เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี บนเฟซบุ๊ก กดติดตามได้เลย
บทเรียนภาษาอังกฤษฟรี มากมาย!
คลิก Google
แล้วพิมพ์ อ.ต้นอมร

Active Voice กับ Passive Voice คืออะไร ใช้อย่างไร ประธานทำ ถูกกระทำ

คลิกอ่าน >> คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 1,000 คำ
เทคนิค เรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ให้ได้ผล

ผู้เรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ คงสงสัยว่า “voice” ของประโยค คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร
เราลองมาดูกันครับว่า ในภาษาอังกฤษ เขาแบ่ง “voice” กันอย่างไร ซึ่งหลักๆ แล้ว มีแค่ 2 แบบเองครับ
ไม่ยากเกินไปหรอกครับ มาดูกันเลย

ActivePassiveVoiceEnglishOnlineFreeAjarnTonAmorn




Active Voice หมายถึงประโยคที่ประธานเป็นผู้กระทำกริยาโดยตรง โดยมีกรรมมารับหรือไม่มีกรรมมารับประโยคก็ได้

Passive Voice หมายถึงประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำรูปแบบของ Passive Voice คือ Verb to be + V3

การเปลี่ยนประโยคบอกเล่า Active Voice เป็น Passive Voice

  1. ให้เอากรรมของประโยค Active Voice มาเป็นประธานในประโยค Passive Voice ถ้าเป็นคำนามไม่ต้องเปลี่ยนรูป แต่ถ้าคำสรรพนามให้เป็นเปลี่ยนเป็นรูปกรรม
  1. ให้เปลี่ยน Verb to be อยู่ใน Tense เดียวกับกริยาหลักของประโยค Active Voice และผันตามประธานในประโยค Passive Voice
  1. กริยาหลักในประโยค Active Voice ควรเปลี่ยนเป็นกริยาช่องที่ 3
  1. ต่อด้วย by + ประธานในประโยค Active Voice ที่เปลี่ยนรูปกรรม ถ้าเป็นคำนามให้คงรูปเดิม แต่คำสรรพนามให้เปลี่ยนเป็นรูปกรรมก่อน

ตัวอย่างเช่น

– กริยาหลักในประโยค Active Voice เป็น Present Simple ให้ Verb to be ในประโยค Passive Voice เป็น is , am , are

เช่น She drinks milk.

Milk is drunk by her.

– กริยาหลักในประโยค Active Voice เป็น Present Continuous ให้ Verb to be ในประโยค Passive Voice เป็น (is,am,are) +being

เช่น She is eating oranges.

Oranges are being eaten by her.

– กริยาหลักในประโยค Active Voice เป็น Present Perfect ให้ Verb to be ในประโยค Passive Voice เป็น (has,have) + been

เช่น He has written these letters.

These letters have been written by him.

– กริยาหลักในประโยค Active Voice เป็น Past Simple ให้ Verb to be ในประโยค Passive Voice เป็น was, were เช่น

Milk was drunk by her.

– กริยาหลักในประโยค Active Voice เป็น Past Continouns ให้ Verb to be ในประโยค Passive Voice เป็น (was,were) + being

เช่น She was eating oranges.

Oranges were being eaten by her.

– กริยาหลักในประโยค Active Voice เป็น Past Perfect ให้ Verb to be ในประโยค Passive Voice เป็น had been เช่น

He had written these letters.

These letters had been written by him.

– กริยาหลักในประโยค Active Voice เป็น Future Simple ให้ Verb to be ในประโยค Passive Voice เป็น (will,shall) + be เช่น

She will do her homework.

Her homework will be doneby her.

– กริยาหลักในประโยค Active Voice เป็น Future Continuous ให้ Verb to be ในประโยค Passive Voice เป็น

(will,shall) + be + being เช่น

She will be sending a letter.

A letter will be being sent by her.

– กริยาหลักในประโยค Active Voice เป็น Future Perfect ให้ Verb to be ในประโยค Passive Voice เป็น (will,shall) + have + been

เช่น They will have cleaned this room this weekend.

This room will have been cleaned by them this weekend.

การเปลี่ยนประโยคคำถาม Active Voice เป็น Passive Voice

ถ้าประโยคขึ้นต้นด้วย Helping Verb

  1. เปลี่ยนประโยคคำถามเป็นประโยคบอกเล่า
  2. เปลี่ยนประโยคบอกเล่าจาก Active Voice เป็นประโยค Passive Voice
  3. เปลี่ยนประโยคบอกเล่า Passive Voice เป็นประโยคคำถาม โดยใช้ Helping Verb ขึ้นต้นประโยคและตามด้วยประธาน กริยา และส่วนอื่นๆ ต่อไป

ตัวอย่างเช่น

Does she buy this book ?

ขั้น 1   She buys this book.

ขั้น 2   This book is bought by her.

ขั้น 3   Is this book bought by her ? (Passive Voice)

ถ้าประโยคคำถามขึ้นต้นด้วย Question Word

  1. ให้เปลี่ยนประโยคคำถามเป็นประโยคบอกเล่า
  2. ให้เปลี่ยนประโยคบอกเล่า Active Voice เป็นประโยค Passive Voice
  3. ให้เปลี่ยนประโยคบอกเล่า Passive Voice เป็นประโยคคำถาม โดยใช้ Question Word เป็นคำขึ้นต้นประโยคและตามด้วย helping verb ประธาน กริยาและส่วนอื่น ๆ ต่อไป ยกเว้น คำว่า Who ในประโยค Active Voice ให้เปลี่ยนเป็น By whom ในประโยค Passive Voice

เช่น   Who sees her ?

ขั้น 1.  Who sees her.

ขั้น 2.  She is seen by whom.

ขั้น 3.  By whom is she seen?

Which car do you buy?

ขั้น 1.  You buy which car.

ขั้น 2, 3  Which car is bought by you ?

Verbs Expressing Emotion หมายถึง กริยาที่แสดงความรู้สึก เช่น interest , amuse , bore , please , frighten , excite , tire , astonish , surprise , disappoint , etc. ลักษณะการใช้กริยาเหล่านี้ คือ

  1. ใช้เป็น Verb ในรูป Active Voice (Subj + V + obj) แปลว่า ทำให้   เช่น

This car interests me. แปลว่า รถคันนี้ทำให้ฉันสนใจ

  1. ใช้ใน present participle (V-ing) แปลว่า น่า เมื่อมีความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งต่อบุคคลหรือสิ่งใด ให้เติม -ing หลัง Verb นั้น

เช่น John is boring . แปลว่า จอห์นเป็นคนน่าเบื่อ

This book is interesting . แปลว่า หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ

  1. ใช้เป็น Adj หรือในรูป Passive Voice เรียก Past participle adjective คือ adj ที่มาจาก past participle (Subj + Verb to be +past participle adj + prep) แปลว่า รู้สึก เมื่อบุคคลใดมีความรู้สึกอย่างไรต่อบุคคลอื่นหรือสิ่งอื่น เติม ed หลัง Verb และมี preposition ตาม เช่น

John is bored with her.
แปลว่า จอห์น เบื่อเธอ

She is interested in this book .
แปลว่า เธอ สนใจในหนังสือเล่มนี้

 ติดตาม อ.ต้นอมร บนเฟซบุ๊ก ความรู้ดีๆ เพียบ!
facebook.com/tonie.amorn

 ติดตาม เพจเรียนภาษาอังกฤษฟรี บนเฟซบุ๊ก
facebook.com/ajarn.tonamorn
(ตั้งเป็น see first : เห็นโพสต์ก่อน ด้วยนะครับ)

 เข้ากลุ่มเรียนภาษาอังกฤษ ฟรี
facebook.com/groups/english.tonamorn

ภาษาอังกฤษ ที่ต้องรู้ ถ้าอยากเก่งอังกฤษ
ศัพท์ภาษาอังกฤษพื้นฐาน 1,000 คำ
 อาชีพภาษาอังกฤษ พร้อมฟังเสียงเจ้าของภาษา
 สระภาษาอังกฤษ อักษรภาษาอังกฤษ วิธีสะกดคำ
 แนะนำตัวภาษาอังกฤษ ตัวอย่างมากมาย
 บทสนทนาภาษาอังกฤษ สถานการณ์ต่างๆ
 Tense ภาษาอังกฤษ อย่างละเอียด
 เขียนจดหมายภาษาอังกฤษ ตัวอย่างประโยคเพียบ