สำนวน วลี ที่ใช้กับ make สรุปเจาะลึกความหมาย และวิธีใช้อย่างละเอียด

เคยไหมครับที่ท่องคำศัพท์มาอย่างดีว่าแปลว่า “ทำ” หรือ “สร้าง” แต่พอฝรั่งนำไปประกอบกับคำบุพบท ความหมายกลับพลิกแพลงไปจนเราแปลไม่ออก ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกเนื้อหาเรื่อง สำนวน วลี ที่ใช้กับ make อย่างละเอียดครบทุกโครงสร้างครับ
- คำว่า make เมื่อนำไปประสมกับคำอื่น จะสร้างความหมายใหม่ที่ไม่ได้แปลว่า “ทำ” หรือ “สร้าง” เพียงอย่างเดียวเสมอไป
- Phrasal Verbs (กริยาวลี) ที่พบบ่อยเช่น make up (แต่งเรื่อง, ชดเชย) หรือ make out (ทำความเข้าใจ) เป็นกลุ่มคำที่ต้องอาศัยการบริบทในการแปลความหมาย
- Collocations (คำปรากฏร่วม) มักจะใช้ make คู่กับการตัดสินใจ การสร้างเสียง หรือการทำให้เกิดผลลัพธ์ใหม่ๆ ที่เป็นนามธรรม
- การผันรูปกริยาตามกาลเวลา (Tense) จะต้องผันที่คำว่า make ให้กลายเป็น made เสมอ ไม่ใช่ไปผันที่คำนามหรือคำบุพบทที่ตามมาด้านหลัง
- สำนวน วลี ที่ใช้กับ make คืออะไร ทำไมคนไทยถึงใช้ผิดบ่อย
- เจาะลึก Phrasal Verbs (กริยาวลี) ที่มีคำว่า Make
- Collocations (คำปรากฏร่วม) พื้นฐานที่ใช้กับ Make
- สำนวนภาษาอังกฤษ (Idioms) ยอดฮิตที่ขึ้นต้นด้วย Make
- โครงสร้างไวยากรณ์และการนำ สำนวน วลี ที่ใช้กับ make ไปใช้จริง
- สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สำนวน วลี ที่ใช้กับ make คืออะไร ทำไมคนไทยถึงใช้ผิดบ่อย
ในการเริ่มต้นสร้าง พื้นฐานภาษาอังกฤษ ที่แข็งแรง ผู้เรียนทุกคนย่อมต้องเคยพบเจอกับคำกริยาพื้นฐานอย่างคำว่า make อย่างแน่นอนครับ ตามความหมายในพจนานุกรมทั่วไป คำนี้มักจะแปลว่า การทำ การสร้าง หรือการผลิตสิ่งใดสิ่งหนึ่งขึ้นมาให้เป็นรูปธรรม แต่ความซับซ้อนของภาษาอังกฤษเริ่มต้นขึ้นเมื่อเรานำคำนี้ไปจับคู่กับคำศัพท์อื่นๆ ครับ
สำนวน วลี ที่ใช้กับ make ถือเป็นหนึ่งในไวยากรณ์ระดับกลางถึงสูงที่สร้างความท้าทายให้กับผู้เรียนภาษาอังกฤษทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะแค่คนไทยครับ สาเหตุหลักมาจากการที่คำกริยาตัวนี้ทำหน้าที่เป็นเสมือน “คำกริยาครอบจักรวาล” ที่ฝรั่งเจ้าของภาษานิยมหยิบมาใช้เพื่อสื่อความหมายทางนามธรรมมากกว่าการกระทำทางกายภาพเสียอีก
เมื่อคำว่า make ถูกนำไปประกอบร่างกับคำบุพบท (Preposition) คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) หรือคำนามเฉพาะ (Specific Noun) มันจะเปลี่ยนสถานะจากคำกริยาธรรมดา กลายเป็น “กริยาวลี (Phrasal Verbs)” หรือ “สำนวน (Idioms)” ที่มีความหมายเฉพาะตัว ซึ่งไม่สามารถแปลแบบคำต่อคำได้อย่างเด็ดขาดครับ
จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนนักเรียนมาหลายปี ปัญหาหลักที่ทำให้เราสอบตกหรือสื่อสารผิดพลาด คือการที่เราพยายามดึงความหมายดั้งเดิมของคำว่า “ทำ” ไปยัดเยียดให้กับทุกๆ ประโยคที่เห็นคำว่า make ครับ การทำความเข้าใจโครงสร้างและบริบทที่ถูกต้อง จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดนี้ได้อย่างถาวรครับ
ปัญหาการแปลตรงตัวจากภาษาไทย
สาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้คนไทยสับสนเวลาใช้งานกลุ่มคำเหล่านี้ คือระบบโครงสร้างภาษาไทยของเรานั้นแตกต่างจากภาษาอังกฤษอย่างสิ้นเชิงครับ ในภาษาไทย เรามักจะมีคำกริยาเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละการกระทำ แต่ในภาษาอังกฤษ เขาจะใช้คำกริยาตั้งต้นเพียงไม่กี่คำ แล้วนำไปรวมกับคำขยายเพื่อสร้างความหมายใหม่ครับ
ตัวอย่างเช่น เมื่อเราต้องการพูดว่า “ฉันจะแต่งเรื่องขึ้นมา” หลายคนอาจจะพยายามนึกหาคำศัพท์ที่แปลว่า “แต่งเรื่อง” โดยตรง แต่ฝรั่งกลับเลือกใช้คำว่า make up ซึ่งถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่า “ทำขึ้น” ซึ่งฟังดูไม่เป็นธรรมชาติในบริบทภาษาไทยเลยครับ
นอกจากนี้ การที่เรายึดติดกับคำแปลเพียงความหมายเดียวยังทำให้การ ฝึกแต่งประโยคภาษาอังกฤษ ของเราดูแข็งกระด้างและขาดความเป็นธรรมชาติ การท่องจำกลุ่มคำเป็นก้อนๆ (Chunking) จึงเป็นเทคนิคที่อาจารย์แนะนำเสมอครับ
ลองพิจารณาตัวอย่างเหล่านี้เพื่อดูความแตกต่างของการแปลครับ
- The boy makes a beautiful paper plane. (เดอะ บอย เมคส อะ บิวทิฟูล เพเพอร์ เพลน) เด็กชายสร้างเครื่องบินกระดาษที่สวยงาม
👉 (แปลตรงตัว: make = สร้าง/ทำ)
- The manager makes a tough decision. (เดอะ เมเนเจอร์ เมคส อะ ทัฟ ดีซิชชัน) ผู้จัดการทำการตัดสินใจที่ยากลำบาก
👉 (แปลตามสำนวน: make a decision = ตัดสินใจ ไม่ใช่ สร้างการตัดสินใจ)
- He makes fun of his friend. (ฮี เมคส ฟัน ออฟ ฮิส เฟรนด) เขาล้อเลียนเพื่อนของเขา
👉 (แปลตามสำนวน: make fun of = ล้อเลียน ไม่ใช่ สร้างความสนุกของ)
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Make และ Do
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความสับสนระดับชาติคือ การแยกแยะความแตกต่างระหว่างคำว่า Make กับ Do ครับ เพราะทั้งสองคำนี้เมื่อแปลเป็นภาษาไทย มักจะถูกเหมารวมว่าแปลว่า “ทำ” ทั้งคู่ แต่ในเชิง ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ สองคำนี้มีหน้าที่และนัยยะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนครับ
หลักการจำที่ง่ายที่สุดคือ เราจะใช้คำว่า Make เมื่อเราเน้นถึง “ผลลัพธ์ (Result)” การสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา หรือการผลิตสิ่งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีอยู่ให้ปรากฏขึ้น ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นรูปธรรม (เช่น เค้ก, โต๊ะ) หรือนามธรรม (เช่น ข้อเสนอ, เสียงดัง) ก็ตามครับ
ในขณะที่คำว่า Do จะมุ่งเน้นไปที่ตัว “กระบวนการ (Process)” หรือการลงมือปฏิบัติกิจกรรมบางอย่างที่มีอยู่แล้วให้เสร็จสิ้น โดยไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างสิ่งใหม่ (เช่น การทำการบ้าน, การทำงานบ้าน, การทำหน้าที่) ครับ
การแยกแยะคอนเซปต์นี้ให้แตกว่าสิ่งไหนคือการสร้าง และสิ่งไหนคือการทำตามหน้าที่ จะช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้ Collocations พื้นฐานได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้นครับ
- I need to do my homework before I can make a cake. (ไอ นีด ทู ดู มาย โฮมเวิร์ค บีฟอร์ ไอ แคน เมค อะ เคก) ฉันจำเป็นต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อนที่ฉันจะสามารถทำเค้กได้
👉 (do homework = ทำตามหน้าที่ / make a cake = สร้างสิ่งใหม่)
- Do your best and make a difference. (ดู ยัวร์ เบสท แอนด เมค อะ ดิฟเฟอเรนซ) ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดและสร้างความแตกต่าง
👉 (do best = ลงมือทำหน้าที่ / make a difference = สร้างผลลัพธ์ใหม่)
- She does the laundry while he makes breakfast. (ชี ดาส เดอะ ลอนดรี ไวล์ ฮี เมคส เบรคฟาสต) เธอซักผ้าในขณะที่เขาทำอาหารเช้า
| ประเด็นเปรียบเทียบ | การใช้ Make (สร้างผลลัพธ์) | การใช้ Do (ทำตามหน้าที่/กิจกรรม) |
|---|---|---|
| จุดโฟกัสของการกระทำ | เน้นผลลัพธ์ที่เกิดจากการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ | เน้นกระบวนการและกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติ |
| กลุ่มคำปรากฏร่วมยอดฮิต | make a choice, make a plan, make money | do a favor, do business, do a good job |
| ข้อสังเกตเพิ่มเติม | มักใช้กับอาหาร เสียงร้อง และการตัดสินใจ | มักใช้กับงานบ้าน งานเอกสาร และกิจกรรมทั่วไป |
ทำไมข้อสอบถึงชอบวัดความรู้เรื่องวลีเหล่านี้
หากคุณเคยผ่านสนามสอบระดับสากล คุณจะพบว่าเรื่องของ สำนวน วลี ที่ใช้กับ make มักจะถูกนำมาเป็นข้อสอบเพื่อตัดเกรดผู้เข้าสอบเสมอครับ สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ข้อสอบต้องการวัด “ความลึกซึ้ง (Depth)” ในการใช้ภาษาของผู้สอบ ว่าคุณท่องจำมาแค่ผิวเผิน หรือเข้าใจบริบทอย่างแท้จริงครับ
ในภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจหรือภาษาเชิงวิชาการ การใช้ Idioms หรือ Phrasal Verbs ถือเป็นเรื่องปกติมากครับ การที่คุณสามารถแปลความหมายและเลือกใช้คำเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง จะบ่งบอกถึงระดับความเป็นธรรมชาติทางภาษา (Fluency) ที่ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษาครับ
นอกจากนี้ โครงสร้างไวยากรณ์ของวลีเหล่านี้มักจะมีกฎเกณฑ์พิเศษซ่อนอยู่ เช่น วลีไหนที่ต้องมีกรรมมารองรับ วลีไหนที่สามารถแยกคำบุพบทออกจากคำกริยาได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือหลุมพรางชั้นดีที่คนออกข้อสอบชื่นชอบครับ
ดังนั้น การมีคลัง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ในหมวดหมู่นี้ติดตัวไว้ จะช่วยให้คุณกวาดคะแนนในพาร์ท Reading และ Vocabulary ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอนครับ
จากประสบการณ์ของอาจารย์ ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งของคนไทยคือการพยายามสร้างวลีใหม่ขึ้นมาเองครับ เช่น อยากบอกว่า “ทำบุญ” ก็ไปเขียนว่า make merit (ซึ่งก็พอเข้าใจได้ในบริบทไทยๆ) แต่ถ้าอยากให้ฝรั่งเข้าใจลึกซึ้งจริงๆ เราควรใช้คำว่า do a good deed หรือ make a donation จะถูกต้องตามหลัก Collocation มากกว่าครับ การเรียนรู้สำนวนต้องอาศัยการเลียนแบบจากสิ่งที่ฝรั่งใช้จริงครับ!
เจาะลึก Phrasal Verbs (กริยาวลี) ที่มีคำว่า Make
มาถึงส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้แล้วครับ Phrasal Verbs หรือ กริยาวลี คือการนำคำกริยาหลักมาผสมกับคำบุพบท (Preposition) หรือคำวิเศษณ์ (Adverb) เพื่อสร้างเป็นคำศัพท์คำใหม่ที่มีความหมายผิดแผกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิงครับ
ในหมวดหมู่ของ สำนวน วลี ที่ใช้กับ make นั้น มีกลุ่มกริยาวลีที่ถูกใช้งานบ่อยมากๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่คุณไม่สามารถเดาความหมายจากการแปลทีละตัวได้เลยครับ คุณจำเป็นต้องมองมันเป็น “ก้อนคำศัพท์หนึ่งก้อน” และจดจำบริบทแวดล้อมของมันครับ
อาจารย์ได้คัดเลือกกริยาวลีในตระกูล make ที่ทรงพลังและครอบคลุมการใช้งานมากที่สุด มาแบ่งกลุ่มให้ทุกคนได้ศึกษากันอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างที่ชัดเจนครับ เรามาดูกันเลยครับ
ข้อแนะนำในการจำคือ ให้จินตนาการภาพตามตัวอย่างประโยค จะช่วยให้สมองจดจำได้ดีกว่าการท่องจำความหมายลอยๆ ครับ
กลุ่มคำ Make up (ชดเชย, สร้างเรื่อง, แต่งหน้า)
นี่คือพระเอกของกริยาวลีตระกูลนี้เลยครับ คำว่า Make up มีความหมายที่หลากหลายมาก ขึ้นอยู่กับบริบทที่มันไปปรากฏตัวอยู่ ความหมายแรกที่พบบ่อยที่สุดคือ “การแต่งเรื่องราวขึ้นมา” (มักจะหมายถึงเรื่องโกหกหรือข้อแก้ตัว) เพื่อหลอกให้คนอื่นเชื่อครับ
ความหมายที่สองคือ “การชดเชย หรือ การคืนดี” เมื่อคุณทำผิดพลาดและต้องการแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น หรือการกลับมาคืนดีกันหลังจากทะเลาะกันครับ ในกรณีที่เป็นการชดเชย เรามักจะใช้ร่วมกับคำว่า for เป็น make up for ครับ
และอีกความหมายหนึ่งที่ทุกคนคุ้นเคยกันดีคือ “การแต่งหน้า” ซึ่งมักจะถูกเขียนติดกันเป็นคำนามว่า makeup แต่เมื่อทำหน้าที่เป็นกริยา เราจะเขียนแยกกันครับ
- He will make up an excuse for being late. (ฮี วิล เมค อัพ แอน เอกซคิวส ฟอร์ บีอิง เลท) เขาจะแต่งข้อแก้ตัวขึ้นมาสำหรับการมาสาย
- I am sorry, let me make up for my mistake. (ไอ แอม ซอร์รี เลท มี เมค อัพ ฟอร์ มาย มิสเทค) ฉันขอโทษ ขอให้ฉันได้ชดเชยสำหรับความผิดพลาดของฉันเถอะนะ
- They argued yesterday, but they already made up. (เดย์ อาร์กิว เยสเทอร์เดย์ บัท เดย์ ออลเรดดี เมด อัพ) พวกเขาทะเลาะกันเมื่อวานนี้ แต่พวกเขาก็คืนดีกันเรียบร้อยแล้ว
- She takes an hour to make up her face. (ชี เทคส แอน เอาเวอร์ ทู เมค อัพ เฮอร์ เฟส) เธอใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการแต่งหน้าของเธอ
กลุ่มคำ Make out (เข้าใจ, มองเห็น)
กลุ่มคำที่สองที่สร้างความมึนงงได้ไม่แพ้กันคือคำว่า Make out ครับ ความหมายหลักของกริยาวลีตัวนี้จะเกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสและการรับรู้ทางสมองครับ แปลว่า “การทำความเข้าใจ การมองเห็น หรือการได้ยิน สิ่งที่คลุมเครือได้อย่างยากลำบาก” ครับ
เรามักจะใช้คำนี้เมื่อเราพยายามเพ่งมองข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ หรือพยายามฟังเสียงคนพูดท่ามกลางเสียงรบกวนดังๆ หรือพยายามทำความเข้าใจสถานการณ์ที่ซับซ้อนมากๆ ครับ
ดังนั้น คำนี้จึงมักจะปรากฏคู่กับคำกริยาช่วยที่บอกความสามารถ เช่น can หรือ cannot ในประโยคปฏิเสธครับ
- I cannot make out what this document says. (ไอ แคนนอท เมค เอาท วอท ดิส ดอคคิวเมนท เซยส) ฉันไม่สามารถทำความเข้าใจได้เลยว่าเอกสารฉบับนี้กล่าวว่าอะไร
- Can you make out the sign from this distance? (แคน ยู เมค เอาท เดอะ ไซน ฟรอม ดิส ดิสแทนซ) คุณสามารถมองเห็นป้ายสัญลักษณ์จากระยะทางนี้ได้ไหม
- He spoke so quietly that I could hardly make out his words. (ฮี สโพค โซ ไควเอทลี แดท ไอ คูด ฮาร์ดลี เมค เอาท ฮิส เวิร์ดส) เขาพูดเสียงเบามากจนฉันแทบจะไม่สามารถได้ยินคำพูดของเขาได้เลย
- It is difficult to make out the truth in this situation. (อิท อีส ดิฟฟิคัลท ทู เมค เอาท เดอะ ทรูธ อิน ดิส ซิททูเอชัน) มันเป็นเรื่องยากที่จะทำความเข้าใจความจริงในสถานการณ์นี้
กลุ่มคำ Make off และ Make for (หลบหนี, มุ่งหน้าไป)
สำหรับกลุ่มคำที่สาม จะเป็นกริยาวลีที่แสดงถึงทิศทางและการเคลื่อนที่ครับ คำแรกคือ Make off ซึ่งมีความหมายคล้ายกับคำว่า run away แปลว่า “การหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว” โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้กระทำความผิด หรือขโมยสิ่งของไปครับ (มักใช้คู่กับ with เป็น make off with)
ส่วนอีกคำหนึ่งคือ Make for คำนี้มีความหมายเชิงบวกมากกว่า แปลว่า “การมุ่งหน้าตรงไปยัง” สถานที่ใดสถานที่หนึ่งอย่างเร่งด่วน หรือมีความหมายแฝงแปลว่า “ทำให้เกิด หรือ ส่งเสริมให้เกิด” ผลลัพธ์บางอย่างขึ้นมาครับ
การจำคู่คำตรงข้ามนี้จะช่วยให้คุณประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการอธิบายทิศทางได้เป็นอย่างดีครับ
- The thieves made off with the stolen jewelry. (เดอะ ธีฟวส เมด ออฟ วิท เดอะ สโทเลน จิวเวลรี) พวกโจรได้หลบหนีไปพร้อมกับเครื่องประดับที่ถูกขโมยมา
- When the fire alarm rang, everyone made for the exit. (เวน เดอะ ไฟร์ อะลาร์ม แรง เอฟเวอรีวัน เมด ฟอร์ เดอะ เอกซิท) เมื่อสัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้น ทุกคนก็มุ่งหน้าไปยังทางออก
- This peaceful environment makes for a good studying atmosphere. (ดิส พีซฟูล เอนไวรอนเมนท เมคส ฟอร์ อะ กูด สตัดดีอิง แอทโมสเฟียร์) สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบนี้ส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศการเรียนที่ดี
- The suspect made off before the police arrived. (เดอะ ซัสเปคท เมด ออฟ บีฟอร์ เดอะ โพลิส อะไรฟวด) ผู้ต้องสงสัยได้หลบหนีไปก่อนที่ตำรวจจะมาถึง
| Phrasal Verb | ความหมายหลักภาษาไทย | คำพ้องความหมาย (Synonyms) |
|---|---|---|
| Make up | แต่งเรื่องราว, ชดเชย, คืนดีกัน | invent, compensate, reconcile |
| Make out | ทำความเข้าใจ, มองเห็นแบบไม่ชัดเจน | understand, distinguish, see |
| Make off | วิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว | escape, run away, flee |
| Make for | มุ่งหน้าไปทาง, ส่งเสริมให้เกิด | head towards, contribute to |
เรื่องกริยาวลีเป็นเรื่องที่หลายคนบ่นว่าจำยาก อาจารย์ขอแนะนำเทคนิค “การเชื่อมโยงภาพ (Visual Association)” ครับ เช่น make up ให้มองภาพว่าเรากำลัง “สร้างเนื้อเรื่องขึ้นมาใหม่ให้สูงขึ้นเรื่อยๆ” (up) หรือ make out ให้จินตนาการว่าเราพยายามมอง “ทะลุออกไป” (out) เพื่อให้เห็นความจริง การจินตนาการทิศทางของคำบุพบทจะช่วยให้เราเดาความหมายได้ง่ายขึ้นมากเลยครับ
Collocations (คำปรากฏร่วม) พื้นฐานที่ใช้กับ Make
นอกเหนือจากกริยาวลีแล้ว อีกหนึ่งรูปแบบของ สำนวน วลี ที่ใช้กับ make ที่มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยก็คือ Collocations หรือคำปรากฏร่วมครับ คอนเซปต์ของมันคือการนำคำกริยา make ไปวางคู่กับคำนามเฉพาะบางกลุ่ม จนกลายเป็นรูปแบบที่ถูกบังคับใช้ตามธรรมชาติของเจ้าของภาษาครับ
ความยากของ Collocations คือมันไม่มีกฎไวยากรณ์ตายตัวว่าทำไมคำนามคำนี้ต้องใช้คู่กับ make เท่านั้น ทำไมถึงใช้คู่กับ do หรือ have ไม่ได้ มันเกิดจากความคุ้นชินและการใช้งานสืบต่อกันมาของฝรั่งครับ ดังนั้น ผู้เรียนภาษาอังกฤษทุกคนจึงต้องอาศัยการจดจำและฝึกฝนใช้งานบ่อยๆ เท่านั้นครับ
อาจารย์ได้จัดหมวดหมู่กลุ่มคำนามที่มักจะตีคู่มากับคำว่า make เอาไว้ 3 หมวดหมู่หลักๆ เพื่อให้สมองของเราสามารถจัดระเบียบและดึงออกมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ
การใช้ Collocations ได้อย่างถูกต้อง จะทำให้ภาษาอังกฤษของคุณดูสละสลวย เป็นมืออาชีพ และมีความคล่องแคล่ว (Fluency) ระดับสูงเลยทีเดียวครับ
การใช้ Make กับการตัดสินใจและการวางแผน
หมวดหมู่แรกที่พบบ่อยที่สุดในบริบทการทำงานและธุรกิจ คือการใช้ make ร่วมกับคำนามที่เกี่ยวกับการใช้ความคิด การตัดสินใจ และการวางแผนอนาคตครับ กลุ่มคำเหล่านี้จะเน้นย้ำถึงการ “สร้าง” แนวทางหรือผลลัพธ์ที่เป็นนามธรรมขึ้นมาจากกระบวนการคิดครับ
คำยอดฮิตในกลุ่มนี้ได้แก่ a decision (การตัดสินใจ), a plan (แผนการ), a choice (ทางเลือก), an arrangement (การจัดการตารางเวลา), an effort (ความพยายาม) ครับ
จำไว้เสมอว่าในภาษาอังกฤษ เราจะไม่ใช้คำว่า do a decision อย่างเด็ดขาดครับ การจำเซตคำเหล่านี้ให้ขึ้นใจคือทางรอดในการเขียนอีเมลธุรกิจครับ
- The committee needs to make a decision by tomorrow. (เดอะ คอมมิทที นีดส ทู เมค อะ ดีซิชชัน บาย ทูมอร์โรว์) คณะกรรมการจำเป็นต้องทำการตัดสินใจภายในวันพรุ่งนี้
- We should make a plan before starting the project. (วี ชูด เมค อะ แพลน บีฟอร์ สตาร์ททิง เดอะ พรอเจคท) พวกเราควรจะสร้างแผนการก่อนที่จะเริ่มต้นโปรเจกต์
- It is difficult to make a choice between these two options. (อิท อีส ดิฟฟิคัลท ทู เมค อะ ชอยส บีทวีน ดีส ทู ออปชันส) มันเป็นเรื่องยากที่จะทำการเลือกสรรระหว่างสองตัวเลือกนี้
- Please make an effort to arrive on time. (พลีส เมค แอน เอฟฟอร์ท ทู อะไรฟว ออน ไทม) กรุณาทำความพยายามในการมาให้ตรงเวลา
การใช้ Make กับการสื่อสารและเสียง
หมวดหมู่ที่สอง จะเกี่ยวข้องกับการเปล่งเสียง การสร้างบทสนทนา หรือการสื่อสารข้อมูลออกไปยังบุคคลอื่นครับ กลุ่มคำนามเหล่านี้เมื่อประกอบกับ make จะให้ความหมายถึงการเริ่มต้นกระบวนการทางเสียง หรือการทำให้เกิดความกระจ่างครับ
กลุ่มคำที่เจอบ่อยคือ a noise (การทำเสียงดัง), a promise (การให้คำสัญญา), a suggestion (การให้คำแนะนำ), a speech (การกล่าวสุนทรพจน์), an excuse (การหาข้อแก้ตัว) ครับ
การใช้กริยา make ในหมวดนี้ จะให้ความรู้สึกเชิงรุก (Proactive) คือประธานเป็นผู้เริ่มที่จะสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาด้วยตัวเองครับ
- Please do not make a noise in the library. (พลีส ดู นอท เมค อะ นอยซ อิน เดอะ ไลบรารี) กรุณาอย่าส่งเสียงดังในห้องสมุด
- The president will make a speech tonight. (เดอะ เพรสซิเดนท วิล เมค อะ สปีช ทูไนท) ประธานาธิบดีจะทำการกล่าวสุนทรพจน์ในคืนนี้
- He always makes an excuse when he forgets his homework. (ฮี ออลเวย์ส เมคส แอน เอกซคิวส เวน ฮี ฟอร์เกทส ฮิส โฮมเวิร์ค) เขามักจะสร้างข้อแก้ตัวเสมอเมื่อเขาลืมทำการบ้านของเขา
- Can I make a suggestion regarding this issue? (แคน ไอ เมค อะ ซักเจสชัน รีการ์ดดิง ดิส อิสชิว) ฉันขอทำการเสนอคำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ได้ไหม
การใช้ Make กับความผิดพลาดและการเปลี่ยนแปลง
หมวดหมู่สุดท้ายนี้มีความสำคัญมากในการบรรยายสภาวการณ์ที่พลิกผัน หรือเมื่อเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นครับ การใช้ make ในบริบทนี้หมายถึง การเป็นต้นเหตุ หรือการทำให้เกิดผลกระทบใหม่ๆ ขึ้นมาครับ
คำนามที่มักปรากฏตัวคู่กันคือ a mistake (ความผิดพลาด), a change (การเปลี่ยนแปลง), a difference (ความแตกต่าง), a discovery (การค้นพบ), money (การหาเงิน/ทำกำไร) ครับ
โดยเฉพาะคำว่า make a mistake เป็นคำปรากฏร่วมเบสิกที่คนไทยเผลอไปใช้คำว่า do a mistake บ่อยมากที่สุดครับ การเปลี่ยนมาใช้ make จะทำให้ภาษาของคุณเป๊ะปังขึ้นทันที
- Everyone makes a mistake sometimes. (เอฟเวอรีวัน เมคส อะ มิสเทค ซัมไทมส) ทุกคนย่อมทำความผิดพลาดในบางครั้ง
- We need to make a change to our current system. (วี นีด ทู เมค อะ เชนจ์ ทู เอาเวอร์ เคอร์เรนท ซิสเทม) พวกเราจำเป็นต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับระบบปัจจุบันของเรา
- Your contribution will make a difference in their lives. (ยัวร์ คอนทริบิวชัน วิล เมค อะ ดิฟเฟอเรนซ อิน แดร์ ไลฟวส) การบริจาคของคุณจะสร้างความแตกต่างในชีวิตของพวกเขา
- The company made a lot of money last year. (เดอะ คอมพานี เมด อะ ลอท ออฟ มันนี ลาสท เยียร์) บริษัทได้หาเงินเป็นจำนวนมากเมื่อปีที่แล้ว
| หมวดหมู่ของ Collocation | คำปรากฏร่วมที่ใช้คู่กับ Make | ความหมายเชิงบริบท |
|---|---|---|
| การตัดสินใจ / การวางแผน | make a decision, make a plan, make an effort | สร้างแนวทางที่เป็นนามธรรมจากความคิด |
| การสื่อสาร / เสียง | make a noise, make a promise, make a speech | เป็นผู้ริเริ่มเปล่งเสียงหรือให้ข้อมูล |
| ผลลัพธ์ / การเปลี่ยนแปลง | make a mistake, make a difference, make money | เป็นต้นเหตุทำให้เกิดผลกระทบที่ชัดเจน |
สำนวนภาษาอังกฤษ (Idioms) ยอดฮิตที่ขึ้นต้นด้วย Make
เมื่อเราเข้าใจหลักการประสมคำทั้งแบบวลีและคำปรากฏร่วมแล้ว ระดับขั้นสูงสุดของการใช้ สำนวน วลี ที่ใช้กับ make ก็คือการเข้าสู่โลกของ Idioms (สำนวนภาษาอังกฤษ) ครับ สำนวนคือกลุ่มคำที่ความหมายโดยรวมของมัน ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับคำศัพท์แต่ละคำที่ประกอบกันขึ้นมาเลยครับ
การใช้สำนวนคือเครื่องหมายการค้าของเจ้าของภาษาครับ การที่คุณสามารถสอดแทรกสำนวนเหล่านี้ลงในบทสนทนาได้อย่างถูกจังหวะ จะทำให้ผู้ฟังรู้สึกประทับใจในระดับทักษะภาษาอังกฤษของคุณอย่างมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจลึกไปถึงวัฒนธรรมการใช้ภาษาของพวกเขาครับ
อาจารย์ได้รวบรวมสำนวนยอดฮิตที่ขึ้นต้นด้วย make ซึ่งรับประกันว่าคุณจะได้พบเจอในการดูภาพยนตร์ การอ่านข่าว หรือการสนทนากับชาวต่างชาติอย่างแน่นอนครับ
เรามาค่อยๆ แกะรอยความหมายและวิธีนำไปใช้งานของแต่ละสำนวนกันครับ
สำนวน Make ends meet และ Make a living
สองสำนวนแรกนี้มีความเกี่ยวข้องกันในบริบทของการดำรงชีวิตและการเงินครับ คำว่า Make ends meet แปลตรงตัวคือ การทำให้ปลายทั้งสองข้างมาบรรจบกัน แต่ความหมายที่แท้จริงของสำนวนนี้คือ “การหาเงินให้พอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน” หรือการชักหน้าให้ถึงหลังนั่นเองครับ
ส่วนอีกสำนวนคือ Make a living สำนวนนี้แปลว่า “การหาเลี้ยงชีพ” หรือการประกอบอาชีพเพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวครับ
สองสำนวนนี้มักจะปรากฏคู่กันในบทสนทนาที่เกี่ยวกับการทำงานและสภาพเศรษฐกิจครับ
- With inflation rising, it is hard to make ends meet. (วิท อินเฟลชัน ไรซิง อิท อีส ฮาร์ด ทู เมค เอนดส มีท) ด้วยภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะหาเงินให้พอกับค่าใช้จ่าย
- She has to work two jobs just to make ends meet. (ชี แฮส ทู เวิร์ค ทู จอบส จัสท ทู เมค เอนดส มีท) เธอต้องทำงานสองแห่งเพียงเพื่อหาเงินให้พอกับค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน
- He makes a living by writing articles online. (ฮี เมคส อะ ลิฟวิง บาย ไรททิง อาร์ติเคิลส ออนไลน์) เขาหาเลี้ยงชีพด้วยการเขียนบทความบนโลกออนไลน์
- It is not easy to make a living as an artist. (อิท อีส นอท อีซี ทู เมค อะ ลิฟวิง แอส แอน อาร์ทิสท) มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาเลี้ยงชีพในฐานะศิลปิน
สำนวน Make a point และ Make sense
มาถึงหมวดหมู่ของการสื่อสารและตรรกะกันบ้างครับ สำนวน Make a point หมายถึง “การพูดเพื่อให้ข้อคิดเห็นที่เป็นสาระสำคัญ” หรือการพยายามพิสูจน์ให้เห็นถึงประเด็นสำคัญบางอย่างครับ เรามักจะใช้เมื่อมีคนพูดบางสิ่งที่น่าสนใจหรือตรงประเด็น (You made a good point.)
ส่วนสำนวน Make sense เป็นสำนวนที่ทุกคนต้องเคยได้ยินครับ แปลว่า “สมเหตุสมผล, เข้าใจได้, หรือมีตรรกะ” เราใช้สำนวนนี้เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เราได้ยินมานั้นเป็นเรื่องที่มีเหตุผลรองรับ หรือในทางกลับกัน (It doesn’t make sense) ก็แปลว่าเรื่องนี้มันทะแม่งๆ ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลยครับ
สองสำนวนนี้เป็นกุญแจสำคัญในการเจรจาต่อรองและการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมครับ
- The manager made a good point during the meeting. (เดอะ เมเนเจอร์ เมด อะ กูด พอยท ดิวริง เดอะ มีทติง) ผู้จัดการได้เสนอประเด็นที่ดีมากในระหว่างการประชุม
- I want to make a point that safety is our priority. (ไอ วอนท ทู เมค อะ พอยท แดท เซฟที อีส เอาเวอร์ ไพรออริที) ฉันต้องการชี้ให้เห็นประเด็นว่าความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญอันดับแรกของเรา
- His explanation completely makes sense. (ฮิส เอกซแพลเนชัน คอมพลีทลี เมคส เซนซ) คำอธิบายของเขานั้นสมเหตุสมผลอย่างสมบูรณ์แบบ
- This new policy does not make any sense to me. (ดิส นิว โพลิซี ดาส นอท เมค เอนี เซนซ ทู มี) นโยบายใหม่นี้นั้นไม่มีความสมเหตุสมผลสำหรับฉันเลย
สำนวน Make someone’s day และ Make up one’s mind
หมวดหมู่สุดท้ายคือสำนวนที่เกี่ยวกับความรู้สึกและการตัดสินใจครับ สำนวน Make someone’s day เป็นสำนวนเชิงบวกที่น่ารักมากครับ แปลว่า “การทำให้ใครบางคนมีความสุขมากในวันนั้น” หรือทำให้วันนั้นเป็นวันที่ยอดเยี่ยมของเขาไปเลยครับ
ส่วนสำนวน Make up one’s mind มีความหมายเทียบเท่ากับคำว่า Decide ครับ แปลว่า “การตัดสินใจอย่างเด็ดขาด” โดยคำว่า one’s จะต้องถูกเปลี่ยนเป็นคำแสดงความเป็นเจ้าของเสมอ (เช่น my, your, his, her) เพื่อระบุว่าใครเป็นคนตัดสินใจครับ
การใช้สำนวนเหล่านี้จะเพิ่มมิติทางอารมณ์ให้กับประโยคภาษาอังกฤษของคุณได้อย่างยอดเยี่ยมครับ
- Your beautiful gift really made my day. (ยัวร์ บิวทิฟูล กิฟท เรียลลี เมด มาย เดย์) ของขวัญที่สวยงามของคุณทำให้ฉันมีความสุขมากในวันนี้
- Hearing that good news made his day. (เฮียริง แดท กูด นิวส เมด ฮิส เดย์) การได้รับฟังข่าวดีนั้นทำให้วันของเขากลายเป็นวันที่ยอดเยี่ยม
- You need to make up your mind quickly. (ยู นีด ทู เมค อัพ ยัวร์ มายด ควิคลี) คุณจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดโดยเร็ว
- She has finally made up her mind to study abroad. (ชี แฮส ไฟแนลลี เมด อัพ เฮอร์ มายด ทู สตัดดี อะบรอด) ในที่สุดเธอก็ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ
| สำนวน (Idiom) | ความหมายภาษาไทย | การนำไปใช้ในสถานการณ์ |
|---|---|---|
| Make ends meet | หาเงินให้พอกับค่าใช้จ่าย | ใช้บ่นเรื่องเศรษฐกิจ การเงิน หรือรายได้ที่ไม่พอ |
| Make sense | สมเหตุสมผล, เข้าใจได้ | ใช้แสดงความเห็นด้วยกับเหตุผลของผู้อื่น |
| Make up one’s mind | ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด | ใช้เร่งรัดให้คนอื่นเลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง |
| Make someone’s day | ทำให้ใครบางคนมีความสุขมาก | ใช้ขอบคุณหรือบรรยายเหตุการณ์ที่ทำให้ใจฟู |
โครงสร้างไวยากรณ์และการนำ สำนวน วลี ที่ใช้กับ make ไปใช้จริง
เมื่อเรามีคลังคำศัพท์อยู่ในหัวเต็มไปหมดแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือการประกอบร่างมันลงไปในประโยคให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ครับ การใช้ สำนวน วลี ที่ใช้กับ make มีข้อควรระวังทางโครงสร้างหลายประการที่คุณต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผันรูปกริยาตาม Tense ต่างๆ การแยกคำบุพบทออกจากกริยาหลัก หรือการเลือกระดับความสุภาพให้เหมาะสมกับผู้ฟัง หากเราละเลยกฎเกณฑ์เหล่านี้ ภาษาอังกฤษของเราอาจจะสื่อสารผิดเพี้ยนไปจากความตั้งใจเดิมได้ครับ
อาจารย์จะขอสรุปรวบยอดกฎเกณฑ์และเทคนิคการนำไปใช้งานจริง เพื่อให้ทุกคนมีความมั่นใจเต็มร้อยก่อนที่จะนำความรู้นี้ไปใช้ในการสื่อสารครับ
เรามาเจาะลึก 3 ประเด็นทางไวยากรณ์ที่จะช่วยอุดช่องโหว่ในการเขียนและพูดของคุณกันครับ
3D Grammar Structure ของการใช้วลี
เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพรวมและเข้าใจกลไกการทำงานของไวยากรณ์เรื่องกริยาวลีอย่างลึกซึ้ง อาจารย์ขอใช้โมเดลการเรียนรู้แบบ 3 มิติ เพื่อวิเคราะห์การใช้งานครับ การมองภาษาอังกฤษเป็นมิติจะช่วยให้สมองจัดระเบียบข้อมูลได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นครับ
โมเดลนี้จะเจาะลึกไปที่ทั้งเรื่องของโครงสร้าง การตีความหมาย และบริบททางสังคมที่กลุ่มคำเหล่านี้ถูกนำไปใช้งานจริงครับ
หากคุณจับหลักการ 3 ประการนี้ได้ คุณจะสามารถรับมือกับคำกริยาวลีภาษาอังกฤษได้ทุกคำ ไม่ใช่แค่เฉพาะกลุ่มคำที่ใช้ make เท่านั้นครับ
- 📐 มิติด้านโครงสร้าง (Form): กริยาวลี (Phrasal Verbs) สามารถแบ่งย่อยได้เป็นแบบที่แยกจากกันได้ (Separable) และแบบที่แยกไม่ได้ (Inseparable) เช่น สำนวน make up (แต่งเรื่อง) สามารถแยกกรรมมาไว้ตรงกลางได้เป็น make the story up แต่ถ้ากรรมเป็นสรรพนาม (it, them) กฎบังคับว่าต้องแทรกตรงกลางเสมอ เป็น make it up ห้ามเขียน make up it เด็ดขาดครับ
- 🔍 มิติด้านความหมาย (Meaning): ความท้าทายหลักคือความหมายของวลีเหล่านี้มักจะไม่สามารถเดาได้จากรากศัพท์เดิม (Non-literal meaning) ผู้เรียนจะต้องตีความความหมายโดยอิงจากบริบทของประโยคแวดล้อม (Context clues) ว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องการชดเชย การแต่งหน้า หรือการหลบหนี
- 🗣️ มิติด้านการนำไปใช้ (Use): ในชีวิตจริง การใช้กลุ่มคำกริยาวลีและสำนวนต่างๆ จะมีความเป็นทางการที่ลดลง (Less formal) เหมาะสำหรับการสนทนาทั่วไป (Conversational English) หรือการเขียนอีเมลที่ไม่เป็นทางการ หากต้องการเขียนรายงานวิชาการระดับสูง มักจะแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้คำกริยาเดี่ยวที่มีความหมายตรงตัวแทน เช่น เปลี่ยนจาก make up เป็น compensate (ชดเชย) ครับ
ข้อควรระวังในการผันรูปตาม Tense
กฎเหล็กที่สำคัญมากๆ เวลาที่คุณนำสำนวนหรือกริยาวลีเหล่านี้ไปใช้งานคือ การผันรูปกริยา (Verb Conjugation) จะต้องกระทำที่ตัวคำกริยาหลัก (คือคำว่า make) เท่านั้นครับ ห้ามไปผันรูปที่คำบุพบท หรือคำนามที่ตามมาด้านหลังอย่างเด็ดขาดครับ
คำกริยา make เป็นกริยาอปกติ (Irregular Verb) เมื่อต้องเล่าเรื่องในอดีต (Past Tense) หรือใช้ใน Perfect Tense คุณจะต้องเปลี่ยนรูปมันเป็น made เสมอครับ ไม่ว่าวลีนั้นจะยาวแค่ไหนก็ตาม
นี่เป็นจุดบอดที่หลายคนเผลอเติม -ed ผิดที่ผิดทาง ทำให้ประโยคผิดหลักไวยากรณ์อย่างน่าเสียดายครับ
- Present Simple: He makes up a story every time. (ฮี เมคส อัพ อะ สตอรี เอฟเวอรี ไทม) เขาแต่งเรื่องขึ้นมาทุกครั้ง
👉 (เติม s ที่ make ตามประธานเอกพจน์)
- Past Simple: She made a decision yesterday. (ชี เมด อะ ดีซิชชัน เยสเทอร์เดย์) เธอได้ทำการตัดสินใจไปแล้วเมื่อวานนี้
👉 (เปลี่ยนเป็น made สำหรับรูปอดีต)
- Present Continuous: They are making ends meet. (เดย์ อาร์ เมคคิง เอนดส มีท) พวกเขากำลังพยายามหาเงินให้พอกับค่าใช้จ่าย
👉 (ตัด e เติม ing ที่คำว่า make)
- Present Perfect: I have made up my mind. (ไอ แฮฟว เมด อัพ มาย มายด) ฉันได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเรียบร้อยแล้ว
👉 (ใช้ made ในฐานะกริยาช่อง 3)
การเลือกใช้ให้ถูกระดับความสุภาพ (Formality)
ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของกาลเทศะครับ อย่างที่อาจารย์ได้เกริ่นไว้ในส่วนมิติโครงสร้างว่า สำนวน วลี ที่ใช้กับ make ส่วนใหญ่มักจะมีกลิ่นอายของความเป็นกันเอง (Informality) แฝงอยู่ครับ มันถูกสร้างมาเพื่อให้การสนทนาในชีวิตประจำวันลื่นไหลและเป็นธรรมชาติ
ดังนั้น หากคุณกำลังเขียนวิทยานิพนธ์ รายงานส่งผู้บริหารระดับสูง หรือเอกสารทางกฎหมาย คุณควรจะใช้ความระมัดระวังในการดึงสำนวนเหล่านี้ไปใช้ครับ บางครั้งการเปลี่ยนไปใช้คำกริยาเดี่ยวๆ ที่มีความหมายตรงตัว จะดูเป็นทางการและสง่างามกว่าครับ
แต่ถ้าเป็นบริบทของการพูดคุยทั่วไป การพรีเซนต์งานแบบเป็นกันเอง การใช้กลุ่มคำเหล่านี้จะทำให้คุณดูเหมือนฝรั่งเจ้าของภาษามากยิ่งขึ้นครับ
- ไม่เป็นทางการ: The CEO made up his mind to fire him. (ผู้บริหารระดับสูงได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะไล่เขาออก)
- เป็นทางการ: The CEO decided to terminate his employment. (ผู้บริหารระดับสูงได้ตัดสินใจที่จะยุติการจ้างงานของเขา)
- ไม่เป็นทางการ: Can you make out what he is saying? (คุณพอจะทำความเข้าใจสิ่งที่เขากำลังพูดได้ไหม)
- เป็นทางการ: Can you comprehend what he is saying? (คุณสามารถทำความเข้าใจสิ่งที่เขากำลังกล่าวได้หรือไม่)
เทคนิคพิชิต สอบ TOEIC ในพาร์ท Reading ครับ! ข้อสอบมักจะหลอกด้วย Collocation ระหว่าง Make กับ Do เสมอครับ ถ้าหลังช่องว่างเป็นคำนามที่เป็น “ผลลัพธ์ใหม่” เช่น a suggestion (ข้อเสนอ), an exception (ข้อยกเว้น), a phone call (การโทรศัพท์) ให้ฟันธงตอบตระกูล Make (หรือ made) ทันทีครับ อย่าเผลอไปตอบตระกูล Do เด็ดขาด จำหลักการนี้ไว้ได้คะแนนชัวร์ครับ!
สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- 📌 Make vs Do = Make เน้นการสร้างสิ่งใหม่/ผลลัพธ์ (เช่น make a cake) ส่วน Do เน้นการทำตามหน้าที่/กิจกรรม (เช่น do homework)
- 💡 Phrasal Verbs ยอดฮิต = make up (ชดเชย, สร้างเรื่อง), make out (เข้าใจ, มองเห็น), make off (หลบหนี)
- ⚠️ Collocations บังคับจำ = make a decision (ตัดสินใจ), make a mistake (ทำผิดพลาด), make a noise (ส่งเสียงดัง) ห้ามใช้คำว่า do นำหน้าเด็ดขาด
- ✅ Idioms เพิ่มความโปร์ = make ends meet (ชักหน้าให้ถึงหลัง), make sense (สมเหตุสมผล), make up one’s mind (ตัดสินใจเด็ดขาด)
- ❌ การผัน Tense = ต้องผันรูปที่คำว่า make ให้เป็น made หรือ making เสมอ ห้ามผันที่คำนามหรือบุพบทด้านหลัง
Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
ลองนำความรู้ที่เรียนไปเมื่อสักครู่มาทำแบบทดสอบสั้นๆ เพื่อทบทวนความเข้าใจกันครับ จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด
1. I cannot ____________ what the sign says from this distance.
a) make up
b) make out
c) make off
2. Please do not ____________ a noise while the baby is sleeping.
a) do
b) create
c) make
3. After thinking for a long time, she finally made up her ____________.
a) decision
b) mind
c) brain
👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายอย่างละเอียดได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อยเลยครับ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. คำว่า Make up for ต่างจาก Make up เฉยๆ อย่างไร?
ถ้าเป็น Make up เฉยๆ มักจะแปลว่า “แต่งเรื่อง” หรือ “คืนดีกัน” ครับ แต่เมื่อเราเติม for เข้าไปเป็น Make up for มันจะถูกล็อกความหมายให้แปลว่า “การชดเชย” สำหรับสิ่งผิดพลาดหรือสิ่งที่ขาดหายไปทันทีครับ เช่น I will make up for the lost time. (ฉันจะชดเชยเวลาที่สูญเสียไป)
2. เราสามารถใช้ Make a homework ได้หรือไม่?
ไม่ได้เด็ดขาดครับ! การบ้าน (homework) เป็นกิจกรรมหรือหน้าที่ที่ครูสั่งมาให้ทำ ไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่จากศูนย์ตามหลักภาษาอังกฤษ ดังนั้นเราต้องใช้คำปรากฏร่วมกับ Do เป็น “do homework” เท่านั้นครับ การใช้ make a homework ถือเป็นการแปลตรงตัวจากภาษาไทยที่ผิดหลักไวยากรณ์ครับ
3. สำนวน Make sure แปลว่าอะไร ใช้บ่อยแค่ไหน?
สำนวน Make sure เป็นหนึ่งในสำนวนที่เจอบ่อยที่สุดในโลกการทำงานครับ แปลว่า “การตรวจสอบให้แน่ใจ” หรือ “การทำให้มั่นใจ” มักจะตามด้วยประโยค (that clause) เสมอ เช่น Please make sure that the door is locked. (กรุณาตรวจสอบให้แน่ใจว่าประตูถูกล็อกแล้ว) ครับ
4. ถ้ากรรมของประโยคเป็นคำว่า it ต้องวางไว้ตรงไหนใน Phrasal verb?
ตามกฎไวยากรณ์ของ Separable Phrasal Verbs หากกรรมเป็นสรรพนาม (Pronouns) อย่าง it, them, him, her เราถูกบังคับให้ต้อง “วางกรรมแทรกไว้ตรงกลางระหว่างกริยาและบุพบทเสมอ” ครับ เช่น I will make it up. ห้ามเขียนเป็น I will make up it อย่างเด็ดขาดครับ
5. คำว่า Make over แปลว่าแต่งหน้าเหมือน Make up หรือเปล่า?
ไม่ใช่ครับ! Make over แปลว่า “การปรับโฉมใหม่ทั้งหมด” หรือ “การพลิกโฉม” มักจะรวมถึงการเปลี่ยนทรงผม การแต่งตัว และบุคลิกภาพโดยรวมครับ (มักเจอในรายการทีวีที่จับคนมาเปลี่ยนลุค) ส่วน Make up จะเจาะจงเฉพาะการแต่งเติมสีสันบนใบหน้าเท่านั้นครับ
คำอธิบาย: บริบทของประโยคคือ “ไม่สามารถมองเห็นป้ายได้จากระยะไกล” กริยาวลีที่เกี่ยวกับการมองเห็นหรือพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่คลุมเครือ คือคำว่า make out ครับ (ส่วน make up แปลว่าแต่งเรื่อง และ make off แปลว่าหลบหนี)
ข้อ 2: ตอบ c) make
คำอธิบาย: ข้อนี้ทดสอบเรื่อง Collocations พื้นฐานครับ คำนาม a noise (เสียงดัง) จะต้องถูกจับคู่กับคำกริยา make เสมอ กลายเป็น make a noise ครับ เป็นกฎตายตัวที่ห้ามใช้ do หรือ create แทนครับ
ข้อ 3: ตอบ b) mind
คำอธิบาย: ข้อนี้ทดสอบเรื่อง Idioms สำนวนที่แปลว่า “ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด” คือ make up one’s mind ครับ ซึ่งในประโยคนี้ใช้เป็น her mind ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องตามโครงสร้างสำนวนคือ mind ครับ (แม้ว่า decision จะแปลว่าการตัดสินใจ แต่ไม่สามารถนำมาใส่ในโครงสร้างสำนวนนี้ได้)

