สวัสดีครับทุกคน ผม อาจารย์ต้นอมร นะครับ สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวสอบ TOEIC (Test of English for International Communication) ในปี 2026 นี้ คู่มือฉบับนี้คือสิ่งที่คุณต้องอ่านก่อนลงสนามจริงครับ ปัจจุบันข้อสอบยังคงเป็นรูปแบบ Redesigned TOEIC ซึ่งทดสอบ 2 ทักษะหลักคือ การฟัง (Listening) และการอ่าน (Reading) รวม 200 ข้อ คะแนนเต็ม 990 คะแนน ให้เวลาทำข้อสอบ 2 ชั่วโมงเต็มแบบไม่มีพักเบรก ผลสอบมีอายุ 2 ปี และคะแนนนี้ยังคงเป็นด่านแรกที่องค์กรชั้นนำใช้คัดกรองเรซูเม่ของคุณครับ
1. ทำไมผลคะแนน TOEIC จึงชี้วัดอนาคตการทำงานและฐานเงินเดือนในปี 2026?
หลายคนมักถามผมว่า “อาจารย์ครับ ยุคนี้ AI แปลภาษาเก่งมาก เรายังต้องสอบ TOEIC อยู่อีกไหม?” ผมขอตอบอย่างฟันธงตรงนี้เลยครับว่า “ยิ่งจำเป็นกว่าเดิมครับ” เพราะสิ่งที่ AI ทำให้คุณไม่ได้ คือ “ทักษะการเจรจาต่อรองแบบ Real-time”, “ความน่าเชื่อถือเมื่อต้องประชุมกับพาร์ทเนอร์ต่างชาติ” และ “ไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทางธุรกิจ” ซึ่งทักษะระดับมืออาชีพเหล่านี้ องค์กรสามารถประเมินเบื้องต้นได้ผ่านคะแนน TOEIC ของคุณครับ
ในปี 2026 เราจะเห็นเทรนด์ที่ชัดเจนมากว่า ไม่ใช่แค่สายการบินหรือธุรกิจการโรงแรมเท่านั้นที่เรียกหาคะแนน TOEIC แต่กลุ่มธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น Tech Startups, บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics), อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ e-Commerce ข้ามชาติ ต่างตั้งเกณฑ์คะแนน TOEIC ไว้สูงถึง 600-750+ เป็น Minimum Requirement ยิ่งไปกว่านั้น หลายองค์กรยอมจ่าย “ค่าทักษะภาษา” (Language Allowance) เพิ่มให้ในฐานเงินเดือนตั้งแต่ 1,500 ไปจนถึงหลักหมื่นบาทต่อเดือน นี่คือการลงทุนสอบเพียงหลักพัน แต่สร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวคุณไปตลอดเส้นทางการทำงานเลยครับ
- รูปแบบข้อสอบ: TOEIC Listening and Reading Test (Paper-based ฝนกระดาษคำตอบ)
- การบริหารเวลา: 2 ชั่วโมงเต็ม (ฟัง 45 นาที / อ่าน 75 นาที) *คำแนะนำจากผม: เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยก่อนเข้าสอบ เพราะถ้าขออนุญาตออกไปเข้าห้องน้ำ เวลาสอบของคุณจะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีการหยุดรอครับ
- อุปกรณ์ที่ศูนย์สอบเตรียมให้: ดินสอ 2B เหลาแหลม 2 แท่ง, ยางลบ และปากกา (ศูนย์สอบมีความเข้มงวดมาก ห้ามนำเครื่องเขียนส่วนตัว นาฬิกาทุกชนิด หรือเครื่องประดับใดๆ เข้าห้องสอบเด็ดขาด โดยจะมีล็อกเกอร์ให้เก็บของด้านหน้าครับ)
- เอกสารยืนยันตัวตน: บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง (ห้ามหมดอายุ) หรือ Passport ตัวจริงเท่านั้น (ย้ำ! ใช้ใบขับขี่หรือแอปพลิเคชัน ThaiD แทนไม่ได้นะครับ)
- การแต่งกาย: ชุดสุภาพ รัดกุม ห้ามใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น หรือรองเท้าแตะเด็ดขาด (ผมแนะนำให้พกเสื้อกันหนาวหรือสวมเสื้อแขนยาวไปด้วยครับ เพราะแอร์ในห้องสอบค่อนข้างเย็น อาจทำให้เสียสมาธิได้)
2. เจาะลึกโครงสร้างข้อสอบ TOEIC ฉบับล่าสุด พร้อมเทคนิคเก็บคะแนนพาร์ทฟัง (Listening)
อุปสรรคสำคัญของการทำข้อสอบ TOEIC ไม่ใช่ความยากของคำศัพท์เพียงอย่างเดียวครับ แต่คือ “การบริหารความเครียดและเวลา” ข้อสอบทั้ง 200 ข้อถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบว่าคุณสามารถรวบรวมสมาธิในสภาพแวดล้อมที่บีบคั้นได้ดีแค่ไหน เรามาเจาะลึกพาร์ทแรกกันก่อนครับ
Part 1: Listening Comprehension (การฟัง 100 ข้อ / ให้เวลา 45 นาที)
ในพาร์ทการฟัง คุณจะได้ยินเสียงผู้พูดที่เป็น Native Speaker จาก 4 สำเนียงหลักครับ คือ อเมริกัน, อังกฤษ (British), ออสเตรเลีย และแคนาดา ซึ่งเป็นสำเนียงมาตรฐานในโลกธุรกิจระดับ Global กฎเหล็กข้อเดียวของผมสำหรับพาร์ทนี้คือ “ผ่านแล้วผ่านเลย ห้ามเหม่อ ห้ามเสียดายข้อที่หลุดไปเด็ดขาด”
- 1. Photographs (รูปภาพ 6 ข้อ):
คุณจะได้ดูภาพถ่ายในกระดาษคำถาม จากนั้นจะได้ยินประโยคบรรยายภาพ 4 ประโยค (A, B, C, D) โดยไม่มีตัวหนังสือให้ดู หน้าที่ของคุณคือเลือกประโยคที่อธิบายภาพได้ถูกต้องที่สุด
💡 ทริคจากอาจารย์ต้นอมร: ทันทีที่ศูนย์สอบเปิดเทปบรรยายวิธีทำข้อสอบ (Direction) ให้คุณใช้เวลานั้นกวาดสายตาดูภาพทั้ง 6 ข้อล่วงหน้า โฟกัส 3 สิ่งคือ “ใคร (Subject) กำลังทำอะไร (Action) และ สิ่งของอยู่ตรงไหน (Preposition)” และระวังข้อสอบหลอกด้วยคำที่ออกเสียงคล้ายกัน (Homophones) เช่น coffee / copy หรือ walking / working - 2. Question-Response (ถาม-ตอบ 25 ข้อ):
พาร์ทนี้ท้าทายมากครับ เพราะในข้อสอบ จะไม่มีข้อความใดๆ พิมพ์ไว้เลย (No Text) คุณต้องอาศัยหูฟังล้วนๆ โดยจะได้ยิน 1 ประโยคคำถาม ตามด้วยตัวเลือกคำตอบ 3 ข้อ (A, B, C) เท่านั้น
💡 ทริคจากอาจารย์ต้นอมร: ต้องจดจ่อกับ “คำแรก” ของประโยคคำถามให้ได้ ว่าเป็น Wh-Question (Who, What, Where, When, Why, How) หรือเป็น Yes/No Question ถ้าฟังคำแรกออก โอกาสตอบถูกจะเพิ่มขึ้น 50% ทันที เช่น ถ้าได้ยินว่า “When…” คำตอบที่ถูกย่อมต้องเกี่ยวกับ “เวลาหรือวันที่” เป็นต้น - 3. Conversations (บทสนทนา 39 ข้อ):
คุณจะได้ยินบทสนทนาระหว่างคน 2-3 คน (มักจะเป็นสถานการณ์ในออฟฟิศ, การประชุม, สนามบิน หรือร้านอาหาร) 1 บทสนทนาจะมาพร้อมกับคำถาม 3 ข้อครับ
💡 ทริคจากอาจารย์ต้นอมร: นี่คือช่วงชิงจังหวะครับ คุณ “ต้องอ่านคำถามและตัวเลือก” ของทั้ง 3 ข้อล่วงหน้า (Skimming) ก่อนที่เสียงบทสนทนาจะเริ่มพูด เพื่อให้สมองเราตั้งเป้าหมายว่าเรากำลังรอฟังข้อมูลอะไรอยู่ (เช่น ถามหาสถานที่ ถามปัญหา ถามว่าผู้พูดจะทำอะไรต่อไป) ทันทีที่เสียงพูดจบ คุณควรฝนคำตอบเสร็จแล้วเพื่อเตรียมอ่านข้อต่อไป - 4. Short Talks (บทพูดสั้นๆ 30 ข้อ):
รูปแบบจะคล้ายพาร์ท 3 แต่เป็นการพูดโดยคนๆ เดียว (Monologue) เช่น ประกาศในห้างสรรพสินค้า, รายงานจราจร, หรือการฝากข้อความเสียงทางโทรศัพท์ 1 บทพูดจะมีคำถาม 3 ข้อเช่นกันครับ
💡 ทริคจากอาจารย์ต้นอมร: คำถามข้อแรกของชุดมักจะถามภาพรวม เช่น “ผู้พูดคือใคร?”, “กำลังพูดอยู่ที่ไหน?” หรือ “จุดประสงค์ของประกาศนี้คืออะไร?” ข้อมูลเหล่านี้มักจะซ่อนอยู่ใน ประโยคที่ 1 หรือ 2 ของบทพูด เสมอ ดังนั้นช่วงเริ่มต้นของเทปคือนาทีทองที่คุณห้ามหลุดสมาธิเด็ดขาดครับ
Part 2: Reading Comprehension (การอ่าน 100 ข้อ / ให้เวลา 75 นาที)
เมื่อเข้าสู่พาร์ทการอ่าน อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดจะไม่ใช่คำศัพท์ที่แปลไม่ออก แต่คือ “เวลาที่เดินไปอย่างรวดเร็ว” ครับ สถิติพบว่าผู้เข้าสอบเกิน 60% มักทำพาร์ทนี้ไม่ทันและต้องดิ่งข้อสอบในช่วง 10 นาทีสุดท้าย การมีพื้นฐาน Grammar ที่แน่นและการรู้เทคนิคสแกนบทความ คือทางรอดเดียวของคุณครับ
- 5. Incomplete Sentences (เติมคำในประโยค 30 ข้อ):
พาร์ทนี้วัดความรู้ด้าน Grammar และ Vocabulary เน้นๆ โดยจะมีประโยคที่เว้นช่องว่างไว้ให้คุณเลือกคำตอบที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และความหมาย
💡 ทริคจากอาจารย์ต้นอมร: นี่คือ “พาร์ทเก็บเวลา” ครับ คุณควรใช้เวลาทำข้อละไม่เกิน 15-20 วินาที ฝึกวิเคราะห์โครงสร้าง Parts of Speech (Noun, Verb, Adjective, Adverb) ให้ขาด บางข้อคุณแค่มองคำหน้าและคำหลังช่องว่าง ก็สามารถตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลความหมายทั้งประโยคเลยครับ - 6. Text Completion (เติมคำในบทความ 16 ข้อ):
คุณจะได้อ่านบทความ จดหมาย หรืออีเมลที่มีช่องว่างเว้นไว้ (มักจะมี 4 บทความ บทความละ 4 ข้อ) ความท้าทายคือมีข้อสอบประเภท “เติมประโยคทั้งประโยค” (Sentence Insertion) เพิ่มเข้ามาเพื่อวัดความเข้าใจบริบทด้วย
💡 ทริคจากอาจารย์ต้นอมร: ห้ามอ่านแค่บรรทัดที่มีช่องว่างเด็ดขาด! คุณต้องอ่านประโยคก่อนหน้าและประโยคถัดไปเสมอ เพื่อเช็ก Tense (อดีต ปัจจุบัน อนาคต) และดูทิศทางของเนื้อหาว่าไปในเชิงบวก หรือเชิงลบ จะช่วยให้ตัดช้อยส์ได้แม่นยำขึ้นครับ - 7. Reading Comprehension (การอ่านบทความ 54 ข้อ):
พาร์ทมหาโหดที่สูบพลังงานที่สุด จัดเต็มทั้งบทความเดี่ยว (Single Passage), บทความคู่ (Double Passages) และบทความชุด 3 ชิ้น (Triple Passages) ที่คุณต้องนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ร่วมกัน
💡 ทริคจากอาจารย์ต้นอมร: กฎเหล็กคือ “ห้ามเริ่มจากการอ่านบทความตั้งแต่บรรทัดแรก” ให้คุณข้ามไป อ่านคำถามก่อนเสมอ เพื่อหา Keyword สำคัญ จากนั้นใช้เทคนิค Scanning (กวาดสายตาอย่างรวดเร็ว) กลับไปหา Keyword นั้นในบทความ จำไว้ว่าเราไม่ได้มาอ่านเพื่อเอาอรรถรส แต่เรามาเพื่อ “ค้นหาคำตอบ” ครับ
3. ตารางเทียบคะแนน TOEIC 2026 กับระดับความสามารถและฐานเงินเดือน
ระบบการให้คะแนนของ TOEIC เป็นการประเมินทักษะแบบอิงกลุ่ม (ไม่มีการหักคะแนนหากตอบผิด) ดังนั้นหากทำไม่ทัน ห้ามปล่อยกระดาษคำตอบว่างเด็ดขาดนะครับ ให้ฝนเดาให้ครบทุกข้อ! การตั้งเป้าหมายคะแนนควรตั้งให้ตรงกับเกณฑ์ขององค์กรและสายอาชีพที่คุณสนใจครับ ลองมาดูตารางมาตรฐานที่องค์กรส่วนใหญ่ในปี 2026 ใช้พิจารณากันครับ
| ช่วงคะแนน TOEIC | ระดับทักษะ (Proficiency Level) | โอกาสในสายงาน / อัตราค่าภาษาโดยประมาณ |
|---|---|---|
| 850 – 990 | Professional (เชี่ยวชาญระดับสูง) สามารถสื่อสาร เจรจาต่อรอง และพรีเซนต์งานในบริบทธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสมือนใกล้เคียงเจ้าของภาษา |
องค์กรข้ามชาติระดับ Global, Management Trainee, ล่าม, นักแปล 💰 ค่าภาษาเฉลี่ย: 3,500 – 5,000+ บาท/เดือน |
| 700 – 845 | Advanced (ใช้งานได้คล่องแคล่ว) รับมือกับงานที่มีความซับซ้อน เขียนรายงาน โต้ตอบอีเมล และประสานงานกับต่างชาติได้เป็นอย่างดี |
ลูกเรือสายการบินชั้นนำ, วิศวกรข้ามชาติ, ผู้จัดการแผนก, สายงาน IT 💰 ค่าภาษาเฉลี่ย: 1,500 – 3,000 บาท/เดือน |
| 550 – 695 | Intermediate (สื่อสารใช้งานพื้นฐานได้ดี) สามารถสนทนาเรื่องทั่วไปในที่ทำงาน โต้ตอบอีเมลพื้นฐาน และเข้าใจประกาศต่างๆ ในออฟฟิศได้ |
พนักงานออฟฟิศทั่วไป, ฝ่ายธุรการ, พนักงานโรงแรม, ประชาสัมพันธ์ 🎯 มักใช้เป็นเกณฑ์ “ขั้นต่ำ” ในการรับเข้าทำงาน |
| 10 – 545 | Basic (ระดับเริ่มต้น) เข้าใจคำศัพท์พื้นฐาน วลีสั้นๆ แต่ยังต้องการการพัฒนาในการสื่อสารรูปประโยคที่ซับซ้อน |
เหมาะสำหรับการประเมินตนเองเพื่อวางแผนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพิ่มเติม |
4. แผนการเตรียมตัวสอบ TOEIC ภายใน 30 วัน (ฉบับคนทำงานเวลาน้อย)
สำหรับคนที่มีเวลาเตรียมตัวจำกัด เช่น มีเวลาหลังเลิกงานแค่วันละ 1-2 ชั่วโมง การวางแผนอ่านหนังสืออย่างมีกลยุทธ์คือหัวใจสำคัญครับ จากประสบการณ์ที่ผมให้คำปรึกษาผู้เตรียมสอบมามากมาย ผมได้ออกแบบ “แผน 30 วันอัปคะแนนเร่งด่วน” ที่อยากให้ทุกคนลองนำไปปรับใช้ดูครับ รับรองว่าคะแนนจะขยับขึ้นอย่างเห็นได้ชัดแน่นอน
เริ่มต้นด้วยการทำข้อสอบ Pre-test แบบจับเวลาจริง 2 ชั่วโมงเต็ม เพื่อดูว่าตัวเองอ่อนพาร์ทไหน (Listening หรือ Reading) จากนั้นใช้เวลาทั้งสัปดาห์ทบทวนไวยากรณ์หลักที่ออกสอบบ่อยที่สุด ได้แก่ Parts of Speech (ชนิดของคำ), Tenses หลัก (Present Simple, Past Simple, Present Perfect) และ Subject-Verb Agreement เพราะนี่คือบ่อทองคำที่จะช่วยให้คุณทำ Part 5 และ 6 ได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบครับ
หยุดท่องศัพท์แบบสะเปะสะปะตาม A-Z ครับ! ให้คุณเน้นท่องศัพท์เป็น “หมวดหมู่” ที่ออกสอบชัวร์ๆ เช่น หมวด HR, Finance, Logistics และ Marketing (ท่องวันละ 20-30 คำ) ทริคสำคัญคือ ให้จำในรูปแบบของ Synonym (คำพ้องความหมาย) และ Word Family (รากศัพท์) เพราะข้อสอบมักจะใช้คำที่ความหมายเหมือนกันมาหลอกในช้อยส์ เพื่อวัดว่าคุณรู้ศัพท์กว้างแค่ไหน
เปิดฟัง Podcast ข่าวภาษาอังกฤษ หรือช่อง YouTube ต่างชาติในช่วงเดินทางไปทำงาน ผมแนะนำให้เน้นฟัง สำเนียงออสเตรเลียและอังกฤษ (British) เพิ่มเติมเป็นพิเศษครับ เพราะคนไทยส่วนใหญ่คุ้นชินกับสำเนียงอเมริกันอยู่แล้ว สำเนียงอังกฤษจะมีการออกเสียงสระและรวบคำที่ต่างออกไป การฟังบ่อยๆ จะช่วยลดอาการ “หูดับ” ในห้องสอบได้ครับ พร้อมกับฝึกทำข้อสอบ Part 3 และ 4 โดยเน้นเทคนิค “อ่านคำถามล่วงหน้าก่อนเสียงมา” ให้เป็นนิสัย
สัปดาห์สุดท้ายไม่ต้องเรียนเนื้อหาใหม่แล้วครับ ให้เน้น ทำข้อสอบเสมือนจริงแบบไม่หยุดพัก 2 ชั่วโมงเต็ม อย่างน้อย 2-3 ชุด เพื่อสร้างความคุ้นชินและความอึดให้ร่างกาย (Mental Stamina) ฝึกบริหารเวลา Part Reading ให้ข้อละไม่เกิน 45 วินาที ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อตรวจคำตอบแล้ว “ต้องกลับไปทบทวนข้อที่ผิดเสมอ” เพื่อหาสาเหตุว่าทำไมเราถึงโดนหลอก จะได้ไม่พลาดซ้ำในวันสอบจริงครับ
5. คลังคำศัพท์ Business Vocabulary ที่ออกสอบชัวร์ 100%
เพื่อให้การท่องศัพท์ในสัปดาห์ที่ 2 ของคุณมีประสิทธิภาพสูงสุด ผมได้จัดกลุ่มคำศัพท์ยอดฮิตที่ปรากฏตัวในข้อสอบ TOEIC พาร์ท Reading เป็นประจำทุกรอบ มาให้คุณได้เริ่มท่องตั้งแต่วันนี้เลยครับ
🏢 ฝ่ายบุคคลและการจัดการ (HR)
- Implement(v.)นำไปปฏิบัติ, เริ่มใช้งาน
- Evaluate(v.)ประเมินผล (งาน/พนักงาน)
- Candidate(n.)ผู้สมัครงาน, ผู้ท้าชิง
- Compensation(n.)เงินทดแทน, ค่าตอบแทน
- Probation(n.)ช่วงทดลองงาน
- Subordinate(n.)ผู้ใต้บังคับบัญชา, ลูกน้อง
📦 การขนส่งและการผลิต (Logistics)
- Inventory(n.)สินค้าคงคลัง, รายการสินค้า
- Defective(adj.)มีตำหนิ, ชำรุด, บกพร่อง
- Distribute(v.)แจกจ่าย, กระจายสินค้า
- Comply (with)(v.)ปฏิบัติตาม (กฎ/ข้อบังคับ)
- Freight(n.)สินค้าที่ขนส่ง, ค่าขนส่ง
- Fragile(adj.)เปราะบาง, แตกหักง่าย
💰 การเงินและบัญชี (Finance)
- Reimburse(v.)ชำระเงินคืน, เบิกเงินกลับ
- Audit(n./v.)การตรวจสอบบัญชี
- Revenue(n.)รายได้บริษัท
- Allocate(v.)จัดสรร (เงินงบ/เวลา)
- Deduct(v.)หักออก, ลดหย่อนภาษี
- Lucrative(adj.)ที่ทำกำไรได้งาม, คุ้มค่า
📢 การตลาดและการขาย (Marketing)
- Promote(v.)โปรโมท, เลื่อนตำแหน่ง
- Campaign(n.)แคมเปญ, โครงการรณรงค์
- Target(n./v.)เป้าหมาย, ตั้งเป้าหมาย
- Launch(v.)เปิดตัว (สินค้า/บริการ)
- Negotiate(v.)เจรจาต่อรองธุรกิจ
- Sponsor(n./v.)ผู้สนับสนุน, ให้เงินทุน
📚 อยากได้คำศัพท์เพิ่มใช่ไหมครับ? เรียนรู้เพิ่มเติมและเจาะลึกคำศัพท์ฉบับเต็มได้ที่
รวมลิสต์คำศัพท์ TOEIC 300+ คำ พร้อมคำแปลและตัวอย่างประโยค
6. FAQ คำถามฮิตที่คนเตรียมสอบ TOEIC 2026 ต้องรู้ (อัปเดตล่าสุด)
ก่อนลงสนามจริง ผมได้รวบรวมข้อสงสัยทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสมัครสอบไปจนถึงการรับผลคะแนน มาตอบให้เคลียร์ชัดตรงนี้ เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างไร้รอยต่อและไม่พลาดกฎกติกาสำคัญของศูนย์สอบครับ
สมัครสอบ TOEIC ได้ที่ไหน? สามารถ Walk-in ไปสอบเลยได้หรือไม่?
การจัดสอบในประเทศไทยดำเนินการโดยศูนย์สอบ CPA (Thailand) มี 2 สาขาหลัก คือ สาขากรุงเทพฯ (ชั้น 19 ตึก BB Building ถนนอโศกมนตรี) และ สาขาเชียงใหม่ (อาคารนวรัฐ)
ข้อควรระวัง: ปัจจุบันศูนย์สอบ ไม่รับ Walk-in เด็ดขาดครับ ผู้สอบต้องโทรจองที่นั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันทำการ (แนะนำให้จองล่วงหน้า 3-5 วันเพราะคิวเต็มเร็วมาก) และในวันสอบต้องไปถึงศูนย์สอบก่อนเวลาสอบอย่างน้อย 1 ชั่วโมงเพื่อลงทะเบียน ถ่ายรูป และสแกนลายนิ้วมือครับ
ค่าสอบ TOEIC อัปเดตปี 2026 ราคาเท่าไหร่?
อัตราค่าสอบสำหรับบุคคลทั่วไป (Personal Test) ปัจจุบันอยู่ที่ 1,800 บาท (สามารถชำระเงินในวันสอบได้ด้วยเงินสด, โอนผ่าน QR Code หรือบัตรเครดิต)
อย่างไรก็ตาม หากคุณสอบในนามองค์กร (Corporate Test) หรือใช้สิทธิ์นิสิตนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยทำ MOU ไว้กับทางศูนย์สอบ อาจมีอัตราส่วนลดพิเศษ แนะนำให้เช็กสิทธิ์กับฝ่าย HR ของบริษัท หรือฝ่ายวิชาการของมหาวิทยาลัยก่อนทำการโทรจองสอบครับ
สอบเสร็จแล้ว นานไหมกว่าผลคะแนนจะออก?
ขึ้นอยู่กับวิธีการรับผลสอบที่คุณเลือกครับ:
1. รับด้วยตนเอง: หากคุณสอบที่ศูนย์สอบกรุงเทพฯ สามารถมารับผลคะแนน (Score Report) ได้ใน วันทำการถัดไป (หลังเวลา 10.00 น. เป็นต้นไป)
2. จัดส่งทางไปรษณีย์: หากไม่สะดวกเดินทาง ทางศูนย์สอบมีบริการจัดส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ (EMS) ซึ่งจะใช้เวลาจัดส่งประมาณ 3-5 วันทำการ โดยมีค่าธรรมเนียมจัดส่งเพิ่ม 50 บาทครับ
สามารถนำนาฬิกา Smart Watch หรือเครื่องเขียนส่วนตัวเข้าห้องสอบได้ไหม?
ไม่ได้โดยเด็ดขาดครับ! ทางศูนย์สอบมีความเข้มงวดด้านความปลอดภัยระดับสูงสุด ผู้เข้าสอบไม่ได้รับอนุญาตให้นำอุปกรณ์ใดๆ เข้าห้องสอบเลย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเขียนส่วนตัว, นาฬิกาทุกชนิด (แม้แต่นาฬิกาเข็ม), โทรศัพท์มือถือ, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, กุญแจรถ, หรือแม้แต่กระเป๋าสตางค์
ทางศูนย์จะมีล็อกเกอร์ให้เก็บสัมภาระด้านหน้า และ จัดเตรียมดินสอ 2B เหลาแหลม 2 แท่ง, ปากกา และยางลบ ไว้ให้ที่โต๊ะสอบของคุณเรียบร้อยแล้วครับ
หากติดธุระด่วน สามารถเลื่อนสอบ หรือยกเลิกสอบได้หรือไม่?
สามารถทำได้ครับ แต่คุณต้องโทรแจ้งศูนย์สอบล่วงหน้า อย่างน้อย 1 วันทำการ (ก่อนเวลา 16.30 น.) หากคุณไม่โทรแจ้งล่วงหน้า หรือมาสายจนเข้าห้องสอบไม่ทัน (No Show) ทางศูนย์สอบจะไม่อนุญาตให้เข้าสอบ และจะมี ค่าปรับ 500 บาท ซึ่งต้องชำระเพิ่มในการจองสอบครั้งถัดไปครับ
พร้อมก้าวไปสู่เป้าหมายคะแนนสูงสุดหรือยังครับ?
การพิชิตคะแนน TOEIC ให้ได้ 700+ หรือ 800+ ตามที่ตั้งเป้าไว้ ไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์ครับ แต่เป็นเรื่องของ “กลยุทธ์ที่ถูกต้อง การวิเคราะห์จุดอ่อน และการฝึกฝนอย่างมีวินัย”
เริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้ ท่องคำศัพท์วันละนิด ทำความเข้าใจโครงสร้างไวยากรณ์ และที่สำคัญที่สุดคือการจับเวลาฝึกทำโจทย์ให้ร่างกายและสมองคุ้นเคยกับความกดดัน tonamorn.com และผม อาจารย์ต้นอมร พร้อมเป็นคลังความรู้และแรงสนับสนุนให้คุณก้าวสู่ความสำเร็จในทุกเส้นทางอาชีพครับ