สรุปการใช้ Participle พร้อมตัวอย่าง

Participle คือ กริยาไม่แท้ชนิดหนึ่ง มีหน้าตาเหมือนกับคำกริยา คือ กริยาช่องที่ 1 เติม ing และกริยาช่องที่ […]

Home/ภาษาอังกฤษ/Grammar (ไวยากรณ์)/สรุปการใช้ Participle พร้อมตัวอย่าง

Participle
คือ กริยาไม่แท้ชนิดหนึ่ง มีหน้าตาเหมือนกับคำกริยา คือ กริยาช่องที่ 1 เติม ing และกริยาช่องที่ 3 แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกริยาในประโยค กลับถูกนำมาใช้เป็น Adjective เพื่อขยายคำนาม

Participle นั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ

Present Participle
คือ กริยาช่องที่ 1 เติม ing แล้วนำมาใช้เป็นครึ่งกริยาครึ่งคุณศัพท์

ตัวอย่างเช่น
going, walking, eating, sleeping, coming, เป็นต้น

Present Participle นั้นจะแฝงความหมายของ Active Voice คือเวลานำไปขยาย ประธานจะต้องสามารถกระทำ Present Participle ที่ไปขยายได้ มีวิธีใช้ดังนี้

1.เรียงตามหลัง Verb to be ทำให้ประโยคนั้นเป็น Continuous/Progressive Tense แปลว่า กำลัง
Jenny is walking along the street.
Jack was sleeping under the tree.

2.เรียงไว้หน้าคำนาม ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ของคำนามนั้น หมายความว่า คำนามตัวนั้นกระทำกริยาที่ไปขยายข้างหน้านั้นได้เอง

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

A crying baby is scared of a standing dog. (crying/standing – ทั้งสองคำ ทำหน้าที่เป็น adjective, crying – ขยายคำนาม baby, standing – ขยายคำนาม dog)

3.เรียงตามหลังกริยา Verb to be หรือ Linking Verb ทำหน้าที่เป็นส่วนสมบูรณ์ของกริยาขยายคำนาม

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

This story is very boring.
The daily news is interesting.

4.ทำหน้าที่คล้ายๆกับ Adjective Clause วางหลังประธานในประโยค

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

The man smoking a cigarette is my uncle. ( smoking a cigarette – (ทำหน้าที่คล้าย adjective clause ขยายคำนาม man)
=The man who smoking a cigarette is my uncle.

5.ใช้รวมประโยคสองประโยคให้เป็นประโยคเดียว โดยอาศัย Participle Phrase โดยมีหลักการดังนี้
-เหตุการณ์ที่เกิดก่อน ให้เปลี่ยนคำกริยาของเหตุการณ์นั้นเป็น Present Participle
-ประธานของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนให้ตัดทิ้ง
-ข้อความของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทีหลังให้คงเดิมไว้
-ประธานของทั้งสองประโยคต้องเป็นคนเดียวกัน

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

= the cat crept slowly through the grass – เกิดหลัง
the cat was watching the mouse the whole time – เกิดก่อน

เมื่อรวมสองประโยคเข้าด้วยกันจะได้ดังนี้
Watching the mouse the whole time, the cat crept slowly through the grass.
(Watching the mouse the whole time – present participle ทำหน้าที่ขยายคำนาม cat)

Past Participle
คือ กริยาช่องที่ 3 ซึ่งอาจมีรูปมาจากการเติม ed ก็ได้ หรือมีรูปมาจากการผันก็ได้

ตัวอย่างเช่น walked, slept, gone เป็นต้น

Past Participle นั้น จะแฝงความหมายเป็น Passive Voice คือ เวลานำไปขยาย ประธานตัวนั้นจะต้องถูกกระทำ ซึ่ง Past Participle มีวิธีใช้ดังนี้
1.เรียงไว้หลัง Verb to have ทำให้ประโยคนั้นเป็น Perfect Tense

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Jack has lived here for three years.
2.เรียงตามหลัง Verb to be ทำให้ประโยคนั้นเป็น Passive Voice หมายถึง ประธานถูกกระทำ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Lilly was punished by her mother.
3.เรียงไว้หนาคำนามเป็นคำคุณศัพท์ของคำนามนั้น ซึ่งหมายความว่าคำนามตัวนั้นถูกกระทำ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

The stolen cat has not been found yet. ( stolen – ทำหน้าที่เป็น adjective ขยายคำนาม cat)
4.ใช้เรียงตามหลังคำนามก็ได้ แต่ต้องมีบุพบทวลีมาขยายเสมอ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

The boy bitten by a mad dog was sent to hospital.(bitten by a mad dog – past participle ขยาย boy)

5. Past Participle ใช้วางไว้ต้นประโยคเลยก็ได้ แต่ต้องใช้กับกลุ่มคำบุพบทวลีเสมอ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Hidden under the floorboards, the gold was safe for many years.

Perfect Participle
ทำหน้าที่เป็นครึ่งประโยคครึ่งคำคุณศัพท์เพื่อขยายคำนามด้านหลัง จะใช้เมื่อเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน กล่าวคือ เหตุการณ์อันที่หนึ่งเกิดขึ้นก่อนและจบลงไปแล้ว จึงได้มีเหตุการณ์อันที่สองเกิดขึ้นตามหลัง และมิวิธีการแปลอยู่สามแบบคือ
-หลังจากที่…
-ภายหลังที่…
-เมื่อได้…

โครงสร้างของ Perfect Participle
1. Active Perfect Participle
โครงสร้าง มีดังนี้
having + V3, + past simple tense.

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

= Susan finished her work เหตุการณ์เกิดก่อนและจบไปแล้ว
Susan went home เหตุการณ์เกิดขึ้นตามมา

เมื่อรวมสองประโยคเข้าด้วยกัน จะได้ดังนี้
Having finished her work, Susan went home.
(Having finished her work – active perfect participle ทำหน้าที่ขยายคำนาม Susan)

2. Passive Perfect Participle
โครงสร้าง มีดังนี้
having + been + V3, past simple tense

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

The man was bitten by a viper. เหตุการณ์เกิดก่อนและจบไปแล้ว
The man immediately sought medical advice เหตุการณ์เกิดขึ้นตามมา

เมื่อรวมสองประโยคเข้าด้วยกัน จะได้ดังนี้
Having been bitten by a viper, the man immediately sought medical advice.
(Having been bitten by a viper – passive perfect participle ทำหน้าที่ขยายคำนาม man)

แชร์เลย

ให้คะแนนบทเรียนนี้

Average rating 5 / 5. Vote count: 313

เป็นคนแรกที่ให้คะแนนบทเรียนนี้