การเขียนจดหมายลางานภาษาอังกฤษ ลาป่วย ลากิจ พร้อมตัวอย่าง

กังวลไหมครับเวลาที่ต้องส่งอีเมลหรือเขียนจดหมายลางานภาษาอังกฤษแล้วไม่แน่ใจว่าต้องใช้คำไหนถึงจะดูเป็นทางการและสุภาพที่สุด ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกเนื้อหาและเทคนิคการเขียนจดหมายลางานประเภทต่างๆ เพื่อให้ทุกคนสื่อสารกับหัวหน้าและฝ่ายบุคคลได้อย่างมั่นใจครับ
🎯 สรุปหัวใจสำคัญ: การเขียนจดหมายลางานภาษาอังกฤษ
- โครงสร้างจดหมาย: ต้องประกอบด้วยหัวข้อที่ชัดเจน คำทักทาย เหตุผลการลา ช่วงเวลาที่ลา และการมอบหมายงาน
- ลาป่วย (Sick Leave): เน้นการแจ้งอาการโดยสังเขปและการระบุว่าจะกลับมาทำงานเมื่อไหร่
- ลากิจ (Personal Leave): เน้นความสุภาพและการแจ้งล่วงหน้าเพื่อให้ทีมบริหารจัดการงานได้ทัน
- การเลือกใช้ Tense: ส่วนใหญ่ใช้ Future Simple เพื่อบอกแผนการลา และ Present Perfect เพื่อบอกสิ่งที่จัดการเสร็จแล้ว
คู่มือเขียนจดหมายลางานภาษาอังกฤษฉบับสมบูรณ์
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน การเจ็บป่วยหรือการมีธุระด่วนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ แต่สิ่งที่จะทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพและมีความรับผิดชอบในสายตาของเพื่อนร่วมงานและหัวหน้า คือวิธีการสื่อสารเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการขาดงานของคุณนั่นเอง การเขียนจดหมายลางานภาษาอังกฤษ ไม่ใช่แค่การบอกว่าเราจะไม่เข้าออฟฟิศ แต่มันคือการบริหารจัดการงานในขณะที่เราไม่อยู่ครับ
จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนพนักงานบริษัทและผู้บริหารมาหลายแห่ง ปัญหาหลักที่คนไทยมักเจอคือความกังวลว่าจะใช้คำไม่สุภาพ หรือกลัวว่าเจ้านายจะมองว่าเราอู้งาน หัวใจสำคัญของการเขียนจดหมายประเภทนี้คือ “สั้น กระชับ และได้ใจความ” (Conciseness & Clarity) คุณไม่จำเป็นต้องอธิบายสาเหตุเยิ่นเย้อจนเกินไป แต่ต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่าคุณจะไม่อยู่กี่วัน และใครจะเป็นคนดูแลงานแทนคุณครับ การมี พื้นฐานภาษาอังกฤษ ที่ดีจะช่วยให้คุณสื่อสารประเด็นเหล่านี้ได้ตรงจุดมากขึ้น
โครงสร้างหลักของการเขียนอีเมลลางาน
การเริ่มต้นด้วยโครงสร้างที่เป็นมาตรฐานสากล จะช่วยให้ภาพลักษณ์การทำงานของคุณดูน่าเชื่อถือขึ้นครับ โครงสร้างหลักประกอบด้วย:
- หัวข้ออีเมล (Subject Line): เปรียบเสมือนป้ายหน้าบ้าน ต้องชัดเจน ระบุประเภทการลา ชื่อของคุณ และวันที่ เช่น Sick Leave Request – [Your Name] หรือ Leave of Absence: [Your Name] – [Dates] เพื่อให้หัวหน้างานทราบทันทีโดยไม่ต้องกดเข้าไปอ่านเนื้อหาข้างในครับ
- คำทักทาย (Salutation): เริ่มต้นด้วยคำทักทายที่เหมาะสมกับระดับความสัมพันธ์ หากเป็นทางการควรใช้ “Dear [ชื่อหัวหน้าหรือตำแหน่ง],” แต่ถ้าวัฒนธรรมองค์กรผ่อนคลาย สามารถใช้ “Hi [ชื่อหัวหน้า],” ได้ครับ
- เนื้อหาหลัก (Body Paragraph): ระบุเหตุผลให้ชัดเจนแต่ไม่ต้องลงรายละเอียดลึกเกินไป (เช่น ใช้คำกว้างๆ ว่า food poisoning หรือ personal matters) พร้อมระบุช่วงเวลาที่แน่นอน และที่สำคัญที่สุดคือต้องแจ้งเรื่อง “การฝากงาน” เพื่อให้งานไม่สะดุดครับ
| ประเภทของการลา (Types of Leave) | ความหมาย (Thai Meaning) |
|---|---|
| Sick Leave | การลาป่วย |
| Personal Leave / Leave of Absence | การลากิจ / การขออนุญาตลางาน |
| Annual Leave / Vacation Leave | การลาพักร้อน หรือ การลาพักผ่อนประจำปี |
| Maternity Leave | การลาคลอดบุตร (สำหรับมารดา) |
| Paternity Leave | การลาเพื่อดูแลภรรยาคลอดบุตร (สำหรับบิดา) |
✨ มุมมองจากอาจารย์ต้นอมร:
เรื่องจังหวะเวลาในการส่งอีเมลก็สำคัญครับ หากเป็นการลากิจ/พักร้อน ควรส่งล่วงหน้าอย่างน้อย 3-5 วัน หรือหลายสัปดาห์ แต่ถ้าเป็นลาป่วยกะทันหัน ควรส่งทันทีที่ทราบอาการ หรืออย่างช้าที่สุดก่อนเวลาเริ่มงาน 30 นาที และหากคุณต้องการลาแค่ครึ่งวัน อาจารย์แนะนำให้ระบุไปเลยครับ เช่น I need to take the morning off for a medical appointment. เจ้านายจะได้กะเวลาถูกว่าเราจะกลับมาออนไลน์เพื่อทำงานตอนกี่โมงครับ
การเขียนจดหมายลาป่วย (Sick Leave)
ลาป่วยเป็นเรื่องกะทันหัน การเขียนอีเมลกรณีนี้จึงเน้นที่ความรวดเร็วและระบุข้อมูลที่จำเป็นเท่านั้น ในวัฒนธรรมตะวันตก การบรรยายอาการอย่างละเอียดถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ควรสงวนไว้ครับ
คำถามที่มักพบบ่อยคือ “ถ้าป่วยแต่ยังทำงานจากบ้านได้ (WFH) ต้องเขียนอย่างไร?” กรณีนี้ควรแจ้งให้ชัดเจนว่าเราลาเพื่อพักผ่อน 100% หรือแค่ลาไปหาหมอแต่ยังสามารถเช็กและตอบอีเมลได้ เพื่อไม่ให้ทีมสับสนครับ และหากลาป่วยหลายวัน การแนบใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate) ไปด้วยจะเป็นการแสดงความโปร่งใสที่ดีที่สุดครับ
ประโยคแจ้งอาการลาป่วยที่ใช้ได้ทันที
- I am writing to inform you that I need to take a sick leave today. = ฉันเขียนมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่าวันนี้ฉันจำเป็นต้องลาป่วย
- I’m not feeling well today, so I need to take a sick leave. = วันนี้ฉันรู้สึกไม่สบาย จึงขอลาป่วย
- I came down with a fever and cannot come to the office. = ฉันมีไข้และไม่สามารถเข้ามาที่สำนักงานได้
- I will be taking tomorrow off due to food poisoning. = ฉันจะหยุดงานพรุ่งนี้เนื่องจากอาหารเป็นพิษ
- I am suffering from a severe migraine. = ฉันกำลังป่วยด้วยอาการไมเกรนอย่างรุนแรง
- I have an appointment with my doctor this afternoon. = ฉันมีนัดกับคุณหมอในช่วงบ่ายวันนี้
การแจ้งเรื่องการส่งใบรับรองแพทย์และการกลับมาทำงาน
- I will provide a medical certificate once I return to the office. = ฉันจะยื่นใบรับรองแพทย์ทันทีที่กลับเข้าออฟฟิศ
- Attached is my doctor’s note for your reference. = ได้แนบใบรับรองแพทย์มาพร้อมกับอีเมลนี้เพื่อประกอบการพิจารณา
- I expect to be back at work by tomorrow morning. = ฉันคาดว่าจะกลับมาทำงานได้ภายในเช้าวันพรุ่งนี้
- Please let me know if there are any urgent matters. = โปรดแจ้งให้ทราบหากมีเรื่องเร่งด่วนใดๆ
| อาการป่วย | คำศัพท์ภาษาอังกฤษ | ตัวอย่างประโยคแบบสุภาพและเป็นทางการ |
|---|---|---|
| ไข้หวัดธรรมดา | Common cold | I am writing to inform you that I have caught a common cold and would like to request sick leave today. (ดิฉัน/กระผมเขียนเพื่อแจ้งให้ทราบว่าป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา และขออนุมัติลาป่วยในวันนี้) |
| ไข้หวัดใหญ่ | Flu / Influenza | Regretfully, I have come down with the flu and am unable to attend work today. (น่าเสียดายที่ดิฉัน/กระผมป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ จึงไม่สามารถมาปฏิบัติงานได้ในวันนี้) |
| ปวดศีรษะ / ไมเกรน | Headache / Migraine | Please accept this note as notification that I am suffering from a severe migraine and will be unable to fulfill my duties today. (โปรดรับเอกสารฉบับนี้เป็นการแจ้งว่าดิฉัน/กระผมมีอาการไมเกรนรุนแรง และไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในวันนี้) |
| อาหารเป็นพิษ | Food poisoning | Due to an unexpected case of food poisoning, I am unfortunately unable to come to the office today. (เนื่องจากมีอาการอาหารเป็นพิษกะทันหัน ดิฉัน/กระผมจึงไม่สามารถเข้าออฟฟิศได้ในวันนี้) |
| เจ็บคอ / มีไข้ | Sore throat / Fever | I am writing to request medical leave today as I am currently experiencing a severe sore throat and fever. (ดิฉัน/กระผมเขียนเพื่อขออนุมัติลาป่วยในวันนี้ เนื่องจากกำลังมีอาการเจ็บคออย่างรุนแรงและมีไข้) |
| รู้สึกไม่สบาย (เน้นความเป็นส่วนตัว) | Feeling unwell / Under the weather | I am writing to inform you that I am feeling unwell today and would like to take a sick day to recuperate. (ดิฉัน/กระผมเขียนเพื่อแจ้งว่ารู้สึกไม่สบายในวันนี้ และขอลาป่วยเพื่อพักผ่อนฟื้นฟูร่างกาย) |
| ท้องเสีย / ท้องร่วง | Diarrhea / Stomach flu | Due to a sudden bout of diarrhea, I am unfortunately unable to come to the office today. (เนื่องจากมีอาการท้องเสียกะทันหัน ดิฉัน/กระผมจึงไม่สามารถเข้าออฟฟิศได้ในวันนี้) |
| ปวดท้อง / โรคกระเพาะ | Stomachache / Gastritis | I am writing to request sick leave for today as I am suffering from severe gastritis. (ดิฉัน/กระผมเขียนเพื่อขออนุมัติลาป่วยในวันนี้ เนื่องจากมีอาการโรคกระเพาะกำเริบอย่างรุนแรง) |
| ปวดหลัง / ออฟฟิศซินโดรม | Back pain / Office syndrome | Due to severe back pain, I am unable to sit or work comfortably today and would like to request medical leave. (เนื่องจากมีอาการปวดหลังอย่างรุนแรงจนไม่สามารถนั่งทำงานได้ จึงขอความกรุณาอนุมัติลาป่วย) |
| มีนัดตรวจแพทย์ | Medical / Dental appointment | I am writing to formally request a few hours of medical leave this afternoon for a scheduled doctor’s appointment. (ดิฉัน/กระผมเขียนเพื่อขออนุมัติลาป่วยช่วงบ่ายวันนี้ เนื่องจากมีนัดตรวจกับแพทย์ที่โรงพยาบาล) |
การเขียนจดหมายลากิจ ลาธุระ และลาพักร้อน
ลากิจ (Personal Leave/Errands) และ ลาพักร้อน (Annual Leave) เป็นเหตุการณ์ที่วางแผนได้ จึงต้องการความเป็นทางการและการแจ้งล่วงหน้าครับ หัวใจสำคัญคือการให้เหตุผลที่เป็นกลาง (เช่น “personal matters” หรือ “family business”) เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวตามหลักสังคม และอย่าลืมตั้งระบบตอบกลับอัตโนมัติ (Out of Office Auto-Reply) เพื่อให้ลูกค้าทราบว่าคุณกำลังลางานครับ
ประโยคสำหรับการลากิจที่ดูเป็นมืออาชีพ
- I am requesting a leave of absence for personal reasons. = ฉันขออนุญาตลางานเนื่องจากเหตุผลส่วนตัว
- I would like to request a personal leave on Friday. = ฉันขออนุญาตลากิจในวันศุกร์
- I need to take a personal leave to attend my sister’s wedding. = ฉันจำเป็นต้องลากิจเพื่อไปร่วมงานแต่งงานของน้องสาว
- I will be out of the office to handle some legal errands. = ฉันจะไม่อยู่ที่ออฟฟิศเพื่อไปจัดการธุระด้านกฎหมาย
ประโยคสำหรับขอลาพักร้อน (Annual Leave / Vacation)
- I am planning to take my annual leave next month. = ฉันกำลังวางแผนที่จะลาพักร้อนในเดือนหน้า
- Could I take a few days off in the first week of July? = ฉันขอหยุดงานสักสองสามวันในสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคมได้หรือไม่
- My requested vacation dates are from August 10 to August 15. = วันที่ฉันขอลาพักร้อนคือตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 15 สิงหาคม
- I have already submitted the leave request form to HR. = ฉันได้ส่งแบบฟอร์มขออนุญาตลางานให้ฝ่ายบุคคลเรียบร้อยแล้ว
การมอบหมายงาน (Handing over) สิ่งที่สะท้อนความเป็นมืออาชีพ
การเขียนแจ้งเรื่องงานที่ค้างอยู่จะช่วยให้ภาพลักษณ์ของคุณดูดีขึ้นมากครับ คุณควรเตรียมสรุปความคืบหน้าของงานและระบุว่าใครจะมาช่วยดูแลแทน
- I have completed all my urgent tasks before taking this leave. = ฉันได้เคลียร์งานเร่งด่วนทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยก่อนจะลางาน
- During my absence, Lisa will cover my shift. = ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ ลิซ่าจะทำงานแทนในกะของฉัน
- I will make sure all my pending tasks are completed before I leave. = ฉันจะจัดการงานที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้เสร็จก่อนที่จะลางาน
- I will be available via email for urgent matters only. = ฉันจะติดต่อได้ทางอีเมลสำหรับเรื่องเร่งด่วนเท่านั้น
| คำบอกเวลาและวลีที่ใช้บ่อย (Time Phrases) | ความหมาย (Thai Meaning) |
|---|---|
| a few days off | หยุดงานสองสามวัน |
| take the morning off | หยุดงานช่วงเช้า |
| return to work on [Day/Date] | กลับมาทำงานในวันที่/วัน… |
| during my absence | ในระหว่างที่ฉันไม่อยู่ |
| until further notice | จนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป |
การเขียนจดหมายลาคลอด และการลาพิเศษอื่นๆ
การลาคลอดบุตร การลาไปดูแลคนในครอบครัว หรือลาไปเรียนต่อ มักมีระยะเวลาที่ยาวนานกว่าปกติ จึงมีความเป็นทางการสูงและต้องวางแผนล่วงหน้าเป็นอย่างดี เพื่อให้บริษัทจัดหาบุคลากรมาทำงานแทนได้ทันท่วงทีครับ
ขั้นตอนและประโยคสำหรับขอลาคลอดบุตร (Maternity Leave)
ควรแจ้งล่วงหน้า 1-2 เดือน ระบุวันที่คาดว่าจะเริ่มลา ระยะเวลาทั้งหมด และการส่งมอบงาน
- I am writing to formally notify you of my upcoming maternity leave. = ฉันเขียนมาเพื่อแจ้งให้ทราบอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการลาคลอดบุตรที่กำลังจะมาถึง
- My doctor has advised me to start my leave on November 1st. = แพทย์ของฉันแนะนำให้ฉันเริ่มลางานในวันที่ 1 พฤศจิกายน
- I expect to be away from the office for twelve weeks. = ฉันคาดว่าจะลางานเป็นเวลาสิบสองสัปดาห์
- I plan to return to work in early February. = ฉันวางแผนที่จะกลับมาทำงานในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์
ประโยคสำหรับลาไปดูแลครอบครัว (Caregiver / Paternity Leave)
เน้นสื่อสารถึงความจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หากคุณรู้วิธี แต่งประโยคภาษาอังกฤษ อย่างถูกต้อง จะสามารถสื่อสารความจำเป็นนี้ได้อย่างนุ่มนวลครับ
- I need to take a few days off to take care of my sick mother. = ฉันจำเป็นต้องหยุดงานสองสามวันเพื่อดูแลแม่ที่ป่วย
- I am requesting paternity leave as my wife is expecting a baby. = ฉันขออนุญาตลาเพื่อดูแลภรรยาที่กำลังจะคลอดบุตร
- My paternity leave will begin on the date of birth. = การลาเพื่อดูแลภรรยาคลอดบุตรของฉันจะเริ่มต้นในวันคลอด
ประโยคลาไปเรียนต่อหรือฝึกอบรม (Study Leave)
ควรระบุชื่อหลักสูตร วันเวลา และแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับเมื่อคุณนำความรู้กลับมาประยุกต์ใช้ครับ
- I would like to apply for study leave to attend a training course. = ฉันขออนุญาตลาเพื่อไปอบรม
- The seminar will take place from Monday to Wednesday. = งานสัมมนาจะจัดขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธ
- This course will greatly benefit my current role in the company. = หลักสูตรนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อบทบาทปัจจุบันของฉันในบริษัท
- I will share my key learnings with the team once I return. = ฉันจะแบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ให้ทีมฟังเมื่อกลับมาทำงาน
ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ (3D Grammar) และเทคนิค TOEIC ในการลางาน
การเขียนจดหมายลางานที่ดี เรื่องของ ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ มีความสำคัญอย่างยิ่งครับ การใช้ Tense ผิดอาจทำให้ความหมายคลาดเคลื่อน เรามาวิเคราะห์โครงสร้างผ่านมิติทั้ง 3 (3D Grammar) กันครับ:
- 📐 มิติด้านโครงสร้าง (Form): การขอลางานมักใช้ Future Continuous Tense (Subject + will be + V.ing) เช่น I will be taking… หรือใช้ Modal Verbs เช่น I would like to request…
- 🔍 มิติด้านความหมาย (Meaning): โครงสร้าง will be + V.ing ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ชั่วขณะ แต่หมายถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นแน่นอนและดำเนินไปในช่วงเวลาหนึ่ง (เช่น การหยุดงานทั้งวัน) เป็นการสื่อสารเจตจำนงที่มีเหตุผลรองรับ
- 🗣️ มิติด้านการนำไปใช้ (Use): การใช้รูปประโยคเหล่านี้จะฟังดูสุภาพและนุ่มนวลกว่าการใช้ will + V.1 แบบห้วนๆ เหมาะสำหรับการสื่อสารทางธุรกิจที่เป็นลายลักษณ์อักษรครับ
การใช้ Tense และ Modal Verbs ให้ถูกต้อง
- ความสุภาพเชิงขออนุญาต: การใช้ Modal Verbs เช่น would หรือ could จะช่วยให้คำขอดูนุ่มนวล เช่น Could you please approve my leave request?
- เหตุการณ์ปัจจุบัน: หากป่วยอยู่ “ตอนนี้” ใช้ Present Simple/Continuous เช่น I am feeling unwell.
- อนาคต: หากขอลาหยุด “สัปดาห์หน้า” ต้องใช้ Future Tense เช่น I will take an annual leave next week.
- อดีต (รายงานหลังกลับมา): หากกลับมาสรุปงานที่ไปอบรมมา ต้องใช้ Past Simple เช่น I attended the seminar…
✨ มุมมองจากอาจารย์ต้นอมร (เทคนิค TOEIC):
หากคุณกำลังเตรียมตัว สอบ TOEIC ประโยคการลางานเหล่านี้ปรากฏในพาร์ท Reading (Email/Notice) บ่อยมากครับ ให้ระวังตัวหลอกที่เป็น Synonyms เช่น เนื้อเรื่องใช้ “take a few days off” แต่คำตอบใช้ “be absent from work” นอกจากนี้ กริยาที่ใช้คู่กับการลาคือ take, request, หรือ apply for + leave (leave เป็นคำนาม แปลว่าการลา) และคำเชื่อมบอกสาเหตุอย่าง due to หรือ owing to ก็เป็นจุดที่ออกสอบประจำครับ
สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- 📌 Clarity = ชัดเจนในการระบุประเภทการลา ช่วงเวลา และเขียนหัวข้ออีเมลให้ตรงประเด็น
- 💼 Professionalism = ใช้ภาษาที่สุภาพ เป็นมืออาชีพ ไม่ลงรายละเอียดอาการป่วยหรือเรื่องส่วนตัวลึกเกินไป
- 🤝 Responsibility = เสนอแผนส่งมอบงาน หรือระบุชื่อผู้รับผิดชอบแทนในช่วงที่ไม่อยู่เสมอ
- ⏰ Timeliness = หากป่วยกะทันหันต้องรีบแจ้งก่อนเริ่มงาน หากเป็นลากิจ/พักร้อน ควรแจ้งล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ
- 📱 Communication = ให้ข้อมูลการติดต่อในกรณีฉุกเฉินเพื่อให้งานไม่สะดุด
Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
ลองเลือกประโยคที่ถูกต้องที่สุดสำหรับสถานการณ์ต่อไปนี้ครับ:
1. เมื่อต้องการแจ้งลาป่วยในวันนี้ คุณควรพูดว่าอย่างไร?
A) I will go home now.
B) I am taking a sick leave today due to illness.
C) I have a leave today.
2. หากคุณตื่นมาแล้วมีไข้สูง และต้องการแจ้งหัวหน้ากะทันหัน ควรเลือกใช้ประโยคใด?
A) I plan to return to work in early February.
B) I came down with a fever and cannot come to the office.
C) Could I take a few days off in the first week of July?
3. ส่วนไหนของจดหมายที่ควรใช้ระบุว่าใครจะมาทำงานแทนเรา?
A) Subject line
B) Handover section
C) Salutation
4. ข้อใดคือความหมายของคำว่า “Maternity Leave”?
A) การลากิจเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัว
B) การลาพักร้อนประจำปี
C) การลาคลอดบุตรสำหรับมารดา
5. คำว่า “due to” ในจดหมายลางานมีความหมายว่าอย่างไร?
A) เพราะว่า/เนื่องจาก
B) ในช่วงเวลา
C) ในทางกลับกัน
👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อยครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้องบอกอาการป่วยอย่างละเอียดไหมในจดหมาย?
ไม่จำเป็นครับ เพียงแค่บอกว่าเป็นหวัด (cold), อาหารเป็นพิษ (food poisoning), หรือไม่สบาย (unwell) ก็เพียงพอแล้ว การลงลึกในรายละเอียดทางการแพทย์มากเกินไปอาจทำให้ผู้รับรู้สึกอึดอัด และถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลครับ
ถ้าลาป่วยแค่ครึ่งวัน จะเขียนอีเมลอย่างไรดี?
คุณสามารถใช้ประโยคว่า “I need to take the morning/afternoon off due to illness.” เพื่อระบุอย่างชัดเจนว่าคุณจะหยุดแค่ช่วงเช้าหรือช่วงบ่ายครับ
การใช้ Sick Leave กับ Personal Leave ต่างกันอย่างไร?
Sick Leave ใช้เฉพาะกรณีที่คุณมีอาการเจ็บป่วยทางร่างกายหรือจิตใจ ส่วน Personal Leave คือการลากิจเพื่อไปทำธุระส่วนตัว เช่น ไปติดต่อราชการ หรืองานพิธีต่างๆ ครับ
ถ้าลากิจกะทันหันควรเขียนอย่างไร?
ให้เริ่มด้วยคำว่า “Emergency personal matters” หรือ “Unexpected family errands” เพื่อสื่อว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้วางแผนไว้และจำเป็นจริงๆ ครับ
ต้องแนบใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate) ไปกับอีเมลเลยไหม?
หากมีไฟล์สแกนหรือรูปถ่ายที่ชัดเจน แนะนำให้แนบไปพร้อมกันเลยครับ จะช่วยลดภาระการติดตามงานของฝ่ายบุคคลได้มาก แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัทด้วยว่าการลา 1-2 วันจำเป็นต้องใช้หรือไม่ครับ
ใช้อีเมลลางานถึงหัวหน้า ใช้ภาษาเป็นกันเองได้ไหม?
หากในที่ทำงานสื่อสารกันเป็นกันเองอยู่แล้วสามารถใช้ได้ครับ เช่น “Hi [Name]” แทน “Dear [Name]” แต่เนื้อหาหลักยังควรมีความสุภาพและครบถ้วนตามโครงสร้างที่เป็นมืออาชีพครับ
การขอลางานแบบไม่ได้รับค่าจ้างเรียกว่าอะไร?
เรียกว่า “Unpaid leave” ครับ มักใช้ในกรณีที่ใช้โควตาวันลาประจำปีหมดแล้วแต่ยังมีความจำเป็นต้องหยุดงานครับ
คำว่า “Take a day off” แปลว่าอะไร และใช้ตอนไหน?
แปลว่า “ขอหยุดงาน 1 วัน” ครับ สามารถนำไปใช้รวมกับเหตุผลการลาต่างๆ ได้แบบกึ่งทางการ เช่น I need to take a day off tomorrow for personal reasons. ครับ
1. ตอบ B) I am taking a sick leave today due to illness. – เป็นประโยคที่เป็นทางการและระบุเหตุผลอย่างสุภาพที่สุดครับ
2. ตอบ B) I came down with a fever and cannot come to the office. – เหมาะสำหรับการลาป่วยกะทันหันที่สุด ส่วน A เป็นการแจ้งหลังลาคลอด และ C เป็นการขอลาพักร้อนล่วงหน้าครับ
3. ตอบ B) Handover section – คือส่วนที่ใช้แจ้งเรื่องการมอบหมายงานหรือส่งต่องานให้กับผู้อื่นในระหว่างที่เราไม่อยู่ครับ
4. ตอบ C) การลาคลอดบุตรสำหรับมารดา – หากเป็นการลาเพื่อดูแลภรรยาคลอดบุตรสำหรับบิดา จะเรียกว่า Paternity Leave ส่วนการลากิจคือ Personal Leave และลาพักร้อนคือ Annual Leave ครับ
5. ตอบ A) เพราะว่า/เนื่องจาก – คำนี้ใช้บอกสาเหตุของเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งพบบ่อยมากในงานเขียนเชิงธุรกิจและข้อสอบ TOEIC ครับ




