สรุป Subjunctive Sentence คืออะไร โครงสร้างและแนวข้อสอบ

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมบางประโยคประธานเป็นเอกพจน์แต่คำกริยากลับไม่เติม s หรือทำไมประธานอย่าง I และ He ถึงต้องใช้คู่กับ were แทนที่จะเป็น was ตามกฎทั่วไป ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึก Subjunctive Sentence ที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องปราบเซียนให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริงครับ
- Subjunctive คือรูปแบบประโยคที่ใช้แสดงความปรารถนา ข้อเสนอแนะ หรือการสมมติสิ่งที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง
- โครงสร้างหลักแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Present (ใช้กริยาไม่ผัน), Past (ใช้กริยาช่อง 2 และ were), และ Past Perfect (ใช้ had + V.3)
- มักจะตามหลังคำกริยาเฉพาะกลุ่ม (Bossy Verbs) หรือคำคุณศัพท์เฉพาะกลุ่ม (Important Adjectives)
- ในข้อสอบมักจะออกเรื่องการละเครื่องหมายบอกกาล (Tense) และการใช้ base form ของกริยาแม้ประธานจะเป็นเอกพจน์
- ทำความเข้าใจ Subjunctive Sentence คืออะไร
- สรุปโครงสร้าง Subjunctive Sentence ทั้ง 3 ประเภท
- กฎการใช้ Present Subjunctive Sentence ฉบับละเอียด
- การใช้ Wish และ If only ในโครงสร้างสมมติ
- เทคนิคการทำข้อสอบ TOEIC เรื่อง Subjunctive Sentence
- สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำความเข้าใจ Subjunctive Sentence คืออะไร
เมื่อพูดถึงการเรียนภาษาอังกฤษ หลายคนมักจะคุ้นเคยกับการบอกเล่าข้อเท็จจริง หรือการอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาปกติ แต่ในโลกของการสื่อสารระดับสูง เรามักจะต้องแสดงความรู้สึก แนะนำ กะเกณฑ์ หรือแม้กระทั่งมโนสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง Subjunctive Sentence จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับรูปแบบการคิดที่ซับซ้อนเหล่านี้ครับ
หากคุณกำลังพยายามปรับปรุง พื้นฐานภาษาอังกฤษ ของตนเองให้ก้าวข้ามขีดจำกัด การทำความเข้าใจโครงสร้างนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญมากครับ เพราะมันจะช่วยให้ประโยคของคุณดูเป็นมืออาชีพ มีความลุ่มลึก และสะท้อนถึงเจตนาที่แท้จริงของผู้พูดได้อย่างแม่นยำ
ก่อนที่เราจะไปท่องจำโครงสร้างหรือกฎเกณฑ์ อาจารย์อยากให้ทุกคนลองปรับมุมมองเสียใหม่ครับ ไวยากรณ์ไม่ใช่สูตรคณิตศาสตร์ที่ตายตัว แต่มันคือเครื่องมือที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่ออธิบายอารมณ์และบริบท ดังนั้นเรามาเริ่มจากการทำความเข้าใจหน้าที่และบริบทของมันกันก่อนครับ
นิยามและหน้าที่ของ Subjunctive Mood
ในทางภาษาศาสตร์เรามักจะเรียกสิ่งนี้ว่า Subjunctive Mood ครับ คำว่า Mood ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าอารมณ์ดีหรืออารมณ์เสีย แต่หมายถึง “มาลา” หรือรูปแบบการแสดงออกของคำกริยาที่สะท้อนถึงทัศนคติของผู้พูด ซึ่งมันจะแตกต่างจาก Indicative Mood ที่เราใช้พูดบอกเล่าความจริงทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
หน้าที่หลักของ Subjunctive คือการสร้าง “สภาวะสมมติ” หรือ “สภาวะที่อยากให้เป็น” ครับ มันถูกนำมาใช้เพื่อสื่อสารถึงข้อเรียกร้อง ความปรารถนา คำแนะนำ หรือเหตุการณ์ที่เป็นเพียงแค่จินตนาการซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า
ด้วยเหตุนี้ รูปแบบของคำกริยาในประโยคกลุ่มนี้จึงมักจะขัดกับกฎพื้นฐานที่คนส่วนใหญ่ท่องจำมาครับ เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้ผู้ฟังรับรู้ทันทีว่า “สิ่งที่ฉันกำลังพูดอยู่นี้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงปกตินะ แต่มันคือการสมมติหรือการคาดหวัง”
ความแตกต่างระหว่างการสมมติกับข้อเท็จจริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองเปรียบเทียบประโยคสองรูปแบบนี้ดูครับ ถ้ารูปแบบปกติ (Indicative) เราจะพูดว่า “เขาอยู่ที่นี่” ซึ่งเป็นการบอกข้อเท็จจริง แต่ถ้าเราอยากบอกว่า “ฉันอยากให้เขาอยู่ที่นี่” หรือ “ถ้าเขาอยู่ที่นี่ก็คงดี” โครงสร้างประโยคจะเปลี่ยนไปทันทีครับ
จุดแบ่งแยกที่ชัดเจนที่สุดคือความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ครับ ประโยคข้อเท็จจริงคือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว กำลังเกิด หรือมีแนวโน้มสูงที่จะเกิด แต่ประโยค Subjunctive มักจะเป็นเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อย เป็นการออกคำสั่งแบบกึ่งบังคับ หรือเป็นการเสียดายสิ่งที่ผ่านไปแล้วและแก้ไขไม่ได้ครับ
การเข้าใจเส้นแบ่งตรงนี้จะช่วยให้เราเลือกใช้ Tense และผันคำกริยาได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องกังวลว่าจะผิดหลักไวยากรณ์เลยครับ
ทำไมคนไทยถึงสับสนไวยากรณ์เรื่องนี้
จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนมา อุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดของคนไทยในการเรียน ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เรื่องนี้คือ “ภาษาไทยไม่มีการผันคำกริยา” ครับ ในภาษาไทยเราแค่เติมคำว่า “ถ้า”, “อยากให้”, หรือ “สมมติว่า” เข้าไป ประโยคก็สมบูรณ์แล้วโดยที่หน้าตาของคำกริยายังคงเดิมทุกประการ
ตัวอย่างเช่น เราพูดว่า “เขาไปทำงาน” (ข้อเท็จจริง) และ “ฉันแนะนำให้เขาไปทำงาน” (ข้อเสนอแนะ) คำว่า “ไป” ในภาษาไทยไม่ต้องเปลี่ยนรูปใดๆ แต่ในภาษาอังกฤษ กฎการเติม s/es หรือการเปลี่ยนรูป Tense จะเข้ามามีบทบาททันทีเมื่อบริบทเปลี่ยนไปครับ
ความเคยชินกับภาษาแม่จึงทำให้เราเผลอแต่งประโยคภาษาอังกฤษแบบแปลตรงตัว ซึ่งนำไปสู่ข้อผิดพลาดที่พบเห็นได้บ่อยในข้อสอบระดับสากลครับ
หลายคนพยายามท่องจำลิสต์คำศัพท์ที่ต้องตามด้วย Subjunctive ยาวเหยียด แต่อาจารย์แนะนำให้จำกลุ่มคำเป็นหมวดหมู่ตามความหมายแทนครับ เช่น หมวดสั่งการ หมวดสำคัญ หมวดปรารถนา เมื่อเจอคำที่มีความหมายคล้ายกันในข้อสอบ สมองเราจะเชื่อมโยงไปหากฎการใช้กริยาไม่ผันรูป (Base Form) ได้อัตโนมัติครับ
สรุปโครงสร้าง Subjunctive Sentence ทั้ง 3 ประเภท
เมื่อเราเข้าใจหลักการคิดเบื้องหลังแล้ว ตอนนี้เราจะมาเข้าสู่การวิเคราะห์ โครงสร้างประโยค กันอย่างเป็นทางการครับ โดยโครงสร้างของไวยากรณ์เรื่องนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักตามกาลเวลาและลักษณะการใช้งาน
ความยากของมันไม่ได้อยู่ที่การจำสูตร แต่อยู่ที่การทำใจให้ชินกับหน้าตาของคำกริยาที่ดูเหมือนจะสะกดผิดแต่มันถูกต้องตามหลักการทุกประการครับ อาจารย์จะอธิบายทีละประเภทให้กระจ่างเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนครับ
การจัดระเบียบความรู้เป็น 3 กล่องนี้จะทำให้คุณสามารถเรียกใช้งานไวยากรณ์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ในสนามสอบหรือในห้องประชุมก็ตามครับ
Present Subjunctive หรือการละรูปกริยา
ประเภทแรกนี้เรามักจะเรียกว่า Present Subjunctive ครับ ใช้เพื่อแสดงความต้องการ ข้อเสนอแนะ คำสั่ง หรือความจำเป็น กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดและเป็นเอกลักษณ์ของประเภทนี้คือ คำกริยาในประโยคย่อย (หลังคำว่า that) จะต้องเป็นรูปกริยาช่อง 1 แบบไม่ผัน (Base Form) เสมอ
นั่นหมายความว่า ไม่ว่าประธานของประโยคย่อยจะเป็น I, You, We, They หรือประธานเอกพจน์อย่าง He, She, It คำกริยาตัวนั้นก็ห้ามเติม s, es, ed หรือ ing โดยเด็ดขาด และถ้าคำกริยานั้นเป็น Verb to be ก็ต้องใช้คำว่า ‘be’ โดดๆ ห้ามใช้ is/am/are อย่างเด็ดขาดครับ
ลองดูตัวอย่างประโยคเหล่านี้เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับโครงสร้างที่ไม่ผันรูปกันครับ
I suggest that he arrive early. (ไอ ซักเจสท์ แดท ฮี อะไรฟ เออรี) ฉันแนะนำให้เขามาถึงเร็ว
The manager demanded that the report be finished today. (เดอะ เมเนเจอร์ ดีมานด์ด แดท เดอะ รีพอร์ต บี ฟินิชด ทูเดย์) ผู้จัดการสั่งให้รายงานต้องเสร็จภายในวันนี้
It is important that she speak to the client. (อิท อิส อิมพอร์แทนท์ แดท ชี สปีค ทู เดอะ ไคลเอนท์) มันสำคัญมากที่เธอจะต้องพูดกับลูกค้า
We request that everyone turn off their phones. (วี รีเควสท์ แดท เอฟวรีวัน เทิร์น ออฟ แดร์ โฟนส) พวกเราขอความร่วมมือให้ทุกคนปิดโทรศัพท์มือถือ
It is necessary that John wait here. (อิท อิส เนสเซสซารี แดท จอห์น เวท เฮียร์) มันจำเป็นที่จอห์นจะต้องรออยู่ที่นี่
Past Subjunctive หรือการสมมติตรงข้ามปัจจุบัน
ขยับมาที่ประเภทที่สองครับ Past Subjunctive ใช้สำหรับสถานการณ์ที่เป็นการสมมติ มโน หรือจินตนาการถึงสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความเป็นจริงในปัจจุบันครับ โครงสร้างนี้มักจะผูกติดอยู่กับประโยคเงื่อนไข (If-Clause Type 2) และประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า Wish ครับ
กฎที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ คำกริยาจะถูกเปลี่ยนเป็นช่องที่ 2 (Past Simple Tense) เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างความจริงกับจินตนาการ และ หากกริยานั้นเป็น Verb to be ตามกฎดั้งเดิมเราบังคับให้ใช้ ‘were’ กับประธานทุกตัว ไม่ว่าจะเป็น I, He, She หรือ It ก็ตามครับ
การใช้ were กับประธานเอกพจน์เป็นสัญญาณชั้นยอดที่บอกผู้ฟังว่า “นี่คือเรื่องมโนล้วนๆ” ครับ
If I were a bird, I would fly to you. (อิฟ ไอ แวร์ อะ เบิร์ด, ไอ วูด ฟลาย ทู ยู) ถ้าฉันเป็นนก ฉันจะบินไปหาคุณ
He acts as if he knew everything. (ฮี แอคทส แอส อิฟ ฮี นิว เอฟวรีธิง) เขาทำตัวราวกับว่าเขารู้ทุกสิ่งทุกอย่าง
I wish I were taller. (ไอ วิช ไอ แวร์ ทอลเลอร์) ฉันปรารถนาให้ตัวเองตัวสูงกว่านี้
She talks as though she were the boss. (ชี ทอล์คส แอส โด ชี แวร์ เดอะ บอส) เธอพูดราวกับว่าเธอเป็นเจ้านาย
If he had more money, he would buy a car. (อิฟ ฮี แฮด มอร์ มันนี, ฮี วูด บาย อะ คาร์) ถ้าเขามีเงินมากกว่านี้ เขาคงซื้อรถไปแล้ว
Past Perfect Subjunctive หรือการเสียดายอดีต
ประเภทสุดท้ายคือ Past Perfect Subjunctive ครับ เราจะใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการพูดถึงเหตุการณ์สมมติที่ตรงข้ามกับความเป็นจริงในอดีตที่ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งมักจะแฝงไปด้วยความรู้สึกเสียดาย รำพึงรำพัน หรือการบ่นว่า “รู้อย่างนี้น่าจะทำแบบนั้น”
โครงสร้างของประเภทนี้จะใช้กริยาในรูป Past Perfect Tense เสมอ นั่นคือการนำ had มาบวกด้วยกริยาช่องที่ 3 (V.3) ครับ โครงสร้างนี้มักจะพบใน If-Clause Type 3 และการใช้ Wish เพื่อรำลึกอดีต
ประโยคเหล่านี้อาจจะดูยาวและซับซ้อน แต่ถ้าเราเข้าใจว่ามันคือการย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว เราจะจำโครงสร้างได้แม่นยำขึ้นครับ
If I had studied harder, I would have passed. (อิฟ ไอ แฮด สตัดดีด ฮาร์เดอร์, ไอ วูด แฮฟ พาสด) ถ้าตอนนั้นฉันตั้งใจเรียนมากกว่านี้ ฉันคงสอบผ่านไปแล้ว
I wish I had told her the truth. (ไอ วิช ไอ แฮด โทลด เฮอร์ เดอะ ทรูธ) ฉันหวังว่าตอนนั้นฉันน่าจะบอกความจริงกับเธอ
She acted as if she had not seen me. (ชี แอคเทด แอส อิฟ ชี แฮด นอท ซีน มี) เธอทำท่าทีราวกับว่าเธอไม่เห็นฉันมาก่อน
If they had invited us, we would have gone. (อิฟ เดย์ แฮด อินไวทเตด อัส, วี วูด แฮฟ กอน) ถ้าพวกนั้นเชิญเรา พวกเราก็คงไปร่วมงานแล้ว
He wishes he had bought that house. (ฮี วิชเชส ฮี แฮด บอท แดท เฮาส์) เขานึกเสียดายว่าน่าจะซื้อบ้านหลังนั้น
| ประเภทของ Subjunctive | ลักษณะโครงสร้างกริยา |
|---|---|
| Present Subjunctive | กริยาช่อง 1 ไม่ผันรูป (Base form) ประธานเอกพจน์ก็ไม่เติม s |
| Past Subjunctive | กริยาช่อง 2 และใช้ were แทน was สำหรับประธานทุกตัว |
| Past Perfect Subjunctive | ใช้ had + V.3 สำหรับการสมมติตรงข้ามความจริงในอดีต |
กฎการใช้ Present Subjunctive Sentence ฉบับละเอียด
จากทั้ง 3 ประเภทที่กล่าวมา Present Subjunctive คือประเภทที่มักจะสร้างความสับสนและเป็นจุดออกข้อสอบมากที่สุดครับ เพราะมันมีกลุ่มคำศัพท์เฉพาะที่ทำหน้าที่เป็นตัวทริกเกอร์ (Trigger) ให้กริยาตัวถัดไปต้องกลายเป็น Base Form เสมอ
อาจารย์ได้ทำการรวบรวมและจัดหมวดหมู่ รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เหล่านี้มาให้เพื่อความง่ายในการจดจำครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเห็นคำศัพท์ในตารางเหล่านี้ปรากฏขึ้น ให้คุณเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยว่ากริยาที่ตามมาหลังคำว่า that จะต้องเป็นกริยาหน้าตาเปลือยเปล่าแน่นอน
เราจะแบ่งกลุ่มคำทริกเกอร์เหล่านี้ออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มที่เป็นคำกริยาและกลุ่มที่เป็นคำคุณศัพท์ครับ
กลุ่มคำกริยาแสดงการสั่งและแนะนำ (Bossy Verbs)
กลุ่มนี้เรามักเรียกกันเล่นๆ ว่า Bossy Verbs หรือกริยาจอมสั่งการครับ มันคือคำกริยาที่มีความหมายในเชิง เรียกร้อง ยืนกราน แนะนำ หรือขอร้อง เมื่อกริยาพวกนี้เป็นตัวเปิดประโยค ประโยคที่ตามมาหลัง that จะสะท้อนถึงสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้น
ข้อควรระวังคือ ตัวกริยา Bossy Verbs เหล่านี้สามารถผัน Tense ได้ตามปกตินะครับ จะเติม ed หรือจะเติม s ก็ได้ขึ้นอยู่กับเวลาที่พูด แต่ตัวที่ห้ามผันเด็ดขาดคือกริยาตัวที่อยู่ในประโยคย่อยด้านหลังครับ
ลองพิจารณาคำศัพท์ในตารางด้านล่างนี้และจดจำความหมายเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการเขียนอีเมลหรือรายงานครับ
| คำกริยา (Bossy Verbs) | ความหมายภาษาไทย |
|---|---|
| advise / suggest / recommend | แนะนำ / เสนอแนะ |
| demand / require / request | ต้องการ / เรียกร้อง / ขอร้อง |
| insist / urge | ยืนกราน / เร่งเร้า |
| ask / order / command | ขอให้ทำ / สั่งการ / ออกคำสั่ง |
กลุ่มคำคุณศัพท์แสดงความสำคัญ (Important Adjectives)
กลุ่มที่สองคือ Important Adjectives หรือคำคุณศัพท์ที่แสดงความสลักสำคัญหรือความจำเป็นเร่งด่วนครับ โครงสร้างประโยคของกลุ่มนี้มักจะขึ้นต้นด้วย It is + Adjective + that… เพื่อเน้นย้ำว่าเรื่องราวที่กำลังจะพูดถึงนั้นมีความสำคัญในระดับที่ละเลยไม่ได้
เช่นเดียวกันกับกฎข้อแรกครับ เมื่อเจอโครงสร้างนี้ กริยาของประธานตัวหลังจะต้องเป็น Base Form ทันที หากเป็นปฏิเสธ เราจะใส่คำว่า not ไว้หน้าคำกริยาได้เลยโดยไม่ต้องมี do/does มาช่วยครับ (เช่น It is crucial that he not go.)
ตารางด้านล่างนี้รวบรวมคำคุณศัพท์ที่ออกข้อสอบบ่อยที่สุดครับ
| คำคุณศัพท์ (Important Adjectives) | ความหมายภาษาไทย |
|---|---|
| important / crucial / vital | สำคัญ / สำคัญอย่างยิ่ง |
| necessary / essential | จำเป็น / เป็นสิ่งจำเป็น |
| urgent / imperative | เร่งด่วน / เป็นการบังคับ |
| mandatory / obligatory | เป็นข้อบังคับ |
โครงสร้างแบบ 3D Grammar Structure
เพื่อรวบยอดความคิดเรื่อง Present Subjunctive ให้สมบูรณ์แบบ อาจารย์ขอใช้วิธีวิเคราะห์แบบ 3 มิติ เพื่อให้ทุกคนเห็นความเชื่อมโยงของโครงสร้างและความหมายครับ
- 📐 มิติด้านโครงสร้าง (Form): ใช้ S + Bossy Verb + that + S + Base Verb หรือโครงสร้าง It is + Important Adj. + that + S + Base Verb (ประธานเอกพจน์ห้ามเติม s และห้ามผัน Tense)
- 🔍 มิติด้านความหมาย (Meaning): เป็นการแสดงเจตจำนง ความปรารถนา หรือข้อบังคับ ว่าใครบางคนควรจะหรือต้องกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในอนาคตอันใกล้
- 🗣️ มิติด้านการนำไปใช้ (Use): นิยมใช้อย่างมากในภาษาเขียนที่เป็นทางการ จดหมายธุรกิจ กฎระเบียบข้อบังคับขององค์กร หรือการประชุมที่ต้องการความหนักแน่นในคำสั่งครับ
การใช้ Wish และ If only ในโครงสร้างสมมติ
นอกจากการใช้คำว่า if แล้ว Subjunctive Sentence ยังเป็นคู่หูที่แยกกันไม่ออกกับคำว่า Wish (ปรารถนา) และ If only (ถ้าเพียงแต่…) ครับ โครงสร้างนี้ถูกนำมาใช้เมื่อเราต้องการแสดงความไม่พอใจในสถานการณ์ปัจจุบัน หรือความเสียดายต่อเหตุการณ์ในอดีต
ความน่าสนใจของโครงสร้าง Wish คือมันใช้กฎ Tense Backshift หรือการถอย Tense เช่นเดียวกับที่เราเรียนกันในเรื่องประโยคเงื่อนไขครับ เหตุการณ์ปัจจุบันต้องถอยเป็นอดีต และเหตุการณ์อดีตต้องถอยเป็นอดีตสมบูรณ์
อาจารย์จะแบ่งการใช้งานออกเป็น 3 สถานการณ์หลัก เพื่อให้คุณสามารถเลือกหยิบไปปรับใช้กับอารมณ์ของคุณได้อย่างถูกต้องครับ
การรำพึงรำพันถึงเหตุการณ์ในปัจจุบัน
เมื่อเราบ่นหรือปรารถนาให้เรื่องราวในปัจจุบันมันเป็นไปในทางอื่น (ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นแบบนั้น) เราจะใช้โครงสร้าง Wish + Past Simple Tense ครับ นี่คือการใช้ Past Subjunctive อย่างแท้จริง และอย่าลืมว่าเรายังคงต้องใช้ were กับประธานทุกตัวเช่นเดิม
การพูดแบบนี้เป็นการบ่นเบาๆ กับตัวเองหรือเพื่อนฝูง เพื่อแสดงความรู้สึกว่า “แหม ตอนนี้ถ้าเป็นแบบนั้นก็คงจะดีนะ”
I wish I spoke French. (ไอ วิช ไอ สโปค เฟรนช์) ฉันอยากให้ตัวเองพูดภาษาฝรั่งเศสได้
She wishes she lived in Paris. (ชี วิชเชส ชี ลีฟด อิน ปารีส) เธอปรารถนาที่จะอาศัยอยู่ในปารีส
They wish it were not raining. (เดย์ วิช อิท แวร์ นอท เรนนิง) พวกเขาหวังว่าตอนนี้ฝนจะไม่ตก
I wish I had a million dollars. (ไอ วิช ไอ แฮด อะ มิลเลียน ดอลลาร์ส) ฉันหวังว่าฉันจะมีเงินสักหนึ่งล้านดอลลาร์
If only he were here with us. (อิฟ โอนลี ฮี แวร์ เฮียร์ วิธ อัส) ถ้าเพียงแต่เขาอยู่ที่นี่กับพวกเรา
การแสดงความเสียดายต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต
หากเหตุการณ์ที่เรากำลังบ่นถึงนั้น มันจบสิ้นและผ่านพ้นไปแล้วในอดีต ไม่สามารถหมุนนาฬิกากลับไปแก้ไขได้ เราต้องใช้โครงสร้างที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีกขั้น นั่นคือ Wish + Past Perfect Tense (had + V.3) ครับ
อารมณ์ของประโยคนี้คือความรู้สึกเสียใจ (Regret) หรือการรำลึกอดีตว่า “ตอนนั้นฉันน่าจะทำแบบนั้น” หรือ “ฉันไม่น่าทำแบบนั้นลงไปเลย”
I wish I had studied for the exam. (ไอ วิช ไอ แฮด สตัดดีด ฟอร์ ดิ อิกแซม) ฉันหวังว่าตอนนั้นฉันน่าจะอ่านหนังสือสอบ
She wishes she had not bought that dress. (ชี วิชเชส ชี แฮด นอท บอท แดท เดรส) เธอนึกเสียดายว่าไม่น่าซื้อชุดเดรสตัวนั้นมาเลย
We wish we had arrived earlier. (วี วิช วี แฮด อะไรฟด เออริเออร์) พวกเราหวังว่าตอนนั้นน่าจะมาถึงให้เร็วกว่านี้
If only I had listened to my parents. (อิฟ โอนลี ไอ แฮด ลิสเซินด ทู มาย พาเรนทส) ถ้าเพียงแต่ตอนนั้นฉันฟังคำเตือนของพ่อแม่
He wishes he had taken the job offer. (ฮี วิชเชส ฮี แฮด เทคเคน เดอะ จ็อบ ออฟเฟอร์) เขานึกเสียดายว่าตอนนั้นน่าจะรับข้อเสนองาน
การบ่นถึงพฤติกรรมที่น่ารำคาญ
สถานการณ์สุดท้ายคือการใช้ Wish เพื่อระบายความหงุดหงิดต่อพฤติกรรมของคนอื่นที่เราอยากให้เขาหยุดทำ หรืออยากให้เขาเปลี่ยนพฤติกรรมนั้นในอนาคตอันใกล้ โครงสร้างนี้เราจะใช้ Wish + would + Base Verb ครับ
ข้อควรระวังคือ โครงสร้างนี้ห้ามใช้กับประธานตัวเดียวกัน (ห้ามพูดว่า I wish I would…) เพราะเราไม่สามารถหงุดหงิดนิสัยตัวเองและสั่งให้ตัวเองเปลี่ยนด้วยโครงสร้างนี้ได้ครับ มันต้องใช้เพื่อบ่นคนอื่นเท่านั้น
I wish you would stop talking. (ไอ วิช ยู วูด สตอป ทอล์คคิง) ฉันอยากให้คุณหยุดพูดเสียที
She wishes her neighbor would not play loud music. (ชี วิชเชส เฮอร์ เนเบอร์ วูด นอท เพลย์ เลาด์ มิวสิค) เธอหวังว่าเพื่อนบ้านของเธอจะไม่เปิดเพลงเสียงดัง
I wish it would stop raining soon. (ไอ วิช อิท วูด สตอป เรนนิง ซูน) ฉันหวังว่าฝนจะหยุดตกในเร็วๆ นี้
We wish the train would arrive on time. (วี วิช เดอะ เทรน วูด อะไรฟ ออน ไทม์) พวกเราหวังว่ารถไฟจะมาถึงตรงเวลา
If only he would listen to me. (อิฟ โอนลี ฮี วูด ลิสเซิน ทู มี) ถ้าเพียงแต่เขาจะยอมฟังฉันบ้าง
เทคนิคการทำข้อสอบ TOEIC เรื่อง Subjunctive Sentence
สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัว สอบ TOEIC เรื่อง Subjunctive Sentence ถือเป็นขุมทรัพย์ทำคะแนนเลยครับ เพราะมันมีรูปแบบที่ตายตัวและชัดเจนมาก หากเรามองเห็นจุดสังเกต (Clues) ได้เร็ว เราก็สามารถกาคำตอบที่ถูกต้องได้ภายในไม่กี่วินาทีโดยแทบไม่ต้องแปลความหมายทั้งประโยคเลยครับ
ข้อสอบมักจะออกในพาร์ทที่ 5 (Incomplete Sentences) และพาร์ทที่ 6 (Text Completion) ซึ่งวัดความแม่นยำทางไวยากรณ์โดยเฉพาะ อาจารย์ได้รวบรวมเทคนิคและจุดดักลวงที่ข้อสอบมักจะนำมาทดสอบผู้เข้าสอบเป็นประจำครับ
รับรองว่าถ้าฝึกวิเคราะห์ตามสเต็ปนี้ คะแนนพาร์ทแกรมม่าของคุณจะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอนครับ
จุดสังเกตในพาร์ท Incomplete Sentences
เทคนิคแรกคือการสแกนหา “คำทริกเกอร์” ครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกวาดสายตาไปเห็นคำว่า recommend, require, suggest, important, หรือ vital อยู่หน้าคำว่า that ให้คุณเปิดเรดาร์แกรมม่าทันทีครับ เพราะช่องว่างที่รอให้คุณเติมด้านหลังนั้น 90% จะต้องเป็น Base Form ของคำกริยา
ตัวอย่างเช่นประโยค “The board requires that Mr. Smith _____ the meeting.” หากคุณไม่รู้กฎข้อนี้ คุณอาจจะเห็นประธานเอกพจน์ Mr. Smith แล้วรีบกาข้อที่มีคำกริยาเติม s ทันที (เช่น attends) ซึ่งเป็นคำตอบที่ผิดครับ! คำตอบที่ถูกต้องต้องเป็น Base Form นั่นก็คือ ‘attend’ แบบไม่เติมอะไรเลยครับ
การใช้สายตากวาดหา Bossy Verbs หรือ Important Adjectives จึงเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการจัดการกับข้อสอบประเภทนี้ครับ
จุดดักลวง (Traps) ที่พบบ่อย
จุดดักลวงแรกที่กรรมการมักเอามาหลอกคือ “การเล่นกับ Tense ของกริยาตัวหน้า” ครับ ข้อสอบมักจะแต่งประโยคให้กริยาตัวหน้าเป็นอดีต (เช่น The doctor recommended that…) เพื่อหลอกให้เราหลงกลถอย Tense ตัวกริยาด้านหลังให้เป็น V.2 ตาม (เช่น took) แต่จำไว้ครับ ไม่ว่ากริยาตัวหน้าจะอยู่ Tense ไหน กริยาตัวหลัง that ก็ต้องแข็งแกร่งเป็น Base Form เสมอ (ตอบ take)
จุดหลอกที่สองคือ โครงสร้างประโยคปฏิเสธครับ ข้อสอบจะให้ตัวเลือกที่เป็น does not go, do not go, และ not go มาให้เราเลือก เมื่อมันเป็น Subjunctive เราไม่ต้องยืม do/does มาช่วยเลยครับ เราสามารถใช้ not + Base Form ได้ทันที (เช่น that he not go)
และจุดสุดท้ายคือการใช้ Verb to be ครับ ข้อสอบจะให้ประธานมาเป็น She และให้ตัวเลือกเป็น is, was, be, been ให้เราเลือกจำให้ขึ้นใจว่าถ้าเห็นโครงสร้างสั่งการ ให้เลือก ‘be’ โดดๆ ทันทีครับ นี่คือกฎตายตัวที่ไม่มีข้อยกเว้นในโครงสร้างนี้ครับ
สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- ✅ Present Subjunctive = กริยาหลัง Bossy Verbs และ Important Adjectives ต้องเป็นรูปไม่ผัน (Base Form) เสมอ
- ✅ Past Subjunctive = เป็นการสมมติตรงข้ามปัจจุบัน ใช้ V.2 และบังคับใช้ were กับประธานทุกตัว (I were, He were)
- ✅ Past Perfect Subjunctive = เป็นการสมมติหรือเสียดายเรื่องในอดีต โครงสร้างต้องใช้ had + V.3 เสมอ
- 📌 Bossy Verbs = เช่น suggest, recommend, require, demand, insist
- ⚠️ TOEIC Traps = ระวังประธานเอกพจน์หลอกให้เติม s และระวังการใช้ not วางหน้าคำกริยาโดยไม่ต้องมี do/does มาช่วย
Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
1. The supervisor requested that every employee ________ the training session next week.
A) attends
B) attend
C) attended
2. It is absolutely essential that the package ________ delivered before noon.
A) be
B) is
C) was
👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ทำไมถึงเห็นบางคนใช้ should ในประโยค Subjunctive ด้วย?
ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษ (British English) มักนิยมใส่คำว่า should ไว้หน้ากริยา Base Form ครับ เช่น The doctor suggested that he should take a rest. ซึ่งถือว่าถูกต้องและเป็นทางการเช่นกัน แต่ในแบบอเมริกัน (American English) มักจะละคำว่า should ทิ้งไปเหลือเพียงกริยาเปล่าๆ ครับ
2. เราสามารถใช้ was แทน were ในการสมมติประโยคเงื่อนไขได้หรือไม่?
ในภาษาพูดที่ไม่เป็นทางการอย่างมาก การใช้ was กับ I, he, she, it (เช่น If I was you) เริ่มเป็นที่ยอมรับและได้ยินบ่อยขึ้นในชีวิตประจำวันครับ แต่ในการเขียนเชิงวิชาการ หรือการทำข้อสอบแกรมม่าที่ได้มาตรฐาน (รวมถึง TOEIC) อาจารย์ยังคงแนะนำให้ยึดหลักไวยากรณ์ดั้งเดิมคือใช้ were กับประธานทุกตัวครับ
3. Bossy Verbs ต้องตามด้วย that clause เสมอไปหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไปครับ คำกริยาหลายตัวสามารถตามด้วยโครงสร้าง Infinitive with to ได้ เช่น เราสามารถพูดได้ทั้ง The manager ordered that he finish it. (Subjunctive) และ The manager ordered him to finish it. (Infinitive) ซึ่งมีความหมายเหมือนกัน แต่โครงสร้างแรกจะดูเป็นทางการมากกว่าครับ
4. ถ้ากริยานำในประโยคเป็นอดีต เช่น suggested ต้องเปลี่ยน Tense ด้านหลังไหม?
นี่คือจุดหลอกที่พบบ่อยมากครับ คำตอบคือ “ห้ามเปลี่ยน Tense เด็ดขาด” ครับ ไม่ว่ากริยาตัวหน้าจะเป็น suggest, suggests หรือ suggested คำกริยาในประโยคย่อยที่ตามมาหลังคำว่า that จะต้องเป็น Base Form เสมอตามกฎของ Present Subjunctive ครับ
5. คำว่า If only มีวิธีการใช้ต่างจาก Wish อย่างไร?
ทั้งคู่มีความหมายใกล้เคียงกันมากครับ แต่ If only (ถ้าเพียงแต่) จะสื่อถึงความรู้สึกปรารถนาหรือความเสียดายที่รุนแรงและมีอารมณ์ร่วมมากกว่าคำว่า Wish ครับ มักใช้กับเรื่องที่เราอยากให้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ อย่างสุดหัวใจ โครงสร้างการถอย Tense ของทั้งสองคำเหมือนกันทุกประการครับ
ข้อ 1 ตอบ B) attend
วิเคราะห์: ในประโยคมีคำทริกเกอร์คือคำว่า requested (Bossy verb) ซึ่งบ่งบอกว่าโครงสร้างที่ตามหลัง that จะต้องเป็น Present Subjunctive ดังนั้นไม่ว่าประธาน every employee จะเป็นเอกพจน์ก็ตาม คำกริยาก็ต้องอยู่ในรูป Base Form ที่ไม่เติม s หรือ ed จึงตอบ attend แบบเปลือยๆ ครับ
ข้อ 2 ตอบ A) be
วิเคราะห์: ประโยคนี้ขึ้นต้นด้วยโครงสร้าง It is essential that… ซึ่งคำว่า essential เป็น Important Adjective เข้าข่ายการบังคับใช้กริยา Base Form ครับ ประโยคนี้เป็นรูปถูกกระทำ (ถูกส่ง) ซึ่งปกติคือ is delivered แต่เมื่อต้องทำเป็น Base Form จึงต้องเปลี่ยน Verb to be (is) ให้กลับไปสู่ร่างต้นกำเนิด นั่นก็คือคำว่า be ครับ

