การใช้ by สรุปครบทุกสถานการณ์ พร้อมตัวอย่างประโยคและเทคนิคจำ

เคยสงสัยไหมครับว่าคำว่า by ที่เราเห็นกันบ่อยๆ ในประโยคภาษาอังกฤษ จริงๆ แล้วมันมีกี่ความหมายและต้องวางไว้ตรงไหนถึงจะถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกเนื้อหาและเทคนิคการใช้คำว่า by อย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนนำไปปรับใช้ในการสื่อสารและการสอบได้อย่างแม่นยำครับ

🎯 สรุปหัวใจสำคัญ: การใช้ by

  • บอกตำแหน่ง: ใช้ในความหมายว่า “ข้างๆ” หรือ “ใกล้กับ” (Next to / Beside)
  • บอกเวลา: ใช้ระบุ “เส้นตาย” หรือ “ไม่เกินเวลาที่กำหนด” (Not later than)
  • บอกวิธีการ: ใช้ระบุวิธีการเดินทาง หรือวิธีการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จ
  • โครงสร้าง Passive Voice: ใช้ระบุ “ผู้กระทำ” ในประโยคที่ประธานถูกกระทำ

การใช้ by เพื่อบอกตำแหน่งและสถานที่ (Preposition of Place)

ในการสอนภาษาอังกฤษของอาจารย์ที่ผ่านมา หนึ่งในจุดที่นักเรียนมักจะสับสนคือการเลือกใช้ Preposition ให้ตรงกับภาพที่ต้องการสื่อสารครับ คำว่า by เมื่อนำมาใช้บอกตำแหน่ง จะมีความหมายที่ใกล้เคียงกับคำว่า next to หรือ beside ซึ่งหมายถึง “ข้างๆ” หรือ “อยู่ติดกับ” นั่นเองครับ การใช้ by ในลักษณะนี้ช่วยให้ผู้ฟังเห็นภาพระยะห่างที่ใกล้ชิดมากของวัตถุสองสิ่ง

จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนในคอร์ส ปูพื้นฐานภาษาอังกฤษ หลายคนมักจะถามว่าแล้วมันต่างจาก near อย่างไร คำตอบคือ by จะให้ความรู้สึกที่ “ชิด” กว่า near ครับ near อาจจะแค่ละแวกนั้น แต่ by คือแทบจะขนานกันไปเลยครับ การเข้าใจความต่างเพียงเล็กน้อยนี้จะช่วยให้ภาษาของคุณดูเป็นธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษามากขึ้น

การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เรามักพบการใช้ by บอกตำแหน่งในสถานการณ์ที่ต้องการระบุจุดนัดพบ หรืออธิบายสถานที่ตั้งของอาคารบ้านเรือนครับ เช่น การบอกว่าบ้านอยู่ริมน้ำ หรือนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง ซึ่งเป็นภาพที่ชัดเจนและเรียบง่ายที่สุดในการเริ่มเรียนรู้เรื่อง ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ครับ

การใช้ by ในความหมายว่า “ข้างๆ” หรือ “ริม”

ความหมายที่พบบ่อยที่สุดคือการบอกว่าสิ่งหนึ่งอยู่ข้างๆ อีกสิ่งหนึ่งครับ ในบริบทนี้เราสามารถใช้แทนคำว่า beside ได้เลย ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดคือการนั่งทำงานหรือการเลือกที่นั่งในร้านอาหารครับ อาจารย์มักจะบอกลูกศิษย์เสมอว่า ให้จดจำภาพว่า by คือการอยู่ขนานกันไปครับ

ลองมาดูตัวอย่างประโยคกันครับ:

  • She is standing by the window. (ชี อิส สแตนดิง บาย เดอะ วินโดว์) = เธอกำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่าง.
  • The hotel is located by the river. (เดอะ โฮเทล อิส โลเคททิด บาย เดอะ ริเวอะ) = โรงแรมตั้งอยู่ริมแม่น้ำ.
  • Come and sit by me. (คัม แอนด์ ซิท บาย มี) = มานั่งข้างๆ ฉันสิ.

นอกจากนี้ ในการทำงานระดับองค์กร อาจารย์มักพบการใช้คำนี้ในอีเมลเพื่อนัดหมายสถานที่ครับ เช่น “Please wait by the entrance.” ซึ่งหมายถึงให้รออยู่ตรงแถวๆ ประตูทางเข้านั่นเองครับ เป็นการระบุตำแหน่งที่ชัดเจนและไม่คลุมเครือครับ

ความแตกต่างระหว่าง by, near และ next to

นี่คือคำถามที่มักจะพบในห้องเรียนบ่อยมากครับ ว่าเราควรเลือกใช้คำไหนดีในเมื่อมันแปลว่าใกล้เหมือนกัน ในมุมมองของอาจารย์ เราต้องมองที่ “ระยะห่าง” ครับ near คือใกล้ในระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่ติดกัน next to คือถัดไปแบบเรียงลำดับ ส่วน by คืออยู่ข้างๆ ในเชิงตำแหน่งพื้นที่ครับ

คำบุพบท ลักษณะของตำแหน่ง
by อยู่ข้างๆ หรือริม (เน้นความใกล้ชิดเชิงพื้นที่)
near ใกล้ (อาจจะอยู่ห่างออกไปนิดหน่อยแต่ยังอยู่ในบริเวณนั้น)
next to ถัดจาก (มักใช้กับการเรียงลำดับสิ่งของหรือที่นั่ง)
✨ มุมมองจากอาจารย์ต้นอมร:

เวลาทุกคนอยากจะ แต่งประโยคภาษาอังกฤษ เพื่อบอกตำแหน่ง ลองใช้ by แทน near ดูในบางบริบทนะครับ มันจะทำให้ประโยคของคุณดูมีความเป็นภาษาวรรณกรรมมากขึ้น และสื่อถึงความใกล้ชิดของสิ่งที่พูดถึงได้ดีกว่าครับ

การใช้ by เพื่อบอก “เวลา” (Preposition of Time)

การใช้ by ในเรื่องเวลาเป็นหัวใจสำคัญมาก โดยเฉพาะในการทำงานครับ คำนี้ไม่ได้แปลว่า “ตอน” เหมือน at หรือ in แต่มันมีความหมายแฝงของคำว่า “Deadline” หรือ “เส้นตาย” อยู่เสมอครับ เมื่อเราพูดว่า by + เวลา จะหมายถึง “ไม่เกินเวลานั้น” หรือ “ก่อนถึงเวลานั้น” ครับ

จากประสบการณ์การเป็นวิทยากรฝึกอบรมในบริษัทต่างๆ อาจารย์พบว่าคนทำงานมักสับสนระหว่าง by กับ until ครับ ซึ่งความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง หากคุณใช้ผิดในที่ทำงาน อาจส่งผลต่อความเข้าใจเรื่องกำหนดการส่งงานได้เลยครับ ดังนั้นการทำความเข้าใจ สรุปแกรมม่าภาษาอังกฤษ ในส่วนนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งครับ

กฎเหล็กที่อาจารย์อยากให้จำคือ by ใช้กับ “จุดจบของกิจกรรม” (The end of an action) ส่วน until ใช้กับ “ความต่อเนื่องของกิจกรรม” (The duration of an action) ครับ หากทุกคนแยกแยะสองส่วนนี้ได้ การใช้ by ในเรื่องเวลาก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปครับ

การใช้ by เพื่อระบุเส้นตาย (Deadline)

เมื่อเจ้านายบอกคุณว่า “I need the report by Friday.” นั่นไม่ได้หมายความว่าให้คุณเริ่มทำวันศุกร์นะครับ แต่มันหมายความว่า วันศุกร์คือวันสุดท้ายที่คุณจะส่งงานได้ คุณจะส่งวันพุธหรือวันพฤหัสบดีก็ได้ แต่ห้ามเกินวันศุกร์ครับ

ตัวอย่างประโยคเพื่อสร้างความคุ้นเคยครับ:

  • Please hand in your homework by 4 PM. (พลีส แฮนด์ อิน ยัวร์ โฮมเวิร์ค บาย โฟร์ พีเอ็ม) = กรุณาส่งการบ้านไม่เกิน 4 โมงเย็น.
  • The guests should arrive by dinner time. (เดอะ เกสท์ส ชูด อะไรฟ์ บาย ดินเนอะ ไทม์) = แขกควรจะมาถึงไม่เกินเวลาอาหารเย็น.
  • I will finish this task by tomorrow. (ไอ วิล ฟินิช ดิส ทาสก์ บาย ทูมอโร) = ฉันจะทำงานนี้ให้เสร็จไม่เกินวันพรุ่งนี้.

ข้อควรระวัง: ความแตกต่างระหว่าง by และ until

จุดนี้คือ “กับดัก” ยอดฮิตใน แนวข้อสอบ TOEIC เลยครับ อาจารย์ขอย้ำอีกครั้งว่า by คือ “ส่งเมื่อไหร่ก็ได้แต่ไม่เกินจุดนั้น” ส่วน until คือ “ทำสิ่งนั้นลากยาวไปจนถึงจุดนั้น” ครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน อาจารย์ได้ทำตารางเปรียบเทียบไว้ให้ด้านล่างนี้ครับ

คำศัพท์ ความหมาย ตัวอย่างการใช้
by ไม่เกิน / ภายในเวลา I will be home by 6 PM. (ถึงบ้านไม่เกิน 6 โมง)
until จนกระทั่ง I will stay at home until 6 PM. (จะอยู่ที่บ้านจนถึง 6 โมงค่อยไปที่อื่น)

การใช้ by เพื่อบอก “วิธีการ” (Method and Means)

มิติที่สามของการใช้ by คือการบอก “วิธีการ” ครับ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การสื่อสาร หรือกระบวนการทำบางสิ่งให้สำเร็จ เรามักจะพึ่งพาคำว่า by อยู่เสมอครับ ในส่วนนี้จะมีรายละเอียดเล็กน้อยเรื่องโครงสร้างประโยคที่ต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงยานพาหนะครับ

คำถามที่มักจะพบในห้องเรียนคือ “ทำไมบางครั้งใช้ by bus แต่บางครั้งใช้ on the bus?” อาจารย์จะไขข้อข้องใจให้ในหัวข้อถัดไปครับ แต่จำไว้เบื้องต้นว่า by มักจะตามด้วยคำนามที่เป็น “ประเภท” ของการเดินทางโดยไม่มี Article (a, an, the) มาคั่นครับ

นอกจากเรื่องการเดินทางแล้ว การใช้ by ยังครอบคลุมถึงวิธีการกระทำต่างๆ โดยใช้โครงสร้าง by + Gerund (V-ing) ซึ่งเป็นวิธีที่ทรงพลังมากในการอธิบายว่าเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จได้อย่างไรครับ เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมากใน รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่เกี่ยวกับการทำงานและกระบวนการผลิตครับ

การใช้ by กับยานพาหนะและการเดินทาง

เวลาเราต้องการบอกว่าเราเดินทางด้วยอะไร เราจะใช้ by ตามด้วยชื่อยานพาหนะนั้นๆ ได้เลยครับ แต่มีข้อแม้ที่สำคัญมากคือ ห้ามใส่ a, an, the หรือแสดงความเป็นเจ้าของหน้าคำนามนั้นเด็ดขาดครับ หากคุณใส่ Article เข้าไป คุณจะต้องเปลี่ยน Preposition ทันทีครับ

ตัวอย่างประโยคการเดินทาง:

  • We traveled to Japan by plane. (วี แทรเวลด์ ทู จะแพน บาย เพลน) = พวกเราเดินทางไปญี่ปุ่นโดยเครื่องบิน.
  • He goes to work by car every day. (ฮี โกส์ ทู เวิร์ค บาย คาร์ เอเวอรี เดย์) = เขาไปทำงานโดยรถยนต์ทุกวัน.
  • Can we get there by train? (แคน วี เก็ท แดร์ บาย เทรน) = พวกเราไปที่นั่นโดยรถไฟได้ไหม.

การใช้ by + Gerund (V-ing) เพื่อบอกวิธีการ

นี่คือโครงสร้างที่อาจารย์ชอบสอนมาก เพราะมันช่วยให้ประโยคของเราดูมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นครับ เมื่อเราใช้ by ตามด้วยกริยาที่เติม -ing มันจะแปลว่า “ด้วยการ…” หรือ “โดยการ…” ครับ มักใช้ตอบคำถามที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า How ครับ

  • You can improve your English by practicing every day. (ยู แคน อิมพรูฟ ยัวร์ อิงลิช บาย แพรคทิซซิง เอเวอรี เดย์) = คุณสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณได้โดยการฝึกฝนทุกวัน.
  • They solved the problem by talking to each other. (เดย์ โซลฟ์ เดอะ พร็อบเบลม บาย ทอล์คกิง ทู อีช อาเธอะ) = พวกเขาแก้ปัญหาโดยการพูดคุยกัน.
  • She lost weight by exercising and eating healthy. (ชี ลอสต์ เวท บาย เอ็กเซอร์ไซซิง แอนด์ อีททิง เฮลธี) = เธอน้ำหนักลดโดยการออกกำลังกายและกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ.
✨ มุมมองจากอาจารย์ต้นอมร:

จำไว้ว่าหากมีคำนำหน้านาม เช่น “the” หรือ “my” เราจะไม่ใช้ by กับยานพาหนะนะครับ เช่น เราพูดว่า “by car” แต่ถ้ามี “his” เราต้องใช้ “in his car” หรือถ้าเป็นรถเมล์เราใช้ “on the bus” ครับ ตรงนี้เป็นจุดที่ออกสอบบ่อยมาก ระวังกันด้วยนะครับ

การใช้ by ในโครงสร้าง Passive Voice

ในหัวข้อ ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เรื่อง Passive Voice คำว่า by จะทำหน้าที่เป็นตัวระบุ “ผู้กระทำ” (Agent) ครับ เมื่อเราสลับเอาสิ่งที่ถูกกระทำมาเป็นประธาน เราจำเป็นต้องใช้ by นำหน้าคนหรือสิ่งที่ทำกริยานั้น เพื่อให้ประโยคสมบูรณ์ครับ

โครงสร้างนี้อาจารย์มักจะเปรียบเทียบกับภาษาไทยเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นครับ ภาษาไทยเราใช้คำว่า “โดย” หรือ “ถูก…โดย…” ซึ่งตรงกับโครงสร้างในภาษาอังกฤษเป๊ะเลยครับ การเข้าใจ Passive Voice จะช่วยให้ทุกคนอ่านข่าวหรือบทความวิชาการได้เข้าใจมากขึ้น เพราะเป็นโครงสร้างที่เน้นความเป็นกลางและความเป็นทางการครับ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกประโยค Passive Voice ที่ต้องมี by นะครับ เราจะใช้ by ก็ต่อเมื่อผู้กระทำมีความสำคัญต่อเนื้อหา หรือเราต้องการระบุให้ชัดเจนว่าใครเป็นคนทำสิ่งนั้นครับ หากใครกำลังเตรียมตัว สอบ TOEIC เรื่องนี้เป็น Part ที่ทำคะแนนได้ง่ายมากถ้าเรามองโครงสร้างออกครับ

  • 📐 มิติด้านโครงสร้าง (Form): ประโยค Passive Voice จะมีโครงสร้างหลักคือ Subject + be + V.3 และหากต้องการบอกผู้กระทำจะตามด้วย by + Agent ครับ เช่น “The book was written by Ajarn Tonamorn.”
  • 🔍 มิติด้านความหมาย (Meaning): เน้นไปที่สิ่งที่เกิดขึ้นมากกว่าคนที่ทำ โดย by ทำหน้าที่เชื่อมโยงกลับไปหาต้นเหตุหรือผู้สร้างการกระทำนั้นๆ ให้ความรู้สึกเป็นทางการและชัดเจน
  • 🗣️ มิติด้านการนำไปใช้ (Use): ใช้ในงานเขียนเชิงวิชาการ รายงานข่าว หรือเมื่อต้องการเน้นผลลัพธ์ เช่น การบอกว่าใครเป็นคนแต่งเพลง ใครเป็นคนออกแบบตึก หรือใครเป็นคนค้นพบบางอย่าง

ตัวอย่างประโยค Passive Voice กับ by

ลองสังเกตประโยคเหล่านี้ดูครับ จะเห็นว่า by ช่วยบอกที่มาที่ไปของการกระทำได้ชัดเจนมาก:

  • The light bulb was invented by Thomas Edison. (เดอะ ไลท์ บัลบ์ วอส อินเวนเทด บาย ทอมัส เอดิสัน) = หลอดไฟถูกประดิษฐ์ขึ้นโดย ทอมัส เอดิสัน.
  • The cake was made by my mother. (เดอะ เค้ก วอส เมด บาย มาย มาเธอะ) = เค้กถูกทำโดยแม่ของฉัน.
  • Our house is painted by a professional team. (เอาเออะ เฮาส์ อิส เพนเทด บาย อะ พรอเฟสชันแนล ทีม) = บ้านของเราถูกทาสีโดยทีมงานมืออาชีพ.

เทคนิค TOEIC: การสังเกต by ในประโยคถูกกระทำ

ในข้อสอบ TOEIC หากคุณเห็นช่องว่างหลัง V.3 และหลังช่องว่างนั้นเป็น “บุคคล” หรือ “องค์กร” ให้เดาไว้ก่อนเลยครับว่าคำที่หายไปอาจจะเป็น by นอกจากนี้ by ยังมักมาคู่กับคำกริยาที่แสดงการผลิตหรือการสร้างสรรค์ เช่น written by, designed by, produced by หรือ organized by ครับ

ข้อควรระวังคือ อย่าสับสนกับคำบุพบทอื่นที่ตามหลัง V.3 ได้เหมือนกัน เช่น interested in หรือ satisfied with ครับ คำพวกนี้เป็น Adjective เฉพาะตัวที่ไม่ต้องใช้ by ครับ

การใช้ by ในสำนวนและกลุ่มคำพิเศษ

นอกเหนือจากกฎเกณฑ์หลักๆ แล้ว by ยังถูกนำไปใช้ในสำนวน (Idioms) และวลีเฉพาะที่ทุกคนควรทราบเพื่อการสื่อสารที่ดูเป็นธรรมชาติครับ หนึ่งในนั้นคือการใช้กับ Reflexive Pronouns เช่น myself, yourself เพื่อบอกว่าทำบางสิ่ง “ด้วยตัวคนเดียว” ครับ

อาจารย์พบว่าสำนวนเหล่านี้ถูกใช้บ่อยมากในภาพยนตร์และบทสนทนาในที่ทำงานครับ การจำไปใช้ทั้งก้อนจะง่ายกว่าการมานั่งวิเคราะห์ไวยากรณ์ทีละคำครับ และนี่คือเสน่ห์ของภาษาอังกฤษที่ทำให้ การเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐาน มีความสนุกและหลากหลายครับ

นอกจากเรื่อง “โดยลำพัง” แล้ว by ยังใช้ในบริบทของการวัด การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของตัวเลข และการบอกวิธีการจ่ายเงิน ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวเราทุกคนมากครับ

การใช้ by กับตัวเอง (By myself / By himself)

เมื่อเราใช้ by + Reflexive Pronoun จะมีความหมายว่า alone หรือ on my own ครับ หมายถึงการทำสิ่งนั้นคนเดียวโดยไม่มีใครช่วย

  • I like to travel by myself. (ไอ ไลค์ ทู แทรเวล บาย มายเซลฟ์) = ฉันชอบเดินทางคนเดียว.
  • He finished the project by himself. (ฮี ฟินิชท์ เดอะ โปรเจกต์ บาย ฮิมเซลฟ์) = เขาทำโปรเจกต์เสร็จด้วยตัวเขาเอง (โดยไม่มีใครช่วย).
  • Do you live by yourself? (ดู ยู ลีฟ บาย ยัวร์เซลฟ์) = คุณอาศัยอยู่คนเดียวหรือเปล่า.

สำนวนที่ใช้ by ที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน

สำนวน / กลุ่มคำ ความหมาย ตัวอย่าง
by the way อย่างไรก็ตาม / เออ…แล้วก็ (ใช้เปลี่ยนเรื่อง) By the way, where is Mark?
by chance โดยบังเอิญ We met at the mall by chance.
by mistake โดยผิดพลาด / ไม่ได้ตั้งใจ I took your umbrella by mistake.
by heart ท่องจำจนขึ้นใจ I know this song by heart.

สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways

  • 📍 การใช้ by บอกสถานที่ = สื่อถึงความใกล้ชิด แปลว่า “ข้างๆ” หรือ “ริม”
  • การใช้ by บอกเวลา = เน้นเส้นตาย (Deadline) แปลว่า “ไม่เกินเวลานั้น”
  • 🚗 การใช้ by บอกวิธีการ = ใช้กับการเดินทาง (ห้ามมี Article) และการกระทำ (by + V-ing)
  • 👤 การใช้ by ใน Passive Voice = ระบุผู้กระทำในประโยคถูกกระทำ
  • 🙋‍♂️ การใช้ by + Reflexive Pronoun = หมายถึงทำสิ่งนั้น “คนเดียว” หรือ “โดยลำพัง”

Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ

ลองเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพื่อเช็กความเข้าใจกันครับ:

1. I will send you the document _______ Monday afternoon.
A) until     B) by     C) in

2. She usually goes to school _______ bus.
A) by     B) on     C) with

3. This beautiful painting was created _______ a local artist.
A) with     B) for     C) by

👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อยครับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ใช้ by กับ car หรือ in a car ต่างกันอย่างไร?

ต่างกันที่โครงสร้างและจุดเน้นครับ “by car” เน้น “วิธีการเดินทาง” (จะคันไหนก็ได้) ส่วน “in a car” หรือ “in the car” จะเน้น “ตำแหน่งที่อยู่” ว่าอยู่ข้างในรถคันนั้นๆ ครับ

ทำไมถึงใช้ by Friday แทนที่จะใช้ in Friday?

เพราะ in ไม่ใช้กับวันครับ (วันใช้ on) แต่ที่เราใช้ by Friday เพราะเราต้องการสื่อถึง “กำหนดส่ง” หรือ “เส้นตาย” ว่าต้องทำก่อนหรือภายในวันศุกร์ครับ

by myself กับ on my own ต่างกันไหม?

ความหมายเหมือนกันเป๊ะครับ แปลว่าด้วยตัวเองหรือโดยลำพัง สามารถใช้แทนกันได้ในเกือบทุกบริบทครับ

ในประโยคบอกวิธีการ จ่ายเงินใช้ by อะไรได้บ้าง?

เราสามารถพูดว่า pay by credit card หรือ pay by cheque ได้ครับ แต่ถ้าเป็นเงินสด เราจะใช้สำนวนเฉพาะว่า pay in cash (ไม่ใช้ by cash) ครับ

by + V.ing จำเป็นต้องตามหลังกริยาหลักเสมอไปไหม?

ใช่ครับ โดยปกติจะใช้เพื่อขยายกริยาหลักว่าทำกริยานั้น “อย่างไร” เช่น Success is achieved by working hard. (ความสำเร็จบรรลุได้ด้วยการทำงานหนัก)

✅ เฉลยและบทวิเคราะห์จากอาจารย์ต้นอมร:

1. ตอบ B) by – เพราะในบริบทนี้ต้องการบอกกำหนดการส่งเอกสาร (Deadline) ว่าไม่เกินบ่ายวันจันทร์ครับ

2. ตอบ A) by – เพราะเป็นการบอกวิธีการเดินทางโดยไม่มี Article (a, an, the) คั่นหน้าคำว่า bus ครับ

3. ตอบ C) by – เพราะเป็นประโยค Passive Voice (was created) ที่ต้องการระบุตัวผู้กระทำ (Agent) คือศิลปินท้องถิ่นครับ

🌐 บทความ:ดูบทเรียนทั้งหมดที่ เรียนภาษาอังกฤษฟรี โดย อ.ต้นอมร
📺 วิดีโอ:ฟรี! รวมคอร์สวิดีโอ เรียนภาษาอังกฤษ กับ อาจารย์ต้นอมร
อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว