โรคต้อหิน สาเหตุ อาการ การรักษา

ความรู้เรื่อง โรคต้อหิน โรคตาในกลุ่มโรคต้อ ที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ ได้แก่ ต้อกระจก ต้อเนื้อ ต้อลม และต้อหิน ซึ่งอย่างหลังสุดจะไม่มีตัวต้อที่แสดงให้เห็นชัดเหมือนกับต้อชนิดอื่นๆ เนื่องจากเกิดจากความดันภายในลูกตาที่สูงกว่าปกติ […]

Home/tonamorn's blog/โรคต้อหิน สาเหตุ อาการ การรักษา

ความรู้เรื่อง โรคต้อหิน

โรคตาในกลุ่มโรคต้อ ที่เรามักได้ยินกันบ่อยๆ ได้แก่ ต้อกระจก ต้อเนื้อ ต้อลม และต้อหิน ซึ่งอย่างหลังสุดจะไม่มีตัวต้อที่แสดงให้เห็นชัดเหมือนกับต้อชนิดอื่นๆ เนื่องจากเกิดจากความดันภายในลูกตาที่สูงกว่าปกติ เมื่อตาเกิดความดันสูงมาก จะมีความรู้สึกว่าตาแข็งเหมือนลูกหิน จึงเรียกโรคนี้ว่า ต้อหิน

โดยปกติแล้ว ภายในลูกตาของเราจะมีการสร้างของเหลวที่ใสเป็นน้ำขึ้นมา และขับออกไปเพื่อรักษาความสมดุล และความดันภายในลูกตาให้อยู่ในสภาวะปกติ ซึ่งถ้าหากน้ำในลูกตาถูกสร้างขึ้นมาเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถระบายออกได้มากพอ จนเกิดการคั่งของน้ำ จะทำให้ความดันภายในลูกตาสูงขึ้นจนเกิดค่าปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคต้อหิน เช่น ช่องภายในลูกตามีโครงสร้างผิดปกติมาแต่กำเนิด การถูกกระแทกที่ดวงตาอย่างรุนแรง ม่านตาอักเสบ เลนส์ตาบวมน้ำ หรือเกิดจากการใช้ยาหยอดตาที่มีสารสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานานๆ

นอกจากนี้ ยังมีต้อหินที่เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ ได้แก่ ต้อหินชนิดมุมปิด หรือต้อหินชนิดเฉียบพลัน ซึ่งเป็นต่อที่น่ากลัวมาก และทำให้ตาบอดได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่รู้ตัว เกิดจากรูม่านตาปิดทางเดินน้ำในลูกตาด้านหลังอย่างฉับพลัน ไม่ให้ระบายออกสู่ช่องลูกตาด้านหน้า จึงทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการตาแดง ตามัว น้ำตาไหล ปวดกระบอกตาข้างที่เป็นอย่างรุนแรง ปวดศีรษะข้างใดข้างหนึ่ง บางครั้งอาจคลื่นไส้อาเจียน เห็นแสงสะท้อนรอบดวงไฟเหมือนรุ้งกินน้ำ กระจกตาดําบวม และมีอาการปวดตาไม่ทุเลา แม้ว่าจะใช้ยาแก้ปวดชนิดใดก็ตาม อีกชนิดหนึ่งคือ ต้อหินแบบมุมเปิด หรือต้อหินแบบเรื้อรัง เป็นต้อหินที่เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ผู้ป่วยจะค่อยๆ ตามัวลงทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว อาจเป็นทีละข้าง หรือเป็นพร้อมกันทั้งสองข้างก็ได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่ผู้ป่วยจะสังเกตความผิดปกติได้ตั้งแต่เมื่อมีอาการน้อยๆ จนกระทั่งผู้ป่วยปล่อยไว้นานเป็นเดือนหรือเป็นปี อาการของต้อหินชนิดนี้ไม่ค่อยเด่นชัดมากนัก ผู้ป่วยอาจมีอาการเคืองตา รู้สึกตึงๆ ที่กระบอกตาเป็นครั้งคราว ปวดขมับข้างเดียวกับตาที่เป็นนานๆ ครั้ง ซึ่งลานสายตาจากค่อยๆ แคบเข้าทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว เมื่อเข้าระยะสุดท้าย มักจะเดินชนขอบโต๊ะ หรือสิ่งกีดขวางที่อยู่ข้างๆ เนื่องจากมองไม่เห็น เช่นเดียวกันกับการขับรถ ผู้ป่วยมักมองไม่เห็นรถที่มาทางซ้ายหรือขวา หรือรถที่แซงมา จะเห็นเฉพาะรถที่ตรงมาข้างหน้าหรือข้างหลัง จากกระจกหลังเท่านั้น จนที่สุดลานสายตาจะแคบมากจนเหลือเป็นช่องเล็กๆ คล้ายกับมองผ่านท่อน้ำ และในที่สุดก็จะมองไม่เห็น

ต้อหินเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงการลดความดันลูกตาให้อยู่ในระดับที่เส้นประสาทตาทนอยู่ได้โดยไม่เสียหายไปมากกว่าเดิม โดยใช้ยาให้เหมาะสมกับชนิดของโรค แต่หากยังไม่สามารถควบคุมโรคได้ ผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อลดความดันลูกตา ซึ่งมีทั้งวิธีผ่าตัดแบบธรรมดา และการใช้เลเซอร์สำหรับรักษาต้อหินโดยเฉพาะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของจักษุแพทย์

อย่าเข้าใจผิด ว่าโรคต้อหินมักเกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้ว โรคต้อหิน รวมไปถึงโรคต้ออื่นๆ สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ทางที่ดีที่สุด คนเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี เหมือนกับการตรวจสุขภาพทั่วไป เพราะถ้าหากตรวจพบโรคเมื่อเริ่มเป็นน้อยๆ ย่อมจะทำให้รักษาได้ทันเวลา และยังเป็นการรักษาประสาทตาให้เสียหายน้อยที่สุด แต่ถ้าหากเราให้มีอาการตามัว หรือว่าสายตาผิดปกติ แล้วจึงค่อยไปพบแพทย์ อาจจะช้าเกินไปแล้วก็ได้

ให้คะแนนบทเรียนนี้

Average rating 0 / 5. Vote count: 0

เป็นคนแรกที่ให้คะแนนบทเรียนนี้