รวมคำศัพท์ ชื่อโรคภาษาอังกฤษ (Diseases & Symptoms) พร้อมคำอ่าน

ชื่อโรค ภาษาอังกฤษ อาการเจ็บป่วย ไม่สบาย

ปวดหัว เป็นไข้ ท้องเสีย หรือประสบอุบัติเหตุเวลาอยู่ต่างประเทศ แต่ไม่รู้จะอธิบายอาการให้แพทย์ฟังอย่างไรใช่ไหมครับ? ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกคำศัพท์เกี่ยวกับ ชื่อโรคภาษาอังกฤษ และอาการเจ็บป่วยต่างๆ แบบครบถ้วนทุกหมวดหมู่ครับ

🎯 สรุปหัวใจสำคัญ: ชื่อโรคภาษาอังกฤษ (Diseases and Symptoms)

  • รวบรวมคำศัพท์โรคและอาการเจ็บป่วยแบ่งตามระบบร่างกายเพื่อการจดจำที่ง่ายขึ้น
  • เจาะลึกคำศัพท์เฉพาะทางที่แพทย์และพยาบาลมักใช้ถามอาการคนไข้
  • ข้อควรระวังในการใช้คำศัพท์ที่คล้ายกัน เช่น Ache กับ Pain หรือ Disease กับ Illness
  • เทคนิคการจำคำศัพท์หมวดสุขภาพเพื่อนำไปใช้สอบและในชีวิตประจำวัน

ทำไมการรู้คำศัพท์ชื่อโรคภาษาอังกฤษถึงสำคัญมาก

เรื่องของสุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวที่คาดเดาไม่ได้ครับ การมีคลังคำศัพท์เกี่ยวกับ ชื่อโรคภาษาอังกฤษ ติดตัวไว้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเอาตัวรอดได้ในยามฉุกเฉิน แต่ยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะทางภาษาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทต่างๆ ได้อย่างหลากหลายครับ

การสื่อสารกับแพทย์และเภสัชกร

จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอน ภาษาอังกฤษพื้นฐาน มา หลายคนมักจะนึกคำไม่ออกเมื่อต้องไปซื้อยาที่ร้านขายยาในต่างประเทศ หรือเมื่อต้องอธิบายลักษณะความเจ็บปวดให้หมอฟัง การใช้คำศัพท์ที่ถูกต้องและตรงจุด จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำและจ่ายยาได้อย่างปลอดภัยครับ

คำศัพท์หมวดสุขภาพในข้อสอบและการทำงาน

สำหรับบริบทของการทำงานในโรงพยาบาล คลินิก หรือแม้แต่คนที่กำลัง เตรียมสอบ TOEIC คำศัพท์หมวด Medical และ Health ถือเป็นหมวดที่ออกสอบบ่อยมาก โดยเฉพาะในพาร์ทบทสนทนา (Listening) และพาร์ทการอ่านประกาศหรืออีเมล (Reading) ครับ

✨ มุมมองจากอาจารย์ต้นอมร:

หลายคนมักสับสนระหว่างคำว่า Disease (โรค) กับ Symptom (อาการ) ครับ ให้จำง่ายๆ ว่า Disease คือชื่อโรคที่เป็นสาเหตุหลัก (เช่น โรคไข้เลือดออก) ส่วน Symptom คืออาการที่แสดงออกมาให้เรารู้สึก (เช่น มีไข้สูง ปวดหัว) เวลาไปหาหมอ เรามักจะต้องบอก Symptom ก่อน เพื่อให้หมอวินิจฉัยหา Disease ครับ

รวมคำศัพท์ชื่อโรคภาษาอังกฤษแบ่งตามประเภท

เพื่อให้ทุกคนสามารถนำ คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ไปใช้งานได้จริง อาจารย์ได้รวบรวมและแบ่งหมวดหมู่โรคตลอดจนอาการต่างๆ ไว้ให้แล้วครับ

หมวดอาการเจ็บป่วยทั่วไป (Common Symptoms & Illnesses)

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
cold โคลดฺ โรคหวัด ไข้หวัด หนาว
fever ฟี’เวอะ ไข้ ไข้หวัด
cough คอฟ ไอ อาการไอ
runny nose รัน’นี-โนส น้ำมูกไหล
stuffy nose สทัฟ’ฟี-โนส อาการคัดจมูก หายใจไม่ออก
sore throat ซอรฺ-โธรท อาการเจ็บคอ
headache เฮด’เอค อาการปวดหัว
toothache ทูธ’เอค การปวดฟัน อาการปวดฟัน
stomachache สทัม’มัคเอคฺ อาการปวดท้อง
nauseous นอ’เชิส คลื่นไส้ รู้สึกคลื่นไส้ คลื่นเหียน
vomit วอม’มิท การอาเจียน การอ้วก การสำรอก
eyestrain อาย’สเตรน อาการเพลียตา
insomnia อินซอม’เนีย อาการนอนไม่หลับ
hiccup ฮิค’คัพ สะอึก อาการสะอึก
perspire เพอสไพ’เออ เหงื่อออก ขับเหงื่อ

หมวดโรคติดเชื้อและโรคระบบทางเดินหายใจ (Infectious & Respiratory Diseases)

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
allergy แอล’เลอจี โรคภูมิแพ้ ไข้ละอองฟาง
asthmatic แอชแมท’ทิค โรคหอบหืด เกี่ยวกับโรคหืด
chicken pox ชิค’เคน-พ็อกสฺ โรคอีสุกอีใส ไข้อีสุกอีใส
conjunctivitis คอนจังคฺทิไว’ทิส เยื่อตาขาวอักเสบ โรคตาแดง
dengue fever เดง’กี ฟี’เวอรฺ ไข้เลือดออก
diphtheria ดิฟเธีย’เรีย โรคคอตีบ
measles มี’เซิลซ โรคหัด ไข้หัด
German measles เจอรฺ’เมิน-มี’เซิลซ โรคหัดเยอรมัน
rubella รูเบล’ละ โรคหัดเยอรมัน
mumps มัมซฺ คางทูม โรคคางทูม
pneumonia นิวมอน’เนีย โรคปอดอักเสบ โรคปอดบวม
sinusitis ไซนะไซ’ทิส โพรงจมูกอักเสบ โรคไซนัสอักเสบ
tonsillitis ทอนซิลไล’ทิส ภาวะต่อมทอนซิลอักเสบ
laryngitis ลาริงไจ’ทิซ โรคกล่องเสียงอักเสบ
pertussis เพอทัส’ซิส โรคไอกรน
whooping cough วูพ’พิง-คอฟ โรคไอกรน
tetanus เทท’ทะนัส โรคบาดทะยัก เชื้อบาดทะยัก

หมวดโรคระบบทางเดินอาหารและขับถ่าย (Digestive & Excretory System)

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
diarrhea ไดอะเรีย’ ท้องเสีย ท้องร่วง อาการท้องร่วง
constipation คอนสทิเพ’เชิน อาการท้องผูก
food poisoning ฟูด พอย’เซินนิง อาหารเป็นพิษ
gastritis แกรสไทร’ทิส โรคกระเพาะอาหารอักเสบ
appendicitis อะเพนดิไซ’ทิส โรคไส้ติ่งอักเสบ
cirrhosis ซิโร’ซิส โรคตับแข็ง
dyspepsia ดิสเพพ’เซีย อาการอาหารไม่ย่อย โรคธาตุพิการ
enteritis เอนเทอไร’ทิซ โรคลำไส้อักเสบ
gallstones กอล’สโทน โรคนิ่วในถุงน้ำดี ก้อนนิ่ว
heartburn ฮาร์ท’เบิร์น อาการจุกเสียดแน่นท้อง
hemorrhoids เฮมะรอยดสฺ ริดสีดวงทวาร
piles ไพลฺซ ริดสีดวงทวาร หัวริดสีดวง

หมวดโรคเรื้อรังและโรคเฉพาะทาง (Chronic & Specific Diseases)

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
chronic ครอน’นิค โรคเรื้อรัง เป็นมานาน
cancer แคน’เซอะ โรคมะเร็ง
diabetes ไดอะบี’ทิส โรคเบาหวาน
heart disease ฮารฺทฺ ดิซีสฺ’ โรคหัวใจ
gout เกาทฺ โรคปวดตามข้อ โรคไขข้อ โรคเกาต์
jaundice จอน’ดิซ ดีซ่าน โรคดีซ่าน
depression ดีเพรส’เชิน โรคซึมเศร้า เศร้าสลด ความหดหู่

หมวดอาการบาดเจ็บ แผล และความผิดปกติทางร่างกาย (Injuries, Wounds & Abnormalities)

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
bleeding บลีด’ดิง เลือดออก ที่มีเลือดไหล
blister บลิส’เทอะ แผลพุพอง บวม ปูด เป็นตุ่ม
broken bone โบร’เคิน-โบน กระดูกหัก
fracture แฟรค’เชอะ กระดูกร้าว กระดูกแตก กระดูกหัก
bruise บรูซฺ แผลฟกช้ำ รอยฟกช้ำ
burn เบิรฺน แผลที่เกิดจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
sprain สเพรน อาการเคล็ด อาการแพลง การเคล็ดขัดยอก
crick คริคฺ อาการเจ็บตึงกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็งและปวด
shoulder stiffness โชล’เดอะ-สติฟ’เนส อาการไหล่เกร็ง
swollen สโว’เลิน บวม ขยายใหญ่ พองตัว
inflamed อินเฟลมดฺ’ อักเสบ บวม ช้ำ
purulent เพอ’รูเลินทฺ เป็นหนอง มีหนอง คล้ายหนอง
pus พัส หนอง น้ำหนอง
nose bleed โนซ-บลีด อาการเลือดกำเดาไหล
phlegm เฟลม เสมหะ เสลด
convulsion คันวัล’เชิน การชักกระตุก
dehydration ดีไฮเดร’เชิน อาการที่ร่างกายขาดน้ำ การเสียน้ำของร่างกาย
athlete’s foot แอธ’ลีทสฺ-ฟุท โรคน้ำกัดเท้า เชื้อราที่เท้า ฮ่องกงฟุต
stye สไท โรคตากุ้งยิง โรคกุ้งยิง
impacted tooth อิมแพค’เท็ด-ทูธ ฟันคุด
misshapen มิสเช’เพิน ที่ผิดรูปผิดร่าง ผิดลักษณะ ผิดแบบ

เจาะลึกคำศัพท์ชื่อโรคภาษาอังกฤษที่มักใช้สับสน

เมื่อต้องอธิบายอาการป่วย คนไทยหลายคนมักจะติดปัญหาการเลือกใช้คำที่คล้ายกัน เช่น Ache กับ Pain ซึ่งหากนำมาใช้ผิดบริบทอาจทำให้การสื่อสารคลาดเคลื่อนได้ครับ เรามาดูจุดที่มักสับสนกันเพื่อปรับปรุง ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ให้เป๊ะขึ้นกันครับ

  • ⚠️ จุดที่มักสับสนและข้อควรระวัง (Common Mistakes & Precautions):
    คู่แรกคือ Ache กับ Pain ครับ สองคำนี้แปลว่าเจ็บปวดเหมือนกัน แต่ใช้ต่างกัน “Ache” จะเป็นความปวดร้าวที่เกิดต่อเนื่องยาวนาน (ปวดหน่วงๆ ไม่รุนแรงมาก) มักใช้ต่อท้ายอวัยวะ เช่น Headache (ปวดหัว), Stomachache (ปวดท้อง) ส่วน “Pain” คือความเจ็บปวดแบบเฉียบพลัน รุนแรง หรือเจ็บแปร๊บๆ เช่น อาการเจ็บจากแผลผ่าตัด หรืออุบัติเหตุ
    คู่ที่สองคือ Sickness กับ Illness ครับ “Illness” มักหมายถึงโรคทางกายหรือทางจิตใจที่เป็นทางการกว่า ในขณะที่ “Sickness” มักใช้กับอาการป่วยไข้ทั่วไป หรืออาการคลื่นไส้อยากอาเจียน (Motion sickness = เมารถเมาเรือ)
  • 💡 เทคนิคการจำฉบับอาจารย์ต้นอมร (Pro Memory Hacks):
    ให้จำสูตรสั้นๆ ว่า “Ache = ทนได้รำคาญใจ, Pain = ร้องโอ๊ยเจ็บจี๊ด” ครับ เวลาจำให้สร้างภาพในหัวว่า Ache มักมากับอวัยวะภายในที่ปวดตื้อๆ ส่วน Pain มักมาจากอุบัติเหตุภายนอกที่มองเห็นได้ชัด การนำโครงสร้างเหล่านี้ไปใช้ใน การเขียนประโยคภาษาอังกฤษ จะช่วยให้แต่งประโยคอธิบายอาการกับคุณหมอได้อย่างเป็นธรรมชาติครับ เช่น “I have a terrible headache.” (ไอ แฮฟว อะ เทอร์ริเบิล เฮดเอค) ฉันมีอาการปวดหัวอย่างหนัก
✨ มุมมองจากอาจารย์ต้นอมร:

เกร็ดความรู้เพิ่มเติมสำหรับการสอบครับ คำว่า “Chronic” (เรื้อรัง) มักจะไปจับคู่กับโรคที่เป็นมานานและรักษาไม่หายขาด เช่น Chronic disease ส่วนตรงข้ามกับ Chronic คือ “Acute” (เฉียบพลัน) ครับ สองคำนี้ชอบโผล่มาหลอกในข้อสอบ Reading เสมอ ท่องจำคู่กันไว้ได้เลยครับ

สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways

  • 📌 Symptom vs Disease = Symptom คืออาการที่เรารู้สึก (เช่น ไอ มีไข้) Disease คือตัวโรคที่เป็นสาเหตุ (เช่น โควิด ไข้หวัดใหญ่)
  • Ache vs Pain = Ache คือปวดตื้อๆ ต่อเนื่อง (Headache) ส่วน Pain คือเจ็บปวดเฉียบพลันรุนแรง
  • 💡 การเตรียมตัว = ท่องคำศัพท์จัดเป็นหมวดหมู่ (ระบบทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร) จะช่วยให้สมองจดจำได้นานขึ้น

Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ

ลองมาทดสอบความเข้าใจคำศัพท์กันครับ เลือกคำศัพท์ที่เหมาะสมที่สุดเติมลงในช่องว่าง

  1. My stomach hurts so much. I think I have ______ because of the seafood I ate yesterday. (ปวดท้องมาก สงสัยฉันจะมีอาการ… เพราะอาหารทะเลที่กินเมื่อวาน)
  2. He is coughing very hard and his body temperature is high. He definitely has a ______. (เขาไอหนักมากและตัวร้อนจัด เขาต้องเป็น… แน่นอน)
  3. If you don’t drink enough water after exercising, you might suffer from ______. (ถ้าคุณดื่มน้ำไม่พอหลังออกกำลังกาย คุณอาจมีอาการ…)

👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้าอยากบอกหมอว่า “ฉันเป็นหวัด” ต้องพูดว่าอย่างไร?

คุณสามารถใช้ประโยคว่า “I have a cold.” หรือ “I caught a cold.” ได้เลยครับ เป็นประโยคสากลที่เข้าใจง่ายและใช้กันบ่อยที่สุดครับ

คำว่า Pharmacy กับ Drugstore ต่างกันไหม?

ทั้งสองคำหมายถึงร้านขายยาครับ แต่ Pharmacy จะเน้นสถานที่ที่มีเภสัชกรปรุงยาและจ่ายยาตามใบสั่งแพทย์โดยเฉพาะ ส่วน Drugstore มักจะเป็นร้านที่ขายยาทั่วไปและอาจมีของใช้ในชีวิตประจำวันขายรวมอยู่ด้วย (พบเห็นบ่อยในอเมริกา) ครับ

มีน้ำมูกไหล ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร?

อาการน้ำมูกไหลเรียกว่า “Runny nose” ครับ เวลาแต่งประโยคให้พูดว่า “I have a runny nose.” ครับ

ทำไมคำว่า Diabetes ถึงเติม s เสมอ?

คำว่า Diabetes (โรคเบาหวาน) เป็นคำนามนับไม่ได้ (Uncountable Noun) ที่รูปคำลงท้ายด้วย s มาตั้งแต่รากศัพท์ภาษากรีกครับ ดังนั้นแม้จะมี s ต่อท้าย แต่มันถือเป็นเอกพจน์เสมอครับ เหมือนกับคำว่า News (ข่าว) ครับ

คำศัพท์หมวดโรคภัยไข้เจ็บมักออกสอบในพาร์ทไหนของ TOEIC?

มักจะไปโผล่ใน Listening Part 3 (บทสนทนาสั้นๆ ระหว่างคนไข้กับพนักงานคลินิก) และ Reading Part 7 (การอ่านประกาศของบริษัทเรื่องสวัสดิการลาป่วย หรือใบรับรองแพทย์) ครับ

✅ เฉลยและบทวิเคราะห์จากอาจารย์ต้นอมร:

1. food poisoning (อาหารเป็นพิษ) – คีย์เวิร์ดคือการกินอาหารทะเล (seafood) แล้วปวดท้องรุนแรง อาการที่ตามมาหลังจากการกินอาหารที่ผิดปกติคืออาหารเป็นพิษนั่นเองครับ

2. fever (ไข้) – มีคีย์เวิร์ดคือ body temperature is high (อุณหภูมิร่างกายสูง) ซึ่งเป็นนิยามตรงตัวของอาการมีไข้ครับ

3. dehydration (ภาวะร่างกายขาดน้ำ) – เมื่อออกกำลังกายเสียเหงื่อแล้วไม่ดื่มน้ำ (don’t drink enough water) อาการที่จะเกิดขึ้นตามมาคือภาวะขาดน้ำครับ

🌐 บทความ:ดูบทเรียนทั้งหมดที่ เรียนภาษาอังกฤษฟรี โดย อ.ต้นอมร
📺 วิดีโอ:ฟรี! รวมคอร์สวิดีโอ เรียนภาษาอังกฤษ กับ อาจารย์ต้นอมร
อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว