาย
เช่น
I shall have been working.
เราคงจะทำงาน (ติดต่อกัน)
He will have been running.
เขาคงจะวิ่ง (ติดต่อกัน)
หลักการใช้ Future Perfect Continuous Tense
Tenseนี้ เน้นให้เห็นถึงการต่อเนื่องของการกระทำว่าถึงเวลานั้นในอนาคต การกระทำนั้นยังคงดำเนินอยู่
และจะดำเนินต่อไปอีก (ยังไม่หยุด)
เช่น
By ten o’clock I shall have been working without a rest.
ถึงเวลา 10 นาฬิกา ฉันได้ทำงาน (ติดต่อกันมา) โดยไม่พัก
When you arrive, she will have waiting for three hours.
เมื่อคุณมาถึง หล่อนคงจะได้รอคุณ (โดยไม่หยุดรอ) เป็นเวลา 3 ชั่วโมง

เราลองมาสรุปกันอีกครั้งนะครับ

Present Time

Present Simple

Present Simple ใช้เมื่อเป็นการกล่าวถึงสิ่งที่เป็นกิจวัตรประจำวัน หรือสิ่งที่ทำเป็นประจำ หรือ สิ่งที่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลาเป็นปกติ หรือเป็นความจริง
ตัวอย่างเช่น
Somchai usually plays tennis on Sunday.
Sue reads the newspaper every day.
Earth revolves around the sun.

Present Continuous

Present Continuous  ใช้เมื่อกล่าวถึงการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะปัจจุบัน  ในขณะที่ผู้พูดกำลังพูดอยู่ และกำลังดำเนินต่อไปในอนาคต

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Sue is reading the newspaper now.
Jame is playing tennis with Jack right now.

Present Perfect

Present Perfect  ใช้เมื่อมีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้คือ
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งจบลงไป

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Jame has just finished his homework.
2. ใช้ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้งในอดีตโดยไม่ระบุระยะเวลาที่แน่นอน

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Jame has eaten at this restaurant many times.
3. ใช้กับ since หรือ for  ประโยคจะกล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและดำเนินจนถึงปัจจุบัน

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Jame has lived in Bangkok since 1985.
Sue has known Anny for five years.
หมายเหตุ   คำเหล่านี้มักใช้ใน Perfect Tense
just , often , never , over , yet , since , already , for , etc.

Present Perfect Continuous

Present Perfect Continuous  ใช้เมื่อต้องการแสดงถึงเหตุการณ์เกิดขึ้นในอดีตและดำเนินอยู่ในปัจจุบัน  และจะดำเนินต่อไป

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Sue has been talking to John on the phone for fifty minutes.

 

Past Time

Simple Past

Simple Past  ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจบในอดีตไปแล้ว  สังเกตจากประโยคนั้นจะเป็นประโยคที่แสดงความเป็นอดีต  เช่น เมื่อวานนี้  ปีที่แล้ว  หรือ ปี พ.ศ. ที่ผ่านมาแล้ว

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Sue played tennis with Jame yesterday.
Mary saw Jame at the post office last week.

Past Continuous

Past Continuous  ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึงที่แน่นอนในอดีต  หรือขณะที่เหตุกการณ์หนึ่งดำเนินอยู่

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Sue was playing tennis with Jame when I came.
While Jame was talking a shower , the phone rang.

Past Perfect

Past Perfect  จะใช้ในเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
1. ใช้ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตและสิ้นสุดในอดีตไปแล้ว

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Jame had seen Anny five years before.
2. ใช้ในเหตุการณ์ที่เกิด 2 เหตุการณ์ในอดีต  และต้องการแสดงลำดับเหตุการณ์ว่าเหตุการณ์ใดเกิดก่อน

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Jame had finished my homework before Anny arrived.

 

Past Perfect Continuous

Past perfect Continuous  ใช้ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินมาถึงจุดจุดหนึ่งในอดีต

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
At that time,  Jame had been writing a novel for 3 months.

When Sue came to this university in 1985,  Prof. Johnson had already been teaching here for 4 years.

Future Time

Future Simple

Future Simple  ใช้เมื่อต้องการกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคต สามารถใช้ will (shall ใช้กับ I หรือ We แต่สามารถใช้ will แทนได้)  ซึ่งมีความหมายเดียวกันเมื่อใช้เกี่ยวกับเรื่องอนาคต

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Jame will leave tomorrow.
We shall leave tomorrow.

Future Continuous

Future Continuous  ใช้กับเหตุการณ์ดังนี้คือ
1. ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่ในอนาคต
When I get home, my son will be watching TV.

2. ใช้กับเหตุการณ์ในอนาคตที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
Sue will be staying here till Monday.

Future Perfect

Future Perfect  ใช้กับเหตุการณ์ที่จะจบสมบูรณ์ในอนาคต

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Before you go to see him, he will have left that place.

Future Perfect Continuous

Future Perfect Continuous  ใช้กับเหตุการณ์ที่ดำเนินไปช่วงหนึ่งและจะจบลงในอนาคต

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
When Jame gets his degree, he will have been studying at Harvard University for four years.

 ติดตาม อ.ต้นอมร บนเฟซบุ๊ก ความรู้ดีๆ เพียบ!
facebook.com/tonie.amorn

 ติดตาม เพจเรียนภาษาอังกฤษฟรี บนเฟซบุ๊ก
facebook.com/ajarn.tonamorn
(ตั้งเป็น see first : เห็นโพสต์ก่อน ด้วยนะครับ)

 เข้ากลุ่มเรียนภาษาอังกฤษ ฟรี
facebook.com/groups/english.tonamorn

ภาษาอังกฤษ ที่ต้องรู้ ถ้าอยากเก่งอังกฤษ
ศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1,000 คำ
 อาชีพภาษาอังกฤษ พร้อมฟังเสียงเจ้าของภาษา
 เลขภาษาอังกฤษ 1-100 พร้อมฟังเสียง
 เดือนภาษาอังกฤษ พร้อมฟังเสียง
ผลไม้ภาษาอังกฤษ พร้อมฟังเสียง
 สระภาษาอังกฤษ อักษรภาษาอังกฤษ วิธีสะกดคำ
 แนะนำตัวภาษาอังกฤษ ตัวอย่างมากมาย
 บทสนทนาภาษาอังกฤษ สถานการณ์ต่างๆ
 Tense ภาษาอังกฤษ อย่างละเอียด พร้อมคลิปสอน
 เขียนจดหมายภาษาอังกฤษ ตัวอย่างประโยคเพียบ
คําคมความรักภาษาอังกฤษ
 ที่อยู่ภาษาอังกฤษ
สัมภาษณ์งาน ภาษาอังกฤษ