วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice สรุปครบทุก Tense โดย อ.ต้นอมร

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมบางครั้งเราต้องสลับตำแหน่งประธานกับกรรมในประโยคภาษาอังกฤษให้วุ่นวาย หรือเวลาอ่านข่าวทำไมเขาถึงชอบใช้ประโยคที่ดูซับซ้อนอย่าง “The suspect was arrested” แทนที่จะบอกตรงๆ ว่าตำรวจจับใคร ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกเนื้อหาและสอนเทคนิค วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice อย่างเป็นระบบเพื่อให้ทุกคนนำไปใช้สื่อสารและทำข้อสอบได้อย่างแม่นยำครับ
- โครงสร้างหลัก: หัวใจสำคัญคือการใช้ Verb to be + Past Participle (V.3) เสมอ
- การสลับตำแหน่ง: นำกรรม (Object) ของประโยค Active มาเป็นประธาน (Subject) ของประโยค Passive
- กาลเวลา (Tense): ต้องรักษา Tense เดิมไว้โดยการเปลี่ยนรูป Verb to be ให้ตรงตาม Tense นั้น
- ผู้กระทำ (Agent): หากต้องการระบุคนทำ ให้ใช้ by + ผู้กระทำ ไว้ท้ายประโยค
- พื้นฐานและกฎเหล็กของวิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice
- วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice ในกลุ่ม Present Tenses
- วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice ในกลุ่ม Past Tenses
- วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice ในกลุ่ม Future และ Modal Verbs
- สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
พื้นฐานและกฎเหล็กของวิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice
ในการสอนของอาจารย์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice คือหัวข้อที่นักเรียนมักจะรู้สึกว่ายากเพราะต้องผันกริยาหลายต่อครับ แต่จริงๆ แล้วหากเราเข้าใจตรรกะพื้นฐานว่าเราเปลี่ยนเพื่อ “เปลี่ยนจุดโฟกัส” ของประโยค ทุกอย่างจะง่ายขึ้นมากครับ Active Voice คือประโยคที่ประธานเป็นคนทำกริยานั้นเอง ส่วน Passive Voice คือประโยคที่ประธานเป็นผู้ถูกกระทำครับ
จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนในคอร์ส ปูพื้นฐานภาษาอังกฤษ อาจารย์มักจะให้ลูกศิษย์จำกฎ 3 ขั้นตอนง่ายๆ คือ 1. สลับกรรมมาเป็นประธาน 2. ใส่ Verb to be ให้ตรง Tense และตามด้วย V.3 3. นำประธานเดิมไปวางหลัง by ครับ หากทำตามขั้นตอนนี้ ไม่ว่าประโยคจะยาวแค่ไหนคุณก็จะไม่หลงทางแน่นอนครับ
การเข้าใจเรื่องประโยคถูกกระทำยังช่วยให้ภาษาของคุณดูเป็นทางการมากขึ้นด้วยครับ ในงานเขียนเชิงวิชาการหรือการรายงานข่าว โครงสร้างประโยค แบบ Passive Voice จะช่วยตัดอคติส่วนตัวออกไปและเน้นที่ตัวเหตุการณ์หรือผลลัพธ์เป็นหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์มักจะย้ำเสมอเวลาสอนเขียนรายงานภาษาอังกฤษในองค์กรต่างๆ ครับ
นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการแม่นยำเรื่องกริยา 3 ช่องครับ หากคุณไม่สามารถเปลี่ยนกริยาเป็นช่อง 3 ได้อย่างถูกต้อง การสร้าง Passive Voice ก็จะผิดพลาดทันที ดังนั้นการหมั่นทบทวน รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่เป็นกริยาไม่ปกติ (Irregular Verbs) จึงเป็นเรื่องที่ควบคู่ไปกับการเรียนไวยากรณ์ส่วนนี้ครับ
ความหมายและการนำไปใช้ในชีวิตจริง
ทำไมเราถึงไม่พูด Active Voice ไปตลอดล่ะ? คำตอบคือบางครั้งเราไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ หรือบางครั้งสิ่งที่ถูกกระทำมันมีความสำคัญมากกว่าคนทำครับ เช่น “The window was broken.” (หน้าต่างถูกทำแตก) ในกรณีนี้เราอาจจะไม่รู้ว่าใครทำ หรือเราอาจจะอยากเน้นที่ความเสียหายของหน้าต่างมากกว่าจะไปโทษใครครับ
อาจารย์พบว่าในการสื่อสารธุรกิจ การใช้ Passive Voice ช่วยลดความรุนแรงของประโยคได้ครับ เช่น แทนที่จะพูดว่า “You made a mistake.” (คุณทำผิด) ซึ่งฟังดูเป็นการตำหนิ เราสามารถพูดว่า “A mistake was made.” (มีความผิดพลาดเกิดขึ้น) เพื่อเน้นไปที่การแก้ปัญหาแทนการหาคนผิดครับ
ลองดูตัวอย่างประโยคพื้นฐานกันครับ:
- The cat ate the fish. (เดอะ แคท เอท เดอะ ฟิช) = แมวกินปลา.
- The fish was eaten by the cat. (เดอะ ฟิช วอส อีทเทิน บาย เดอะ แคท) = ปลาถูกกินโดยแมว.
- The chef prepares the meal. (เดอะ เชฟ พรีแพรส์ เดอะ มีล) = เชฟเตรียมอาหาร.
- The meal is prepared by the chef. (เดอะ มีล อิส พรีแพรด์ บาย เดอะ เชฟ) = อาหารถูกเตรียมโดยเชฟ.
กฎ 3 ข้อในการแปลงประโยคอย่างเป็นระบบ
เพื่อให้การเปลี่ยนประโยคเป็นไปอย่างแม่นยำ อาจารย์สรุปกฎทองคำ 3 ข้อที่ทุกคนต้องท่องให้ขึ้นใจดังนี้ครับ กฎเหล่านี้คือพื้นฐานที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับ Tense ที่ซับซ้อนขึ้นในหัวข้อถัดไปครับ
- สลับที่ (Switching): นำกรรมในประโยค Active มาวางเป็นประธาน และประธานเดิมไปเป็นกรรมหลัง by
- ปรับ Verb to be: เลือกใช้ is, am, are, was, were, be, been, being ให้สอดคล้องกับ Tense เดิมและประธานตัวใหม่
- ใช้ V.3 เสมอ: ไม่ว่ากริยาเดิมจะเป็นช่องไหน เมื่อเป็น Passive Voice ต้องเป็นกริยาช่อง 3 เท่านั้น
การฝึกฝนตามลำดับนี้จะช่วยให้ วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice กลายเป็นเรื่องอัตโนมัติในหัวของคุณครับ เมื่อคุณฝึกจนชำนาญ คุณจะเริ่มมองเห็นโครงสร้างนี้ในบทความภาษาอังกฤษได้เร็วขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ครับ
จุดที่นักเรียนมักจะพลาดมากที่สุดคือเรื่อง Subject-Verb Agreement ครับ อย่าลืมว่าเมื่อเราเอากรรมมาเป็นประธานตัวใหม่แล้ว Verb to be ต้องผันตามประธานตัวใหม่นั้นด้วยนะครับ ไม่ใช่ผันตามประธานตัวเดิมในประโยค Active ครับ
วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice ในกลุ่ม Present Tenses
กลุ่ม Present Tense คือจุดเริ่มต้นที่ง่ายที่สุดในการฝึกครับ วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice ในกลุ่มนี้จะใช้ Verb to be รูปปัจจุบันคือ is, am, are หรือ been/being ตามแต่กรณีครับ อาจารย์พบว่านักเรียนส่วนใหญ่จะทำ Present Simple ได้คล่อง แต่จะเริ่มสะดุดเมื่อเจอ Present Continuous และ Present Perfect ครับ
ในการสอบ แนวข้อสอบ TOEIC ประโยคในกลุ่มปัจจุบันมักถูกนำมาใช้ในจดหมายธุรกิจและการประกาศนโยบายบริษัทครับ การแม่นยำโครงสร้างในพาร์ทนี้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการวิเคราะห์ประโยคไปได้มากครับ
อาจารย์ขอย้ำว่าหัวใจคือการรักษา “วิญญาณ” ของ Tense นั้นไว้ครับ ถ้าประโยคเดิมกำลังทำอยู่ (Continuous) ประโยคใหม่ก็ต้องมีความรู้สึกว่ากำลังถูกกระทำอยู่เช่นกัน โดยการเติม being เข้าไปแทรกกลางครับ
Present Simple และ Present Continuous
โครงสร้างของ Present Simple Passive คือ is/am/are + V.3 ส่วน Present Continuous Passive คือ is/am/are + being + V.3 ครับ การเติม being เข้าไปคือตัวบอกว่าเหตุการณ์นั้น “กำลังถูกกระทำ” อยู่ในขณะที่พูดครับ
- He cleans the office every day. (ฮี คลีนส์ ดิ ออฟฟิศ เอเวอรี เดย์) = เขาทำความสะอาดออฟฟิศทุกวัน.
- The office is cleaned every day. (ดิ ออฟฟิศ อิส คลีนด์ เอเวอรี เดย์) = ออฟฟิศถูกทำความสะอาดทุกวัน.
- The mechanic is repairing the car. (เดอะ มะแคนนิค อิส รีแพริง เดอะ คาร์) = ช่างกำลังซ่อมรถ.
- The car is being repaired by the mechanic. (เดอะ คาร์ อิส บีอิง รีแพรด์ บาย เดอะ มะแคนนิค) = รถกำลังถูกซ่อมโดยช่าง.
- Farmers grow rice in Thailand. (ฟาร์เมอะส์ โกรว์ ไรซ์ อิน ไทแลนด์) = เกษตรกรปลูกข้าวในประเทศไทย.
- Rice is grown in Thailand. (ไรซ์ อิส โกรว์น อิน ไทแลนด์) = ข้าวถูกปลูกในประเทศไทย.
Present Perfect Passive
ในส่วนของ Present Perfect Passive โครงสร้างจะเป็น has/have + been + V.3 ครับ คำว่า been คือกุญแจสำคัญที่บ่งบอกความเป็น Perfect ในประโยคถูกกระทำครับ อาจารย์มักจะบอกว่าประโยคกลุ่มนี้ใช้บอกผลลัพธ์ของสิ่งที่ทำเสร็จไปแล้วแต่ยังมีผลถึงปัจจุบันครับ
- Someone has stolen my wallet. (ซัมวัน แฮส สโทลเลิน มาย วอลเลิท) = บางคนได้ขโมยกระเป๋าสตางค์ของฉันไป.
- My wallet has been stolen. (มาย วอลเลิท แฮส บีน สโทลเลิน) = กระเป๋าสตางค์ของฉันถูกขโมยไปแล้ว.
- The company has launched a new product. (เดอะ คัมพะนี แฮส ลอนชท์ อะ นิว พรอดักท์) = บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่.
- A new product has been launched by the company. (อะ นิว พรอดักท์ แฮส บีน ลอนชท์ บาย เดอะ คัมพะนี) = ผลิตภัณฑ์ใหม่ถูกเปิดตัวโดยบริษัทแล้ว.
- I have already sent the email. (ไอ แฮฟ ออลเรดี้ เซนท์ ดิ อีเมล) = ฉันได้ส่งอีเมลไปแล้ว.
- The email has already been sent. (ดิ อีเมล แฮส ออลเรดี้ บีน เซนท์) = อีเมลถูกส่งไปเรียบร้อยแล้ว.
| Present Tense | โครงสร้าง Passive Voice |
|---|---|
| Simple | Subject + is/am/are + V.3 |
| Continuous | Subject + is/am/are + being + V.3 |
| Perfect | Subject + has/have + been + V.3 |
วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice ในกลุ่ม Past Tenses
เมื่อพูดถึงอดีต วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice จะเปลี่ยนมาใช้ Verb to be รูปอดีตคือ was และ were ครับ ส่วนประกอบอื่นๆ ยังคงเดิมคือต้องตามด้วย V.3 เสมอครับ การใช้ Passive Voice ในรูปอดีตนั้นพบบ่อยมากในการบันทึกประวัติศาสตร์ การสรุปผลโครงการที่จบไปแล้ว หรือการเล่าเรื่องราวอุบัติเหตุครับ
ในมุมมองของอาจารย์ การใช้ Past Passive ช่วยให้เรื่องราวดูน่าเชื่อถือและเป็นทางการมากขึ้นครับ แทนที่จะบอกว่า “James Watt invented the steam engine.” (เจมส์ วัตต์ ประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ) การพูดว่า “The steam engine was invented by James Watt.” จะเป็นการเชิดชูสิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นสไตล์การเขียนที่พบบ่อยในสารานุกรมครับ
สิ่งที่ท้าทายคือ Past Perfect Passive ครับ ซึ่งโครงสร้างคือ had + been + V.3 มักใช้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ถูกกระทำเสร็จสิ้นไปแล้วก่อนที่จะมีอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีตเข้ามาแทรกครับ การทำความเข้าใจ สรุปแกรมม่าภาษาอังกฤษ ในส่วนของ Tense Timeline จะช่วยให้คุณใช้ประโยคเหล่านี้ได้อย่างไม่สับสนครับ
Past Simple และ Past Continuous Passive
Past Simple Passive ใช้ was/were + V.3 ส่วน Past Continuous Passive ใช้ was/were + being + V.3 ครับ หลักการเหมือน Present ทุกอย่าง เพียงแค่ถอย Verb to be ไปเป็นอดีตเท่านั้นเองครับ
- The police caught the thief yesterday. (เดอะ พะลิส คอท เดอะ ธีฟ เยสเทอะเดย์) = ตำรวจจับขโมยได้เมื่อวานนี้.
- The thief was caught by the police yesterday. (เดอะ ธีฟ วอส คอท บาย เดอะ พะลิส เยสเทอะเดย์) = ขโมยถูกตำรวจจับได้เมื่อวานนี้.
- Shakespeare wrote “Hamlet”. (เชคสเปียร์ โร้ท แฮมเล็ท) = เชคสเปียร์เขียนเรื่องแฮมเล็ท.
- “Hamlet” was written by Shakespeare. (แฮมเล็ท วอส ริทเทิน บาย เชคสเปียร์) = เรื่องแฮมเล็ทถูกเขียนโดยเชคสเปียร์.
- They were filming a movie at the park. (เดย์ แวร์ ฟิล์มมิง อะ มูฟวี่ แอท เดอะ พาร์ค) = พวกเขากำลังถ่ายหนังกันที่สวนสาธารณะ.
- A movie was being filmed at the park. (อะ มูฟวี่ วอส บีอิง ฟิล์มด์ แอท เดอะ พาร์ค) = หนังเรื่องหนึ่งกำลังถูกถ่ายทำที่สวนสาธารณะ.
Past Perfect Passive
โครงสร้าง had + been + V.3 มักจะมาคู่กับ Past Simple อีกประโยคหนึ่งเสมอครับ เพื่อบอกลำดับเหตุการณ์ในอดีตว่าอะไรถูกทำเสร็จก่อนครับ
- They had finished the bridge before the storm hit. (เดย์ แฮด ฟินิชท์ เดอะ บริจ บีฟอร์ เดอะ สตอร์ม ฮิท) = พวกเขาทำสะพานเสร็จก่อนที่พายุจะเข้า.
- The bridge had been finished before the storm hit. (เดอะ บริจ แฮด บีน ฟินิชท์ บีฟอร์ เดอะ สตอร์ม ฮิท) = สะพานถูกสร้างเสร็จก่อนที่พายุจะเข้า.
- Someone had already told her the news. (ซัมวัน แฮด ออลเรดี้ โทลด์ เฮอ เดอะ นิวส์) = มีบางคนได้บอกข่าวเธอไปเรียบร้อยแล้ว.
- She had already been told the news. (ชี แฮด ออลเรดี้ บีน โทลด์ เดอะ นิวส์) = เธอถูกบอกข่าวไปเรียบร้อยแล้ว.
- They had cleaned the room before I arrived. (เดย์ แฮด คลีนด์ เดอะ รูม บีฟอร์ ไอ อะไรฟ์ด) = พวกเขาทำความสะอาดห้องก่อนที่ฉันจะมาถึง.
- The room had been cleaned before I arrived. (เดอะ รูม แฮด บีน คลีนด์ บีฟอร์ ไอ อะไรฟ์ด) = ห้องถูกทำความสะอาดเรียบร้อยก่อนที่ฉันจะมาถึง.
เทคนิคจำง่ายๆ สำหรับ Passive Voice ทุก Tense คือ Verb to be จะเป็นตัวแบก Tense ไว้เสมอครับ ส่วนกริยาหลักจะถูกแช่แข็งไว้ที่ช่อง 3 ตลอดกาล ดังนั้นถ้าคุณรู้ว่า Tense นั้น Verb to be หน้าตาเป็นอย่างไร คุณก็จะสร้าง Passive Voice ได้ทุกประโยคครับ
วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice ในกลุ่ม Future และ Modal Verbs
มาถึงกลุ่มสุดท้ายคืออนาคตและคำช่วยกริยา (Modal Verbs) ครับ วิธีเปลี่ยน Active Voice เป็น Passive Voice ในกลุ่มนี้ถือว่าง่ายที่สุดในสายตาของอาจารย์ครับ เพราะเราแค่ใช้รูป be + V.3 ต่อท้ายคำเหล่านั้นได้เลยโดยไม่ต้องผัน Verb to be ตามประธานเหมือนกลุ่ม Present หรือ Past ครับ
ไม่ว่าจะเป็น will, can, could, may, might, must, should เมื่อต้องการเปลี่ยนเป็น Passive Voice คุณเพียงแค่เติม be ลงไปข้างหลังแล้วตามด้วย V.3 ครับ โครงสร้างนี้ใช้บ่อยมากในการให้คำแนะนำหรือการระบุกฎระเบียบ เช่น “Smoking must be prohibited.” (การสูบบุหรี่ต้องถูกสั่งห้าม) ซึ่งฟังดูศักดิ์สิทธิ์และเป็นทางการกว่าการบอกว่า “We prohibit smoking.” ครับ
ในการทำงานระดับสากล อาจารย์มักจะเห็นการใช้ should be + V.3 ในอีเมลเพื่อมอบหมายงานหรือเสนอแนะวิธีการทำงานครับ การเข้าใจโครงสร้างนี้จะช่วยให้คุณอ่านอีเมลธุรกิจได้อย่างแตกฉานและไม่สับสนว่าใครต้องเป็นคนลงมือทำครับ
- 📐 มิติด้านโครงสร้าง (Form): โครงสร้างคือ Subject + will/modal + be + V.3 ครับ สังเกตว่า be จะอยู่ในรูปพื้นฐาน (Base form) เสมอ ไม่มีการผันเป็น is/am/are ครับ
- 🔍 มิติด้านความหมาย (Meaning): สื่อถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่ประธานจะได้รับผลจากการกระทำ หรือเป็นสิ่งที่ควร/ต้องถูกกระทำตามเงื่อนไขของ Modal Verbs นั้นๆ
- 🗣️ มิติด้านการนำไปใช้ (Use): ใช้ในการวางแผนอนาคต การประกาศนโยบาย การให้คำแนะนำอย่างสุภาพ และการตั้งกฎระเบียบในที่ทำงานหรือที่สาธารณะ
ตัวอย่าง Future และ Modal Passive
ลองดูตัวอย่างประโยคเหล่านี้เพื่อเห็นความง่ายของโครงสร้างนี้ครับ:
- The company will build a new factory next year. (เดอะ คัมพะนี วิล บิลด์ อะ นิว แฟคเทอะรี เนกซ์ เยียร์) = บริษัทจะสร้างโรงงานใหม่ในปีหน้า.
- A new factory will be built next year. (อะ นิว แฟคเทอะรี วิล บี บิลด์ เนกซ์ เยียร์) = โรงงานใหม่จะถูกสร้างขึ้นในปีหน้า.
- Everyone must follow the rules. (เอเวอรีวัน มัสท์ ฟอลโล เดอะ รูลส์) = ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฎ.
- The rules must be followed. (เดอะ รูลส์ มัสท์ บี ฟอลโลว์ด) = กฎต้องถูกปฏิบัติตาม.
- You can solve this problem easily. (ยู แคน โซลฟ์ ดิส พร็อบเบลม อีซิลี) = คุณสามารถแก้ปัญหานี้ได้โดยง่าย.
- This problem can be solved easily. (ดิส พร็อบเบลม แคน บี โซลฟ์ด อีซิลี) = ปัญหานี้สามารถถูกแก้ได้โดยง่าย.
- We should finish the report today. (วี ชูด ฟินิช เดอะ รีพอร์ต ทูเดย์) = พวกเราควรทำรายงานให้เสร็จวันนี้.
- The report should be finished today. (เดอะ รีพอร์ต ชูด บี ฟินิชท์ ทูเดย์) = รายงานควรจะถูกทำเสร็จในวันนี้.
- You might find the keys in the drawer. (ยู ไมท์ ไฟนด์ เดอะ คีย์ส อิน เดอะ ดรอวเออะ) = คุณอาจจะพบกุญแจในลิ้นชัก.
- The keys might be found in the drawer. (เดอะ คีย์ส ไมท์ บี เฟานด์ อิน เดอะ ดรอวเออะ) = กุญแจอาจจะถูกพบในลิ้นชัก.
เทคนิคการใช้ By + Agent ในประโยค Passive
หลายคนสงสัยว่าเมื่อไหร่ควรจะใส่ by แล้วตามด้วยคนทำ อาจารย์มีหลักง่ายๆ คือ ใส่เมื่อ “คนทำนั้นสำคัญหรือน่าสนใจ” ครับ หากคนทำเป็นคนทั่วไปอย่าง People, Someone, They หรือเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว เรามักจะตัดทิ้งไปเลยเพื่อให้ประโยคกระชับครับ
เช่นประโยค “The thief was arrested (by the police).” เราไม่จำเป็นต้องใส่ by the police เพราะเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าคนที่มีอำนาจจับกุมคือตำรวจครับ การตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออกจะทำให้งานเขียนของคุณดู Professional มากขึ้นครับ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการฝึก แต่งประโยคภาษาอังกฤษ ระดับสูงครับ
สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- 🔄 Active to Passive = สลับกรรมมาเป็นประธาน + ใช้ be + V.3 + (by agent)
- 🏗️ Structure consistency = Verb to be ต้องเปลี่ยนรูปตาม Tense เดิมเสมอ
- 🎓 Past Participle (V.3) = เป็นหัวใจที่ขาดไม่ได้ใน Passive Voice ทุกรูปแบบ
- 📝 Modal Rules = หลัง will, can, must ให้ใช้ be (base form) แล้วตามด้วย V.3
- 🚀 Strategic usage = ใช้ Passive Voice เพื่อเน้นผลลัพธ์หรือความเป็นทางการในงานเขียน
Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
ลองเปลี่ยนประโยค Active ต่อไปนี้เป็น Passive Voice ดูครับ:
1. The manager signed the contract.
👉 __________________________________________________
2. They are washing the cars right now.
👉 __________________________________________________
3. Someone has already cleaned the windows.
👉 __________________________________________________
4. We will deliver the pizza in 30 minutes.
👉 __________________________________________________
5. You must submit the assignment by Friday.
👉 __________________________________________________
👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ประโยคทุกประโยคสามารถเปลี่ยนเป็น Passive Voice ได้ไหม?
ไม่ได้ครับ เฉพาะประโยคที่มี “กรรม” (Transitive Verbs) เท่านั้นที่เปลี่ยนได้ครับ ประโยคที่ไม่มีกรรมอย่าง “He runs” หรือ “She sleeps” ไม่สามารถนำมาทำเป็น Passive Voice ได้ครับ
ทำไมบางครั้งเห็นโครงสร้าง get + V.3 แทน be + V.3?
เราเรียกมันว่า “Get-passive” ครับ มักใช้ในภาษาพูดที่เป็นกันเองเพื่อสื่อถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝันหรือเป็นอุบัติเหตุ เช่น “I got fired” หรือ “He got hurt” ครับ
ถ้าประโยค Active มีกรรม 2 ตัว (เช่น Give me a gift) จะเปลี่ยนอย่างไร?
สามารถเปลี่ยนได้ 2 แบบครับ คือเอาของขึ้นก่อน “A gift was given to me” หรือเอาคนขึ้นก่อน “I was given a gift” ก็ได้ครับ แบบหลังเป็นที่นิยมมากกว่าในภาษาอังกฤษสมัยใหม่ครับ
Passive Voice ออกสอบ TOEIC พาร์ทไหนบ้าง?
ออกทั้งพาร์ท Grammar (Incomplete Sentences) และพาร์ท Listening ครับ โดยเฉพาะการบรรยายภาพ (Part 1) ที่มักจะใช้ Present Continuous Passive เช่น “The boxes are being stacked” ครับ
เราควรใช้ Passive Voice ตลอดเวลาเลยไหมเพื่อให้ดูเก่ง?
ไม่ควรครับ การใช้ Passive Voice มากเกินไปจะทำให้งานเขียนดู “อืดอาด” (Wordy) และอ่านยากครับ ควรใช้สลับกับ Active Voice โดยเน้นความชัดเจนว่าใครทำอะไรเป็นหลักครับ
1. The contract was signed by the manager. (Past Simple – เปลี่ยน signed เป็น was signed)
2. The cars are being washed right now. (Present Continuous – เติม being และผัน be เป็น are ตาม cars)
3. The windows have already been cleaned. (Present Perfect – ใช้ have และ been ตามด้วย V.3)
4. The pizza will be delivered in 30 minutes. (Future Simple – ใช้ will be + V.3)
5. The assignment must be submitted by Friday. (Modal Verb – ใช้ must be + V.3)

