การใช้ Infinitive กับ Gerund สรุปความแตกต่างและหลักไวยากรณ์ | อ.ต้นอมร

คุณเคยรู้สึกสับสนไหมครับเวลาที่ต้องเขียนประโยคยาวๆ แล้วไม่แน่ใจว่าคำกริยาตัวถัดไปควรจะเติม -ing หรือควรจะใส่ to นำหน้าดีถึงจะถูกต้องตามหลักไวยากรณ์สากล ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกกฎเกณฑ์และเทคนิคการจำโครงสร้าง Infinitive กับ Gerund แบบหมดเปลือกครับ

🎯 สรุปหัวใจสำคัญ: Infinitive กับ Gerund

  • Gerund (V.ing) คือคำกริยาที่เติม -ing แล้วเปลี่ยนหน้าที่กลายเป็น “คำนาม” ใช้เรียกแทนกิจกรรมหรือการกระทำ
  • Infinitive with to (to + V.1) คือคำกริยารูปปกติที่มี to นำหน้า มักใช้เพื่อบ่งบอกจุดประสงค์ของการกระทำนั้นๆ
  • มีกลุ่มคำกริยาเฉพาะที่บังคับว่าต้องตามด้วย Gerund เท่านั้น หรือตามด้วย Infinitive เท่านั้น ซึ่งต้องอาศัยการจดจำ
  • คำกริยาบางตัวสามารถตามได้ทั้งสองแบบ แต่จะให้ความหมายของประโยคที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ทำความเข้าใจภาพรวมของการใช้ Infinitive กับ Gerund

ก่อนที่เราจะลงลึกถึงการท่องจำคำศัพท์หรือกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อน อาจารย์อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจธรรมชาติของคำกริยาในภาษาอังกฤษกันก่อนครับ ในหนึ่งประโยคความเดียว (Simple Sentence) ตามกฎไวยากรณ์ที่ถูกต้องแล้ว เราจะสามารถมีคำกริยาแท้ (Main Verb) ที่ผันตามประธานและเวลาได้เพียงแค่ “ตัวเดียว” เท่านั้น

แต่ในความเป็นจริงของการสื่อสาร เรามักจะมีความจำเป็นต้องพูดถึงการกระทำหลายๆ อย่างในประโยคเดียวกัน เช่น “ฉัน ‘ต้องการ’ ที่จะ ‘ไป’ ว่ายน้ำ” จะเห็นได้ว่ามีคำกริยาซ้อนกันอยู่หลายตัว ซึ่งเราไม่สามารถนำคำกริยาแท้มาวางต่อกันตรงๆ ได้ (เช่น I want go swim) เพราะมันจะผิดกฎไวยากรณ์ทันทีครับ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ภาษาอังกฤษต้องมีเครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า Infinitive และ Gerund เข้ามาช่วยจัดการกับปัญหานี้ครับ เครื่องมือเหล่านี้จะทำหน้าที่แปลงร่างคำกริยาตัวที่สองหรือตัวที่สาม ให้สูญเสียความเป็นกริยาแท้ไป เพื่อให้สามารถวางอยู่ในประโยคเดียวกันได้อย่างสละสลวย การปู พื้นฐานภาษาอังกฤษ ในเรื่องนี้ให้แน่น จะช่วยให้คุณแต่งประโยคได้ยาวและซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะครับ

ดังนั้น การใช้ Infinitive กับ Gerund จึงไม่ใช่แค่การท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง แต่เป็นการทำความเข้าใจตรรกะว่า เราต้องการสื่อสารเจตนาแบบไหน และคำกริยาแท้ตัวหลักของเรานั้นบังคับให้เราต้องเลือกใช้เครื่องมือตัวใด ซึ่งเราจะไปเจาะลึกกันในหัวข้อต่อๆ ไปครับ

กริยาไม่แท้ (Non-finite Verbs) คืออะไร

ในทางภาษาศาสตร์ ทั้ง Infinitive และ Gerund รวมไปถึง Participle ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “กริยาไม่แท้” หรือ Non-finite Verbs ครับ คำว่า ไม่แท้ ในที่นี้หมายความว่า มันหน้าตาเหมือนคำกริยา แต่โดนริบอำนาจในการผันตามประธาน (Subject) และการผันตามกาลเวลา (Tense) ไปจนหมดสิ้น

ไม่ว่าประธานของประโยคจะเป็นเอกพจน์ (He, She, It) หรือพหูพจน์ (They, We) และไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต กริยาไม่แท้เหล่านี้ก็จะยังคงรูปร่างเดิมของมันไว้อย่างเหนียวแน่นครับ เช่น การเติม -ing ก็จะเติมอยู่อย่างนั้น หรือการมี to นำหน้าช่อง 1 ก็จะคงสภาพนั้นไว้ตลอดกาล

การเข้าใจบทบาทของกริยาไม่แท้ จะช่วยลดความสับสนเวลาที่คุณต้องวิเคราะห์โครงสร้างประโยคยาวๆ ในบทความวิชาการหรือข้อสอบครับ เพราะคุณจะรู้ทันทีว่าตัวไหนคือหัวใจหลักของประโยค (กริยาแท้) และตัวไหนเป็นเพียงส่วนขยาย (กริยาไม่แท้)

จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนมา คำถามที่มักจะพบในห้องเรียนบ่อยที่สุดคือ “เราจะแยกออกได้อย่างไรว่า V.ing ตัวไหนเป็นกริยาแท้ใน Continuous Tense และตัวไหนเป็น Gerund” คำตอบง่ายๆ คือ กริยาแท้จะต้องมี is, am, are, was, were นำหน้าเสมอครับ แต่ถ้าไม่มี แสดงว่ามันกำลังทำหน้าที่เป็น Gerund อย่างแน่นอน

โครงสร้าง 3 มิติของการใช้ Infinitive กับ Gerund

เพื่อให้การเรียนรู้เรื่องนี้เป็นระบบระเบียบและง่ายต่อการทำความเข้าใจ อาจารย์ได้จัดกลุ่มเนื้อหาออกเป็นโครงสร้าง 3 มิติ ซึ่งเป็นเทคนิคที่อาจารย์ใช้เสมอในการช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นภาพรวมของไวยากรณ์ที่มีความซับซ้อนได้อย่างทะลุปรุโปร่งครับ

เทคนิค 3 มิตินี้ จะบังคับให้คุณพิจารณาปัจจัยรอบด้านก่อนที่จะตัดสินใจเลือกใช้คำ ซึ่งจะช่วยลดเปอร์เซ็นต์ความผิดพลาดในการเขียนและการพูดได้อย่างมหาศาลครับ

เรามาค่อยๆ พิจารณารายละเอียดในแต่ละมิติไปพร้อมๆ กันเลยครับ เพื่อให้คุณมีกรอบความคิดที่แข็งแกร่งก่อนที่จะก้าวเข้าสู่กฎกติกาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

  • 📐 มิติด้านโครงสร้าง (Form): Gerund ประกอบด้วย คำกริยาช่อง 1 เติม -ing เสมอ ในขณะที่ Infinitive (with to) ประกอบด้วย คำว่า to นำหน้าคำกริยาช่อง 1 ที่ไม่เปลี่ยนรูป ไม่เติม s, es หรือ ed ใดๆ ทั้งสิ้น
  • 🔍 มิติด้านความหมาย (Meaning): Gerund มักสื่อถึงเหตุการณ์ที่เป็นจริง เกิดขึ้นแล้ว เป็นประสบการณ์ หรือเป็นกิจกรรมทั่วไป ส่วน Infinitive มักสื่อถึงเหตุการณ์ในอนาคต แผนการ ความตั้งใจ หรือจุดประสงค์ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
  • 🗣️ มิติด้านการนำไปใช้ (Use): Gerund ทำหน้าที่เป็น “คำนาม” (Noun) สามารถเป็นประธาน กรรม หรือตามหลังคำบุพบทได้ ส่วน Infinitive สามารถทำหน้าที่เป็น นาม คุณศัพท์ หรือกริยาวิเศษณ์เพื่อขยายความได้หลากหลายกว่า
✨ มุมมองจากอาจารย์ต้นอมร:

หลายคนมักจะเครียดกับการท่องจำลิสต์คำกริยาที่ต้องตามด้วย Gerund หรือ Infinitive อาจารย์ขอแนะนำเคล็ดลับว่า ให้ลองจินตนาการถึงความหมายแฝงครับ ถ้ากริยาตัวแรกสื่อถึงสิ่งที่ทำไปแล้ว เป็นนิสัย หรือการหลีกเลี่ยง มักจะตามด้วย Gerund (V.ing) แต่ถ้ากริยาตัวแรกสื่อถึงความหวัง การวางแผน หรือการตัดสินใจสู่อนาคต มักจะตามด้วย Infinitive (to + V.1) ครับ ตรรกะนี้ใช้ครอบคลุมคำศัพท์ได้มากกว่า 80% เลยทีเดียวครับ

ปัญหาที่คนไทยมักสับสนเมื่อต้องเลือกใช้

ความสับสนหลักของผู้เรียนชาวไทยมักจะเกิดขึ้นเพราะในภาษาไทยของเรานั้น เราสามารถวางคำกริยาเรียงต่อกันได้เลยอย่างอิสระ เช่น “ฉันชอบกินแอปเปิ้ล” เรามีคำว่า “ชอบ” และ “กิน” วางติดกันได้โดยไม่ต้องมีเครื่องมือใดๆ มาแปลงสภาพคำว่ากิน

แต่เมื่อต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ หลายคนจึงเผลอพูดว่า “I like eat apple.” ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์ทันทีครับ ภาษาอังกฤษบังคับว่าคุณต้องเลือกว่าจะใช้ I like eating… หรือ I like to eat… ซึ่งต้องอิงตามกฎเกณฑ์ที่เจ้าของภาษากำหนดไว้

นอกจากนี้ ยังมีความสับสนในการแยกแยะระหว่างคำว่า “to” ที่ทำหน้าที่เป็นบุพบท (Preposition) ซึ่งต้องตามด้วยคำนามหรือ Gerund กับคำว่า “to” ที่ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของ Infinitive ซึ่งต้องตามด้วยกริยาช่อง 1 การแยกแยะจุดนี้ถือเป็นไม้เบื่อไม้เมาของคนเรียนภาษาอังกฤษเลยครับ

แต่ไม่ต้องกังวลไปครับ เพราะในหัวข้อถัดๆ ไป อาจารย์จะชำแหละกฎเหล่านี้ออกมาให้ดูอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างที่จำง่าย รับรองว่าคุณจะสามารถเลือกใช้ได้อย่างถูกต้องแน่นอนครับ

เจาะลึกกฎไวยากรณ์ การใช้ Gerund (V.ing)

เรามาเริ่มต้นเจาะลึกกันที่ตัวแรกคือ Gerund หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ V.ing ครับ อย่างที่อาจารย์ได้เกริ่นไปแล้วว่า แม้หน้าตาของมันจะเหมือนคำกริยาที่กำลังกระทำอยู่ แต่เมื่อมันทำหน้าที่เป็น Gerund วิญญาณของมันได้เปลี่ยนกลายเป็น “คำนาม” (Noun) ไปแล้วโดยสมบูรณ์ครับ

เมื่อเราเข้าใจว่ามันคือคำนาม กฎเกณฑ์ทุกอย่างที่ใช้กับคำนามทั่วไป ก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ Gerund ได้เกือบทั้งหมดครับ ไม่ว่าจะเป็นการทำหน้าที่เป็นประธานผู้กระทำ เป็นกรรมผู้ถูกกระทำ หรือการใช้ตามหลังคำบุพบทต่างๆ

การจัดระเบียบความคิดและเข้าใจ สรุปแกรมม่าภาษาอังกฤษ ในส่วนของ Gerund นี้ จะทำให้ประโยคที่คุณเขียนดูมีความเป็นมืออาชีพ (Professional) และสละสลวยเหมือนนักเขียนฝรั่งมาเองเลยครับ เราไปดูรายละเอียดการจัดวางตำแหน่งกันเลย

Gerund ในตำแหน่งประธานและกรรมของประโยค

การนำ Gerund มาวางไว้ที่ตำแหน่งประธาน (Subject) ของประโยค ถือเป็นวิธีการขึ้นต้นประโยคที่คลาสสิกและเป็นทางการมากครับ มักใช้เพื่ออธิบายข้อเท็จจริง หรือพูดถึงกิจกรรมแบบภาพรวมกว้างๆ สิ่งที่ต้องระวังคือ ประธานที่เป็น Gerund จะถือว่าเป็น “เอกพจน์” เสมอ ดังนั้นคำกริยาแท้ที่ตามมาจะต้องเติม s หรือใช้ is, was, has เสมอครับ

นอกจากนี้ เรายังสามารถนำ Gerund ไปวางไว้ในตำแหน่งกรรม (Object) ของประโยคได้ด้วย ซึ่งก็คือการวางตามหลังคำกริยาแท้นั่นเองครับ เพื่อบอกว่าประธานกำลังกระทำ “การ…” หรือ “ความ…” อะไรอยู่

ลองมาดูตัวอย่างประโยคเหล่านี้เพื่อทำความเข้าใจการจัดวางตำแหน่งของ Gerund ทั้งในฐานะประธานและกรรมกันครับ สังเกตการแปลความหมายที่จะมีคำว่า “การ” นำหน้าเสมอ

Swimming is good for your health. (สวิมมิง อีส กูด ฟอร์ ยัวร์ เฮลธ์) การว่ายน้ำเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพของคุณ.

Reading books helps you learn new things. (รีดดิง บุ๊กส์ เฮลพส์ ยู เลิร์น นิว ธิงส์) การอ่านหนังสือช่วยให้คุณเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ.

He enjoys playing golf on weekends. (ฮี เอนจอยส์ เพลย์ยิง กอล์ฟ ออน วีคเอนด์ส) เขาชื่นชอบการเล่นกอล์ฟในวันหยุดสุดสัปดาห์.

They finished painting the house yesterday. (เดย์ ฟินิชด์ เพนท์ทิง เดอะ เฮาส์ เยสเทอร์เดย์) พวกเขาทำสีบ้านเสร็จเมื่อวานนี้.

My favorite hobby is collecting stamps. (มาย เฟฟเวอริท ฮอบบี อีส คอลเลกทิง สแตมป์ส) งานอดิเรกที่ฉันโปรดปรานที่สุดคืองานสะสมแสตมป์.

คำกริยาที่บังคับตามด้วย Gerund เสมอ

มาถึงจุดปราบเซียนของการเรียนภาษาอังกฤษแล้วครับ ในระบบไวยากรณ์จะมีกลุ่มคำกริยาเฉพาะกลุ่มหนึ่ง ที่มีอิทธิพลมหาศาล บังคับให้คำกริยาตัวใดก็ตามที่เดินตามหลังมันมา จะต้องแปลงร่างเป็น Gerund (V.ing) เท่านั้น ห้ามใช้ to + V.1 โดยเด็ดขาด

คำกริยาในกลุ่มนี้มักจะเป็นคำที่สื่อความหมายถึง ความชอบ (enjoy), การสิ้นสุด (finish), การหลีกเลี่ยง (avoid), การยอมรับหรือปฏิเสธ (admit, deny), หรือการแนะนำ (suggest) การจำลิสต์คำศัพท์เหล่านี้ได้คืออาวุธลับในการทำข้อสอบและเขียนอีเมลเลยครับ

การสะสม รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในหมวดหมู่นี้อาจจะต้องใช้เวลา แต่อาจารย์แนะนำให้แต่งประโยคเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน จะช่วยให้สมองจดจำได้ลึกซึ้งกว่าการท่องจำเฉยๆ ครับ

I suggest going to the beach. (ไอ ซักเจสต์ โกอิง ทู เดอะ บีช) ฉันแนะนำให้ไปเที่ยวชายหาด.

She avoids eating sweet food. (ชี อะวอยด์ส อีททิง สวีท ฟู้ด) เธอหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารหวาน.

We postponed having a meeting. (วี โพสต์โพนด์ แฮฟวิง อะ มีททิง) พวกเราเลื่อนการจัดประชุมออกไป.

Do you mind opening the window? (ดู ยู มายด์ โอเพนนิง เดอะ วินโดว) คุณจะรังเกียจไหมที่จะเปิดหน้าต่าง.

He denied stealing the money. (ฮี ดีนายด์ สตีลลิง เดอะ มันนี) เขาปฏิเสธการขโมยเงิน.

การใช้ Gerund ตามหลังคำบุพบท (Prepositions)

นี่คือกฎเหล็กข้อสำคัญที่สุดที่คุณต้องสลักไว้ในใจเลยครับ “หลังคำบุพบท (Prepositions) เช่น in, on, at, of, for, from, about, with ต้องตามด้วยคำนาม หรือ Gerund (V.ing) เสมอ” ห้ามตามด้วยกริยาช่อง 1 หรือ Infinitive เด็ดขาดครับ

โครงสร้างนี้พบบ่อยมากเมื่อเราใช้ Adjective คู่กับ Preposition (เช่น interested in, good at, afraid of) หรือเมื่อใช้ Verb คู่กับ Preposition (เช่น apologize for, look forward to) ทันทีที่มี Preposition โผล่มา ให้เตรียมเติม -ing ที่กริยาตัวถัดไปได้เลยครับ

ข้อควรระวังคือ คำว่า “to” ในสำนวน look forward to (ตั้งตารอคอย) ทำหน้าที่เป็นคำบุพบทนะครับ ไม่ใช่สัญลักษณ์ของ Infinitive ดังนั้นมันจึงต้องตามด้วย Gerund เสมอ ซึ่งข้อสอบชอบเอามาหลอกบ่อยมากๆ ครับ

I am interested in learning Japanese. (ไอ แอม อินเทอเรสทิด อิน เลิร์นนิง เจแปนนีส) ฉันมีความสนใจในการเรียนภาษาญี่ปุ่น.

She is good at solving math problems. (ชี อีส กูด แอท ซอลวิง แมธ พรอบเลมส์) เธอเก่งในเรื่องการแก้โจทย์คณิตศาสตร์.

Thank you for helping me. (แธงก์ ยู ฟอร์ เฮลพิง มี) ขอบคุณสำหรับการช่วยเหลือฉัน.

กลุ่มคำกริยาที่ตามด้วย Gerund (V.ing) กลุ่ม Preposition ที่ตามด้วย Gerund (V.ing)
enjoy, finish, avoid, mind, postpone, suggest, deny, admit, risk, practice interested in, good at, afraid of, famous for, apologize for, look forward to
ตัวอย่าง: I enjoy reading. ตัวอย่าง: I am good at reading.

เจาะลึกกฎไวยากรณ์ การใช้ Infinitive with to

หลังจากทำความรู้จักกับฝั่ง V.ing กันไปแล้ว คราวนี้เรามาทำความคุ้นเคยกับแฝดคนละฝากันบ้างครับ นั่นคือ Infinitive with to หรือ กริยาช่องที่ 1 รูปหน้าสดที่มี to นำหน้า (เช่น to go, to eat, to play)

วิญญาณของ Infinitive นั้นมีความยืดหยุ่นสูงมากครับ มันไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่คำนามได้อย่างเดียวเหมือน Gerund แต่มันสามารถสวมบทบาทเป็นได้ทั้งคำคุณศัพท์ (ขยายคำนาม) และกริยาวิเศษณ์ (ขยายคำกริยาเพื่อบอกจุดประสงค์) อีกด้วย

การเข้าใจการทำงานของ Infinitive จะเปิดประตูสู่การ ฝึกแต่งประโยคภาษาอังกฤษ ในระดับที่ซับซ้อนขึ้น คุณจะสามารถอธิบายเหตุผลและแผนการในอนาคตได้อย่างสละสลวย เราไปดูวิธีการประยุกต์ใช้ในบริบทต่างๆ กันเลยครับ

Infinitive เพื่อบอกจุดประสงค์ (Infinitive of Purpose)

หน้าที่ยอดฮิตอันดับหนึ่งของ Infinitive คือการนำมาใช้เพื่อตอบคำถามว่า “ทำไม” (Why) ครับ เมื่อเราต้องการบอกว่า เราทำกริยาหลักในประโยคไป “เพื่อที่จะ” ทำอะไรบางอย่าง เราก็สามารถต่อท้ายด้วย to + V.1 ได้เลยทันที

โครงสร้างแบบ Infinitive of Purpose นี้เป็นการย่อประโยคให้กระชับขึ้น แทนที่จะต้องใช้คำเชื่อมยาวๆ อย่าง in order to หรือ so that เราก็สามารถใช้แค่ to ตัวเดียวก็สื่อความหมายได้ครบถ้วนและเป็นธรรมชาติมากครับ

ลองพิจารณาตัวอย่างประโยคเหล่านี้ดูครับ จะเห็นว่าท่อนที่ขึ้นต้นด้วย to จะทำหน้าที่เป็นส่วนขยายเพื่อบอกเจตนารมณ์ของการกระทำในท่อนแรกเสมอ

I went to the supermarket to buy some milk. (ไอ เวนท์ ทู เดอะ ซูเปอร์มาร์เกต ทู บาย ซัม มิลค์) ฉันไปซูเปอร์มาร์เกตเพื่อซื้อนม.

She studies hard to pass the exam. (ชี สตัดดีส ฮาร์ด ทู พาส ดิ เอ็กแซม) เธอเรียนหนักเพื่อที่จะสอบผ่าน.

He called me to ask for my advice. (ฮี คอลด์ มี ทู อาสก์ ฟอร์ มาย แอดไวซ์) เขาโทรหาฉันเพื่อขอคำแนะนำจากฉัน.

คำกริยาที่บังคับตามด้วย Infinitive เสมอ

เช่นเดียวกับฝั่ง Gerund ครับ ฝั่ง Infinitive เองก็มีแก๊งคำกริยาขาใหญ่ที่คอยควบคุมอยู่เหมือนกัน หากคุณใช้คำกริยาในกลุ่มนี้เป็นกริยาแท้ของประโยค คำกริยาตัวถัดไปที่ตามมาจะต้องถูกบังคับให้ใส่ to นำหน้าเสมอ ห้ามเติม -ing เด็ดขาดครับ

สังเกตง่ายๆ ว่าคำกริยาในกลุ่มนี้มักจะเป็นคำที่สื่อถึง “อนาคต” “ความตั้งใจ” หรือ “การคาดหวัง” ที่ยังไม่เกิดขึ้นในขณะที่พูดครับ เช่น ต้องการ (want), วางแผน (plan), หวังว่า (hope), ตัดสินใจ (decide), สัญญา (promise) หรือ ปฏิเสธการกระทำ (refuse)

การแบ่งหมวดหมู่คำศัพท์ตามความหมายแฝงแบบนี้ จะช่วยลดภาระการท่องจำของสมอง และทำให้คุณสามารถเดาโครงสร้างไวยากรณ์ของคำศัพท์ใหม่ๆ ที่เพิ่งเคยเจอได้ด้วยครับ

We decided to stay at home. (วี ดีไซด์เดด ทู สเตย์ แอท โฮม) พวกเราตัดสินใจที่จะอยู่บ้าน.

I promise to return your book tomorrow. (ไอ พรอมิส ทู รีเทิร์น ยัวร์ บุ๊ก ทูมอร์โรว์) ฉันสัญญาว่าจะคืนหนังสือของคุณในวันพรุ่งนี้.

She hopes to see you again soon. (ชี โฮปส์ ทู ซี ยู อะเกน ซูน) เธอหวังว่าจะได้พบคุณอีกครั้งในเร็วๆ นี้.

They plan to travel around the world. (เดย์ แพลน ทู ทราเวล อะราวนด์ เดอะ เวิลด์) พวกเขาวางแผนที่จะเดินทางรอบโลก.

He wants to become a doctor. (ฮี วอนท์ส ทู บีคัม อะ ด็อกเตอร์) เขาต้องการที่จะกลายเป็นหมอ.

การใช้ Infinitive ตามหลังคำคุณศัพท์ (Adjectives)

อีกหนึ่งโครงสร้างที่พบได้บ่อยมากในภาษาเขียนและภาษาพูดคือ โครงสร้าง It is + Adjective + Infinitive ครับ โครงสร้างนี้ใช้เพื่อแสดงความคิดเห็นหรืออธิบายความรู้สึกเกี่ยวกับการกระทำบางอย่าง

ในกรณีนี้ Infinitive จะทำหน้าที่คล้ายๆ กับเป็นประธานที่แท้จริงของประโยค (โดยมี It ทำหน้าที่เป็นประธานปลอม) นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ Infinitive ต่อท้ายคำคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึกของมนุษย์ได้โดยตรง (เช่น glad, happy, sorry, ready) เพื่อบอกว่ารู้สึกแบบนั้น “เพราะ” ได้ทำอะไร

การใช้โครงสร้างนี้ได้อย่างคล่องแคล่ว จะทำให้คุณสามารถบรรยายความรู้สึกและแสดงทัศนคติต่อเหตุการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีมิติและดูเป็นเจ้าของภาษามากๆ ครับ

I am glad to meet you. (ไอ แอม แกลด ทู มีท ยู) ฉันดีใจที่ได้พบคุณ.

It is important to drink enough water. (อิท อีส อิมพอร์แทนท์ ทู ดริงก์ อีนัฟ วอเทอร์) มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ.

กลุ่มคำกริยาที่ตามด้วย Infinitive (to + V.1) กลุ่มคำคุณศัพท์ที่มักตามด้วย Infinitive (to + V.1)
want, plan, hope, decide, promise, refuse, offer, agree, expect, learn happy, glad, sorry, ready, easy, hard, important, dangerous
ตัวอย่าง: I want to go. ตัวอย่าง: I am ready to go.

คำกริยาที่ตามด้วย Infinitive กับ Gerund แล้วความหมายเปลี่ยน

มาถึงระดับความยากขั้นสุดยอด (Advanced level) ของเรื่องนี้กันแล้วครับ ในภาษาอังกฤษจะมีคำกริยาตัวร้ายอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่เปิดโอกาสให้คุณเลือกเติมได้ทั้ง Gerund (-ing) และ Infinitive (to + V.1) ตามหลังมันได้อย่างอิสระตามหลักไวยากรณ์

แต่ความน่ากลัวอยู่ที่ว่า “ความหมายของประโยคจะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ” ขึ้นอยู่กับตัวที่คุณเลือกเติมลงไปครับ การเลือกผิดเพียงนิดเดียว อาจทำให้การสื่อสารล้มเหลว หรือทำให้เจตนาของคุณบิดเบือนไปอย่างสิ้นเชิง

คำกริยาในกลุ่มนี้มีไม่เยอะครับ แต่ออกข้อสอบบ่อยมากและใช้ในชีวิตประจำวันเป็นประจำ เราจะมาผ่าตัดความหมายของคำเหล่านี้ไปทีละตัว เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพความแตกต่างอย่างชัดเจนที่สุดครับ

กลุ่มคำกริยา Forget และ Remember

คู่แรกคือ Forget (ลืม) และ Remember (จำได้) ครับ หลักการจำความหมายของคู่นี้ ให้โฟกัสที่เส้นเวลา (Timeline) ครับ ถ้าตามด้วย Gerund (V.ing) หมายถึงการกระทำนั้น “เกิดขึ้นไปแล้วในอดีต” แล้วเรานึกย้อนกลับไปว่าจำได้หรือลืมไปแล้วว่าได้ทำสิ่งนั้น

แต่ถ้าตามด้วย Infinitive (to + V.1) จะหมายถึงการกระทำนั้น “ยังไม่ได้เกิดขึ้น” แต่เป็นหน้าที่หรือสิ่งที่ “ต้องทำในอนาคต” แล้วเราต้องเตือนตัวเองให้จำไว้ว่าต้องทำ หรือเผลอลืมที่จะทำสิ่งนั้นไปครับ

ลองเปรียบเทียบสองประโยคนี้ดูครับ จะเห็นว่าผู้พูดมีเจตนาในการสื่อสารที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว

I remember locking the door. (ไอ รีเมมเบอร์ ล็อกคิง เดอะ ดอร์) ฉันจำได้ว่าได้ล็อกประตูไปแล้ว. (ล็อกไปเรียบร้อยแล้วในอดีต ภาพการล็อกอยู่ในหัว)

Please remember to lock the door. (พลีส รีเมมเบอร์ ทู ล็อก เดอะ ดอร์) กรุณาจำไว้ว่าจะต้องล็อกประตูด้วย. (ตอนพูดประตูก็ยังไม่ได้ล็อก เป็นการเตือนให้ทำในอนาคต)

กลุ่มคำกริยา Stop และ Try

คู่ต่อมาคือ Stop (หยุด) และ Try (พยายาม/ลอง) สำหรับ Stop นั้นถือเป็นคำที่คนแต่งประโยคผิดบ่อยที่สุดครับ ถ้าเราใช้ Stop + Gerund (V.ing) จะแปลว่า “เลิกทำสิ่งนั้นไปเลยโดยเด็ดขาด” (Quit doing it)

แต่ถ้าเราใช้ Stop + Infinitive (to + V.1) จะแปลว่า “หยุดกิจกรรมอื่นที่กำลังทำอยู่ ณ ตอนนั้น เพื่อที่จะหันไปทำสิ่งนี้” (Stop in order to do something else) เห็นไหมครับว่าความหมายพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย

ส่วน Try ถ้าตามด้วย to + V.1 จะแปลว่า “พยายามทำสิ่งที่ยากลำบาก” แต่ถ้าตามด้วย V.ing จะแปลว่า “ลองทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อดูผลลัพธ์ว่าเวิร์กไหม” ครับ

He stopped smoking last year. (ฮี สตอปด์ สโมคคิง ลาสต์ เยียร์) เขาเลิกสูบบุหรี่ไปแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา. (ตัดขาดจากการสูบบุหรี่)

He stopped to smoke a cigarette. (ฮี สตอปด์ ทู สโมค อะ ซิการ์เรต) เขาหยุดทำกิจกรรมบางอย่างเพื่อที่จะสูบบุหรี่. (เช่น เดินๆ อยู่แล้วหยุดเดิน เพื่อหยิบบุหรี่มาสูบ)

กลุ่มคำกริยา Regret และ Go on

คู่สุดท้ายที่ควรรู้จักคือ Regret (เสียใจ/สมเพช) และ Go on (ดำเนินต่อไป) ครับ สำหรับ Regret กฎจะคล้ายกับ Remember ครับ ถ้าตามด้วย V.ing คือ “รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ทำพลาดไปแล้วในอดีต” แต่ถ้าตามด้วย to + V.1 มักจะใช้ในจดหมายหรือการแจ้งข่าวร้าย แปลว่า “รู้สึกเสียใจที่จะต้องบอก/แจ้งให้ทราบ (ตอนนี้)”

ส่วน Go on ถ้าตามด้วย V.ing จะแปลว่า “ทำกิจกรรมเดิมนั้นต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุด” แต่ถ้าตามด้วย to + V.1 จะแปลว่า “ทำกิจกรรมหนึ่งเสร็จแล้ว จึงค่อยเปลี่ยนไปทำกิจกรรมใหม่ต่อ” ครับ

การเข้าใจความละเอียดอ่อนทางภาษาเหล่านี้ จะช่วยยกระดับความสามารถในการอ่านจับใจความและการเขียนภาษาอังกฤษของคุณให้เทียบเท่าเจ้าของภาษาเลยครับ

I regret telling him my secret. (ไอ รีเกรท เทลลิง ฮิม มาย ซีเครท) ฉันเสียใจที่ได้บอกความลับของฉันกับเขาไป. (บอกไปแล้ว และมารู้สึกผิดทีหลัง)

I regret to tell you that you failed the test. (ไอ รีเกรท ทู เทล ยู แดท ยู เฟลด์ เดอะ เทสต์) ฉันรู้สึกเสียใจที่จะต้องบอกคุณว่าคุณสอบตก. (กำลังจะแจ้งข่าวร้าย ณ ตอนนี้)

She went on talking about her trip. (ชี เวนท์ ออน ทอล์คคิง อะเบาท์ เฮอร์ ทริป) เธอพูดเรื่องการเดินทางของเธอต่อไปเรื่อยๆ. (พูดไม่หยุด)

คำกริยา เมื่อตามด้วย Gerund (V.ing) เมื่อตามด้วย Infinitive (to + V.1)
Stop เลิกทำสิ่งนั้นอย่างเด็ดขาด หยุดเพื่อที่จะไปทำสิ่งนั้น
Remember จำได้ว่าได้ทำสิ่งนั้นไปแล้วในอดีต จำไว้ว่าต้องทำสิ่งนั้นในอนาคต
Try ลองทำเพื่อดูผลลัพธ์ว่าดีไหม พยายามทำสิ่งที่ยากลำบาก
✨ มุมมองจากอาจารย์ต้นอมร:

อาจารย์มักจะให้เทคนิคจำคู่คำเหล่านี้กับคนวัยทำงานว่า ถ้าเป็นเรื่อง “อดีต/ประสบการณ์/เลิกทำ” ให้ใช้ -ing เสมอ เพราะมันให้ความรู้สึกถึงความหน่วงหรือสิ่งที่สะสมมานาน แต่ถ้าเป็นเรื่อง “อนาคต/ความมุ่งมั่น/กำลังจะทำ” ให้ใช้ to เสมอ เพราะคำว่า to มันมีทิศทางพุ่งไปข้างหน้าเหมือนลูกศรครับ เทคนิคการจินตนาการเป็นภาพนี้เวิร์กมากๆ ในห้องสอบครับ

ข้อสอบ TOEIC ที่มักจะออกเกี่ยวกับการใช้ Infinitive กับ Gerund

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องโปรดปรานระดับท็อป 3 ของผู้ออก สอบ TOEIC เลยล่ะครับ โดยเฉพาะในพาร์ท Incomplete Sentences (Part 5) และ Text Completion (Part 6) ข้อสอบมักจะเล่นกับความแม่นยำในการจดจำกฎเกณฑ์ของนักศึกษา

ผู้ออกข้อสอบรู้ดีว่าคนส่วนใหญ่มักจะแปลความหมายได้ แต่ถ้าไม่ได้ท่องลิสต์คำศัพท์ที่บังคับไวยากรณ์เฉพาะเจาะจงมา ก็จะต้องเสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดายครับ เพราะภาษาอังกฤษในส่วนนี้บางครั้งไม่สามารถใช้ตรรกะความหมายภาษาไทยมาเทียบเคียงได้เลย

เรามาวิเคราะห์เจาะลึกรูปแบบโจทย์ที่มักจะนำมาออกบ่อยๆ และเรียนรู้เคล็ดลับในการทำข้อสอบพาร์ทนี้ให้ได้คะแนนเต็มกันครับ รับรองว่าถ้ารู้ทริคเหล่านี้ คุณจะทำข้อสอบได้เร็วขึ้นหลายเท่าตัวครับ

วิเคราะห์ลักษณะโจทย์ที่เจอบ่อยในห้องสอบ

โจทย์ลักษณะแรกที่ฮิตที่สุดคือ การให้คำกริยาตัวแรกมา แล้วเว้นช่องว่างให้เติมคำกริยาตัวที่สองครับ เช่น “The board of directors suggested _______ the marketing budget.” ตัวเลือกมี A) increase, B) to increase, C) increasing, D) increased

เมื่อเจอโจทย์แบบนี้ ไม่ต้องเสียเวลาแปลทั้งประโยคครับ ให้สายตาโฟกัสไปที่คำว่า “suggested” ทันที ถ้าคุณจำได้ว่า suggest (แนะนำ) อยู่ในลิสต์คำศัพท์สาย -ing คุณก็จะกาข้อ C) increasing ได้ทันทีอย่างมั่นใจและประหยัดเวลาสุดๆ

โจทย์ลักษณะที่สองคือ การทดสอบเรื่อง Preposition ครับ ข้อสอบมักจะให้วลีที่มีบุพบทมา เช่น “The manager is responsible for _______ the new staff.” กฎเหล็กบอกไว้ว่า หลัง Preposition (for) ต้องตามด้วย V.ing เสมอ คำตอบก็จะเป็น training เป็นต้นครับ

จุดหลอกและวิธีทำคะแนน (TOEIC Tips)

ทริคการทำคะแนนจากอาจารย์ต้นอมรคือ “ระวังจุดหลอกของคำว่า to” ครับ หลายคนพอเห็นคำว่า to ปุ๊บ ก็รีบกาคำกริยาช่อง 1 (Infinitive) ปั๊บเลย ซึ่งผู้ออกข้อสอบชอบดักทางด้วยการเอา “บุพบทวลีที่มีคำว่า to” มาออกครับ

วลีสุดฮิตที่ออกสอบบ่อยคือ look forward to (ตั้งตารอคอย), be used to (คุ้นชินกับ), object to (คัดค้าน) จำไว้ให้ขึ้นใจเลยนะครับว่า to ใน 3 วลีนี้เป็น Preposition ดังนั้นมันต้องตามด้วย Gerund (V.ing) เท่านั้นครับ ห้ามตามด้วยช่อง 1 เด็ดขาด

อีกจุดหลอกหนึ่งคือ การใช้ passive voice ซ้อนใน Gerund หรือ Infinitive ครับ เช่น “He avoids _______ by the media.” ตัวเลือกมี A) questioning, B) being questioned. ข้อนี้ต้องดูบริบทว่าเขา “หลีกเลี่ยงการถูกตั้งคำถาม” (เป็นผู้ถูกกระทำ) ดังนั้นต้องใช้รูป passive gerund คือ being questioned ครับ การฝึกฝนทำโจทย์บ่อยๆ จะช่วยให้คุณคุ้นชินกับจุดหลอกเหล่านี้ครับ

สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways

  • 📌 Gerund (V.ing) = ทำหน้าที่เป็น “คำนาม” แปลว่า การ… / ความ… วางเป็นประธาน กรรม หรือหลังบุพบทได้
  • 📌 Infinitive (to + V.1) = มักใช้บอก “จุดประสงค์” (เพื่อที่จะ…) หรือใช้ตามหลังคำคุณศัพท์ที่บอกความรู้สึก
  • กริยาที่ตามด้วย Gerund เสมอ = enjoy, avoid, mind, finish, suggest, postpone, deny
  • กริยาที่ตามด้วย Infinitive เสมอ = want, hope, plan, decide, promise, refuse
  • ⚠️ คำที่เปลี่ยนความหมาย = Stop + V.ing (เลิกทำเด็ดขาด) / Stop + to V.1 (หยุดเพื่อไปทำสิ่งนั้น)

Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ

จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่างของประโยคต่อไปนี้:

1. Would you mind _______ the door for me?
A) open
B) opening
C) to open

2. We decided _______ a new car next month.
A) buy
B) buying
C) to buy

3. I am really looking forward to _______ you next week.
A) see
B) seeing
C) to see

4. He stopped _______ coffee because he couldn’t sleep at night.
A) drink
B) drinking
C) to drink

5. _______ English grammar is not as difficult as you think.
A) Learn
B) Learning
C) Learned

👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. กริยาช่วยอย่าง can, must, should ต้องตามด้วย Infinitive หรือ Gerund

กริยาช่วย (Modal Verbs) เหล่านี้มีกฎพิเศษครับ คือต้องตามด้วย Infinitive without to (กริยาช่อง 1 ที่ไม่มี to นำหน้า) เสมอครับ เช่น I can swim. (ห้ามใช้ I can to swim หรือ I can swimming เด็ดขาด)

2. มีคำกริยาที่ตามด้วย Infinitive หรือ Gerund ก็ได้ โดยความหมายไม่เปลี่ยนไหม

มีครับ กลุ่มคำกริยาที่บอกจุดเริ่มต้นหรือความชอบ เช่น start, begin, continue, like, love, hate สามารถใช้ตามด้วยอะไรก็ได้ ความหมายแทบจะไม่แตกต่างกันเลยครับ เช่น I like playing tennis. กับ I like to play tennis. ฝรั่งฟังแล้วเข้าใจเหมือนกันเป๊ะครับ

3. โครงสร้าง to + V.ing มีอยู่ในหลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษจริงๆ หรือ

มีจริงๆ ครับ แต่มันจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคำว่า to ตัวนั้นทำหน้าที่เป็นคำบุพบท (Preposition) ในสำนวนเฉพาะ เช่น be used to (ชินกับ), look forward to (ตั้งตารอ), object to (คัดค้าน) ซึ่งในกรณีนี้ต้องตามด้วย V.ing เสมอครับ ถือเป็นข้อยกเว้นที่ต้องท่องจำ

4. ถ้าประโยคมีบุพบท (Preposition) อยู่หน้าสุด เช่น Without… คำกริยาที่ตามมาจะเป็นอะไร

กฎเรื่องบุพบทมีความศักดิ์สิทธิ์มากครับ ไม่ว่าจะอยู่หน้าสุดหรือกลางประโยค หลังคำบุพบททุกตัว (เช่น without, before, after, by) ต้องตามด้วย Gerund (V.ing) เสมอครับ เช่น Without working hard, you cannot succeed.

5. คำว่า need ต้องตามด้วยอะไร

need มีความพิเศษตรงที่สามารถตามได้ทั้งสองแบบครับ ปกติถ้าคนต้องการทำอะไร จะใช้ need + to V.1 (เช่น I need to go) แต่ถ้าเป็น “สิ่งของ” ที่ต้องการได้รับการซ่อมแซมหรือจัดการ จะใช้ need + V.ing ในความหมายเชิงถูกกระทำครับ เช่น The car needs washing. (รถต้องการการล้าง)

✅ เฉลยและบทวิเคราะห์จากอาจารย์ต้นอมร:

มาตรวจสอบคำตอบ Mini Quiz กันเลยครับ ใครทำถูกทุกข้อแสดงว่าพร้อมลงสนามสอบแล้วครับ!

ข้อ 1 ตอบ B) opening
เหตุผล: คำกริยา mind (รังเกียจ/ขัดข้อง) เป็นหนึ่งในคำกริยาคลาสสิกที่บังคับว่าต้องตามด้วย Gerund (V.ing) เสมอครับ สำนวน Would you mind + V.ing? เป็นการขอร้องที่สุภาพมากที่ทุกคนควรจำไปใช้ครับ

ข้อ 2 ตอบ C) to buy
เหตุผล: คำกริยา decide (ตัดสินใจ) สื่อความหมายถึงแผนการในอนาคตที่ยังไม่ได้ทำ กฎไวยากรณ์จึงบังคับให้ต้องตามด้วย Infinitive (to + V.1) เสมอครับ

ข้อ 3 ตอบ B) seeing
เหตุผล: ข้อนี้คือจุดหลอก TOEIC ยอดฮิตเลยครับ! สำนวน look forward to มีคำว่า to ทำหน้าที่เป็น Preposition (บุพบท) ไม่ใช่ Infinitive marker ดังนั้นกฎจึงบังคับว่าต้องตามด้วย V.ing เสมอครับ

ข้อ 4 ตอบ B) drinking
เหตุผล: จากบริบทประโยค “เพราะเขานอนไม่หลับตอนกลางคืน” แปลว่าเขาต้อง “เลิกดื่มกาแฟอย่างเด็ดขาด” การที่คำว่า stop จะแปลว่าเลิกทำเด็ดขาดได้นั้น ต้องตามด้วย Gerund (V.ing) เท่านั้นครับ (ถ้าใช้ to drink จะแปลว่า หยุดทำอย่างอื่นเพื่อมาดื่มกาแฟ ซึ่งขัดแย้งกับบริบท)

ข้อ 5 ตอบ B) Learning
เหตุผล: ช่องว่างอยู่ตำแหน่ง “ประธาน” (Subject) ของประโยค การจะนำคำกริยามาทำเป็นประธานเพื่อสื่อถึง “การเรียน” จะต้องแปลงให้เป็นคำนามก่อน ซึ่งก็คือการทำให้อยู่ในรูป Gerund (V.ing) นั่นเองครับ

🌐 บทความ:ดูบทเรียนทั้งหมดที่ เรียนภาษาอังกฤษฟรี โดย อ.ต้นอมร
📺 วิดีโอ:ฟรี! รวมคอร์สวิดีโอ เรียนภาษาอังกฤษ กับ อาจารย์ต้นอมร
อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว