แต่งประโยคภาษาอังกฤษ ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน พร้อมคำแปล

แต่งประโยคภาษาอังกฤษ ง่ายๆ พื้นฐาน
Home/ภาษาอังกฤษ/แต่งประโยคภาษาอังกฤษ ง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน พร้อมคำแปล

แต่งประโยคภาษาอังกฤษ ง่ายๆ

ฝึกแต่งประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน พูดถึง อดีต ปัจจุบัน อนาคต มีตัวอย่าง พร้อมคำแปล

อยากแต่งประโยคเป็น อ่านก่อน!

บทเรียนในหน้านี้เป็นการสอนแต่งประโยคภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องอาศัยความรู้ภาษาอังกฤษหัวข้อต่างๆ ประกอบ แต่ไม่ยากจนเกินไป อ่านแล้วสามารถแต่งประโยคภาษาอังกฤษง่ายๆ ด้วยตัวเองได้ โดยเนื้อหาในบทเรียนนี้จะมีคำอธิบายเพิ่มเติม สำหรับหัวข้อที่จำเป็นต้องศึกษาเพิ่ม โดยผู้เรียนสามารถกดไปอ่านหัวข้อที่มีคำอธิบายเพิ่มเติม โดยจะมีลักษณะของสีข้อความแบบนี้ >> ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร << สามารถกดอ่านเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความเข้าใจ

1. แต่งประโยคภาษาอังกฤษ ประธาน กริยา กรรม

การแต่งประโยคภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ สามารถทำได้โดยการใช้ประธาน กริยา และอาจมีกรรมหรือส่วนขยายเพิ่มเติม ซึ่งประธานในประโยคภาษาอังกฤษ สามารถเป็นคำนาม หรือคำสรรพนาม อย่างเช่น มีผู้ชายคนหนึ่งซึ่งชื่อว่าโทนี่ เราสามารถใช้คำนามที่เป็นชื่อของเขาได้เลย หรือจะใช้คำสรรพนามเรียกเขาว่า he ก็ได้ ตัวอย่างเช่น

Tony is a teacher. โทนี่เป็นครู
หรือจะใช้คำสรรพนามว่า He is a teacher. เขาเป็นครู ก็ได้

คำสรรพนามเมื่อทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค กับเป็นกรรมของประโยค จะใช้ต่างกัน ตัวอย่างเช่น

I see him. ฉันเห็นเขา [ประธานคือ ฉัน ใช้ I / กรรมคือเขา ใช้ him] He sees me. เขาเห็นฉัน [ประธานคือเขา ใช้ He / กรรมคือฉัน ใช้ me]

อ่านคำอธิบายเรื่องนี้ทั้งหมด ที่ >> คำสรรพนาม (Pronoun)

2. แต่งประโยคภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน

ในภาษาอังกฤษ การแต่งประโยคจะใช้ประธานและคำกริยา โดยคำกริยาจะเปลี่ยนไปตามประธานและเวลาที่เกิดเหตุการณ์นั้นๆ เช่น

เมื่อเราต้องการบอกว่า “ฉันไป” ประกอบไปด้วยประธานคือ I (ฉัน) และกริยาคือ go (ไป)

I go ฉันไป (เหตุการณ์ทั่วไป)
I am going ฉันกำลังไป (เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น)
I will go ฉันจะไป (เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต)
I went ฉันไปมาแล้ว (เหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านไปแล้ว)

แต่ถ้าหากเปลี่ยนประธานเป็น “เขา” คือ “he” จะต้องมีการผันคำกริยาเพิ่มเติม

He goes เขาไป (เหตุการณ์ทั่วไป ใช้ present simple)
He is going เขากำลังไป (เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ใช้ present continuous)
He will go เขาจะไป (เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ใช้ future simple)
He went เขาไปมาแล้ว (เหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านไปแล้ว ใช้ past simple)

3. แต่งประโยคคําสั่งภาษาอังกฤษ

ลักษณะของการแต่งประโยคคำสั่งหรือคำเตือนในภาษาอังกฤษนั้น จะแตกต่างจากการแต่งประโยคภาษาอังกฤษโดยทั่วไปเล็กน้อย คือมักจะไม่มีประธานปรากฏอยู่ในประโยค เนื่องจากเป็นการละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ เช่น

Tell me! (คุณ) บอกฉันหน่อย
Quiet! (คุณ) เงียบๆ หน่อย
Speak louder! (คุณ) พูดดังๆ หน่อย
Watch out! (คุณ) ระวัง
Call the ambulance! (คุณ) เรียกรถพยาบาลหน่อย

ประโยคเหล่านี้เป็นประโยคที่ผู้พูดสื่อสารกับผู้ฟัง โดยประธานคือ You ซึ่งหมายถึง “คุณ” ในตัวอยู่แล้ว จึงมักไม่ใส่ประธานในประโยค แต่จะเป็นการใช้คำกริยาที่ต้องการสั่งให้ทำไปเลย

4. แต่งประโยคคำถามภาษาอังกฤษ

การตั้งคําถามภาษาอังกฤษแบบที่ง่ายที่สุด คือการแต่งประโยคคำถามโดยให้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ โดยการแต่งประโยคคำถามภาษาอังกฤษ จะใช้คำกริยาขึ้นต้นประโยคก่อน เช่น

4.1 ประโยคที่มี verb to be เป็นกริยาหลัก

ประโยคบอกเล่าคือ He is a teacher. เขาเป็นครู
เมื่อแต่งประโยคเป็นประโยคคำถาม จะนำ verb to be มาขึ้นต้นประโยค เป็น Is he a teacher? แล้วใส่เครื่องหมายคำถามท้ายประโยค เป็นการถามว่าเขาเป็นครูใช่ไหม

4.2 ประโยคที่มีคำกริยาทั่วไป เป็นกริยาหลัก

การแต่งประโยคภาษาอังกฤษในลักษณะนี้ จะต้องใช้ verb to do มาช่วย เช่น
ประโยคบอกเล่าคือ You have a pen. คุณมีปากกา
เมื่อแต่งประโยคเป็นประโยคคำถาม จะนำ verb to do มาช่วยขึ้นต้นประโยค เป็น Do you have a pen? เป็นการถามว่าคุณมีปากกาไหม

5. แต่งประโยคปฏิเสธภาษาอังกฤษ

5.1 ประโยคที่มี verb to be เป็นกริยาหลัก

การแต่งประโยคภาษาอังกฤษเพื่อเป็นการบอกปฏิเสธ กรณีนี้สามารถเติม not หลัง v. to be ได้เลย เช่น

He is a teacher. เขาเป็นครู
He is not a teacher เขาไม่ใช่ครู [เขียนรูปย่อ เป็น He isn’t a teacher.]

5.2 ประโยคที่มีคำกริยาทั่วไป เป็นกริยาหลัก

การแต่งประโยคภาษาอังกฤษเพื่อเป็นการบอกปฏิเสธ กรณีนี้ต้องใช้ v. to do มาช่วย โดยการใส่ v. to do แล้วตามด้วย not วางไว้ข้างหน้าคำกริยานั้นๆ เช่น

I know. ฉันรู้
I do not know. ฉันไม่รู้ [เขียนรูปย่อ เป็น I don’t know.]

ตัวอย่างประโยค เพียบ! พร้อมคำอ่าน คำแปล

มีตัวอย่างประโยคมากมาย ไปดูที่ >> ฝึกภาษาอังกฤษ


ให้คะแนนบทเรียนนี้

Average rating 5 / 5. Vote count: 110

เป็นคนแรกที่ให้คะแนนบทเรียนนี้