คำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล และเทคนิคตอบให้ได้งาน (อัปเดต 2026)

“การสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงการท่องจำประโยคไปตอบ แต่คือการสื่อสารตัวตนและศักยภาพผ่านโครงสร้างภาษาที่ถูกต้อง ความหมายที่ชัดเจน และการใช้ระดับภาษาที่เหมาะสม” บทความอัปเดตปี 2026 นี้ ผม อาจารย์ต้นอมร จะมาเจาะลึกแนวคำถามยอดฮิตและเทคนิคเอาชนะจุดอ่อนของคนไทย เพื่อให้คุณคว้างานในฝันได้อย่างมั่นใจครับ
- 1. The Linguistic Trinity: 3 มิติของภาษาอังกฤษเพื่อการสัมภาษณ์งาน
- 2. Thai Context Mastery: 5 จุดตายที่คนไทยมักพลาดตอนสัมภาษณ์
- 3. ประเภทที่ 1: แนวคำถามสัมภาษณ์งานทั่วไป (Traditional Interview)
- 4. ประเภทที่ 2: แนวคำถามสำรวจพฤติกรรม (Behavioral Interview)
- 5. ประเภทที่ 3: แนวคำถามทดสอบการแก้ปัญหา (Case Interview)
- 6. TOEIC Synergy: เปลี่ยนคะแนน TOEIC เป็นทักษะการสัมภาษณ์งาน
- 7. สรุปใจความสำคัญ (Key Takeaways)
- 8. FAQ: English Interview Questions (คำถามที่พบบ่อย)
- 8.1 ถ้าฟังคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษไม่ออก ควรทำอย่างไร
- 8.2 การแนะนำตัว (Tell me about yourself) ควรใช้เวลาเท่าไร และเน้นเรื่องอะไร
- 8.3 เล่าประสบการณ์ทำงานในอดีต ควรใช้ Tense ไวยากรณ์แบบไหน
- 8.4 สำเนียง (Accent) แบบไทยๆ จะมีผลต่อคะแนนสัมภาษณ์งานไหม
- 8.5 อยากพัฒนาภาษาอังกฤษให้เก่งทั้งเพื่อสัมภาษณ์และใช้งานจริง ต้องเริ่มอย่างไร
- เพิ่มเติม
- การสอบถามเกี่ยวกับงานภาษาอังกฤษ
- สิ่งที่คุณอาจได้ยินเมื่อสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ
- คำศัพท์น่าสนใจ ในการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ
1. The Linguistic Trinity: 3 มิติของภาษาอังกฤษเพื่อการสัมภาษณ์งาน
“การสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์แบบ ต้องประกอบด้วยความถูกต้องของโครงสร้างไวยากรณ์ (Form) ความเข้าใจความหมายที่ลึกซึ้ง (Meaning) และการเลือกใช้ระดับภาษาที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพทางธุรกิจ (Use)”
ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกแนวคำถามสัมภาษณ์งานแต่ละประเภท อาจารย์อยากให้ทุกคนปรับ Mindset ในการเรียนรู้และเตรียมตัวสัมภาษณ์งานเสียก่อนครับ หลายคนใช้วิธี “ท่องจำประโยค” ไปตอบ ซึ่งเมื่อเจอผู้สัมภาษณ์ถามพลิกแพลงนิดเดียวก็มักจะเกิดอาการประหม่า (Language Anxiety) และไปต่อไม่ถูก ดังนั้น พื้นฐานสำคัญที่สุดที่ผมอยากให้ทุกคนยึดถือคือหลัก “The Linguistic Trinity” หรือมิติทั้ง 3 ของไวยากรณ์และการสื่อสารครับ
- มิติที่ 1 Form (โครงสร้าง): คุณต้องแม่นยำในหลักไวยากรณ์พื้นฐาน หากผู้สัมภาษณ์ถามถึงผลงานในอดีต คุณต้องใช้ Past Simple Tense แต่หากถามถึงประสบการณ์ที่สั่งสมมาจนถึงปัจจุบัน คุณต้องใช้ Present Perfect Tense ความแม่นยำในโครงสร้างจะแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและพื้นฐานการศึกษาของคุณ หากใครยังไม่แม่นยำ สามารถไปทบทวนได้ที่ สรุปแกรมม่า 2026 ที่อาจารย์รวบรวมไว้ให้ครับ
- มิติที่ 2 Meaning (ความหมาย): คุณต้องรู้ว่าคำศัพท์หรือประโยคที่เลือกใช้นั้น สื่อความหมายได้ตรงกับสิ่งที่นายจ้างอยากได้ยินหรือไม่ การเข้าใจบริบทของคำศัพท์ (Contextual Meaning) จะช่วยให้คุณตอบคำถามได้ตรงประเด็น ไม่เยิ่นเย้อ
- มิติที่ 3 Use (การนำไปใช้): นี่คือมิติที่คนไทยพลาดมากที่สุดครับ! การนำไปใช้หมายถึงการเลือกระดับภาษา (Register) ให้เหมาะสมกับบริบททางธุรกิจ (Business Context) เราต้องรู้ว่าควรพูดอย่างไรให้ดูสุภาพ มั่นใจ และเป็นมืออาชีพ
2. Thai Context Mastery: 5 จุดตายที่คนไทยมักพลาดตอนสัมภาษณ์
“อุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนไทยพลาดโอกาสในการสัมภาษณ์งาน คือการแปลตรงตัวจากภาษาแม่ การทิ้งเสียงท้ายคำที่บ่งบอกกาลเวลา และการใช้ระดับภาษาที่ผิดบริบท”
จากการที่ผมเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและวิทยากรอบรมภาษาอังกฤษให้กับหลายองค์กร (Corporate Trainer) ผมได้วิเคราะห์ปัญหาการใช้ภาษาอังกฤษของผู้เรียนชาวไทย และพบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เรา “ตกม้าตาย” ในห้องสัมภาษณ์งาน มีอยู่ 5 จุดหลักๆ ดังนี้ครับ:
- การแปลตรงตัวจากภาษาไทย (L1 Interference): คนไทยมักคิดเป็นภาษาไทยแล้วแปลเป็นอังกฤษแบบคำต่อคำ (Word-for-word translation) ตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดคือคำว่า “เคย” หลายคนอยากบอกว่าเคยทำงานนี้มาแล้ว จึงพูดว่า “I ever work…” ซึ่งผิดหลักไวยากรณ์อย่างรุนแรง สิ่งที่ถูกต้องคือต้องใช้ Present Perfect Tense เช่น “I have worked…” ครับ
- การทิ้งเสียงท้ายคำ (Final Sounds): นี่คือจุดชี้เป็นชี้ตายเลยครับ! คนไทยมักไม่ออกเสียงท้ายคำ เช่น “s”, “ed”, “t”, หรือ “d” ลองจินตนาการว่าคุณกำลังเล่าประสบการณ์การทำงานในอดีต แต่คุณทิ้งเสียง “ed” ฝรั่งจะฟังและเข้าใจผิดทันทีว่าคุณกำลังพูดถึงเรื่องในปัจจุบัน ทำให้ความหมายและเวลาผิดเพี้ยนไปหมด
- การใช้ระดับภาษาผิดบริบท (Register Mismatch): ในการสัมภาษณ์งาน เราต้องการความเป็นทางการและสุภาพ แคนดิเดตหลายคนมักใช้คำว่า “I want…” ซึ่งในมุมมองของเจ้าของภาษาจะฟังดูห้วนและแข็งกระด้างเกินไปสำหรับการเจรจาธุรกิจ เราควรเปลี่ยนไปใช้กลุ่มคำที่สุภาพขึ้น เช่น “I would like…” หรือ “I am interested in…” แทนครับ
- อาการ Smile and Nod (ยิ้มและพยักหน้า): ด้วยความขี้เกรงใจแบบไทยๆ เมื่อผู้สมัครฟังคำถามสัมภาษณ์ที่เป็นภาษาอังกฤษไม่ออก มักจะเลือกใช้วิธี “ยิ้มและพยักหน้า” รับไปก่อน แล้วตอบไปคนละเรื่อง
💡 คำแนะนำจาก อ.ต้นอมร: หากคุณฟังไม่ทันหรือฟังไม่ออก ห้ามยิ้มพยักหน้าเด็ดขาดครับ! ผู้สัมภาษณ์ไม่ได้คาดหวังให้คุณหูทิพย์ 100% แต่เขาอยากเห็นวิธีการแก้ปัญหาของคุณ ให้ใช้ประโยคขอร้องอย่างสุภาพเพื่อแสดงความเป็นมืออาชีพ เช่น “Could you please rephrase the question?” หรือ “Would you mind repeating that?” ครับ - การใช้ Filler Words แบบไทยๆ: เมื่อต้องใช้เวลาคิด คนไทยมักจะหลุดเสียง “เอ่อ… อา… คือแบบว่า…” ซึ่งทำให้ความเป็นมืออาชีพลดลง อาจารย์แนะนำให้ฝึกใช้ Filler Words แบบฝรั่ง เช่น “Well…”, “That’s a great question…”, หรือ “Let me think for a second…” เพื่อซื้อเวลาคิดอย่างแนบเนียนครับ คุณสามารถสะสมกลุ่มคำเหล่านี้ได้จาก คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ต้องรู้ ของเว็บไซต์เราครับ
3. ประเภทที่ 1: แนวคำถามสัมภาษณ์งานทั่วไป (Traditional Interview)
“คำถามสัมภาษณ์งานทั่วไปมีจุดประสงค์หลักเพื่อประเมินบุคลิกภาพ ทัศนคติเบื้องต้น และความสอดคล้องระหว่างเป้าหมายของผู้สมัครกับวัฒนธรรมขององค์กร”
ผู้สัมภาษณ์มักจะใช้คำถามกลุ่มนี้ในตอนต้น เพื่อเปิดบทสนทนา (Ice-breaking) และสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย (Low Affective Filter) ให้กับผู้สมัคร ต่อไปนี้คือตัวอย่างคำถามภาษาอังกฤษพร้อมคำแปลภาษาไทย และแนวทางในการตอบครับ
- Tell me about yourself. (บอกฉันเกี่ยวกับตัวคุณหน่อย) คำถามยอดฮิตตลอดกาล ข้อผิดพลาดคือหลายคนเริ่มเล่าประวัติครอบครัวหรือสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับงาน! วิธีตอบที่ถูกต้องคือการใช้โครงสร้าง “Present-Past-Future” เริ่มจากบอกว่าตอนนี้คุณทำอะไรอยู่ (Present) เล่าผลงานเด่นที่ผ่านมา (Past) และปิดท้ายด้วยเป้าหมายที่คุณจะนำมามอบให้บริษัทนี้ (Future) ครับ
- What work experience has been most valuable to you and why? (ประสบการณ์การทำงานที่มีคุณค่ามากที่สุดของคุณคืออะไร และเพราะอะไร) จงเลือกประสบการณ์ที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่คุณกำลังสมัครที่สุด และอย่าลืมอธิบาย “เหตุผล (Why)” ว่าสิ่งนั้นสอนอะไรคุณ หรือช่วยสร้าง Entrepreneurial Mindset (แนวคิดแบบผู้ประกอบการ) ให้คุณได้อย่างไร
- Why have you chosen this particular profession? (ทำไมคุณถึงเลือกทำอาชีพนี้) ผู้สัมภาษณ์กำลังมองหา Passion และความมุ่งมั่นของคุณ หลีกเลี่ยงการตอบว่า “เพราะรายได้ดี” หรือ “เพราะหางานอื่นไม่ได้” ให้ตอบโดยเน้นถึงทักษะของคุณที่สอดคล้องกับอาชีพนี้
- What has been your greatest challenge? (อะไรคือสิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับคุณ) นี่คือคำถามวัดทัศนคติเมื่อคุณเจออุปสรรค จงเล่าถึงปัญหาที่เคยเจอ และเน้นไปที่ “กระบวนการที่คุณใช้ในการแก้ปัญหานั้น” เพื่อแสดงให้เห็นถึง Growth Mindset
- Are you willing to travel? (คุณเดินทางได้ไหม) หากสายงานของคุณต้องมีการเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ให้ตอบตามความเป็นจริงด้วยความกระตือรือร้น เช่น “I am very open to travelling and see it as a great opportunity to expand my perspective.”
- What type of work environment appeals to you most? (สิ่งแวดล้อมในการทำงานแบบไหนที่คุณพึงพอใจมากที่สุด) ควรทำการบ้านและศึกษาวัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ของบริษัทนั้นมาก่อน หากบริษัทเน้นการทำงานแบบ Agile และ Teamwork คุณก็ควรตอบให้สอดคล้องกับสไตล์การทำงานของพวกเขาครับ
4. ประเภทที่ 2: แนวคำถามสำรวจพฤติกรรม (Behavioral Interview)
“การตอบคำถามสำรวจพฤติกรรมที่ดีที่สุด คือการใช้เทคนิคการเล่าเรื่องอย่างเป็นลำดับขั้นตอน เพื่อพิสูจน์ศักยภาพในการรับมือกับความกดดันและการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง”
คำถามประเภทนี้คือจุดที่มักจะทำให้ผู้สมัครหลายคน “ตกม้าตาย” เพราะผู้สัมภาษณ์จะใช้เพื่อหยั่งเชิงพฤติกรรมในอดีตของคุณ โดยมีความเชื่อว่า “พฤติกรรมในอดีต คือสิ่งบ่งชี้พฤติกรรมในอนาคต” คำถามมักจะเริ่มต้นด้วย “Describe a time when…” หรือ “Give me an example…” ลองมาดูตัวอย่างกันครับ:
- Describe a time when you were faced with a stressful situation that demonstrated your ability to work under pressure. (อธิบายช่วงเวลาที่คุณต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ตึงเครียด ที่จะบ่งบอกถึงความสามารถในการทำงานภายใต้ความกดดัน)
- Give me an example of a time when you set a goal and were able to meet or achieve it. (ยกตัวอย่างช่วงเวลาที่คุณตั้งเป้าหมายอะไรเอาไว้ แล้วประสบความสำเร็จ)
- Give me a specific example of a time when you had to conform to a policy with which you did not agree. (ยกตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจง เมื่อคุณต้องทำตามนโยบายที่คุณไม่เห็นด้วย)
- Tell me about a time when you had to go above and beyond the call of duty in order to get a job done. (ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่คุณต้องทำงานเกินหน้าที่ตัวเองไปมาก เพื่อจะให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี)
- Give me an example of a time when you had to make a split second decision. (ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่คุณต้องตัดสินใจอย่างเร่งด่วนมากๆ)
- What is your typical way of dealing with conflict? Give me an example. (วิธีจัดการกับข้อขัดแย้งของคุณคืออะไร ลองยกตัวอย่างหน่อย)
💡 คำแนะนำจาก อ.ต้นอมร: วิธีการรับมือกับคำถามกลุ่มนี้ที่ดีที่สุด คือการเตรียมตัวโดยใช้เทคนิค STAR Method ครับ ซึ่งประกอบไปด้วย:
- S – Situation (สถานการณ์): ปูเรื่องราวเบื้องหลังสั้นๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น
- T – Task (ภารกิจ): ความท้าทายหรือหน้าที่ที่คุณต้องรับผิดชอบคืออะไร
- A – Action (การกระทำ): นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุด! คุณทำอะไรเพื่อแก้ปัญหานั้น (ใช้คำสรรพนาม “I” เพื่อโชว์ผลงานตัวเอง)
- R – Result (ผลลัพธ์): ผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร (ถ้ามีตัวเลขหรือสถิติมาสนับสนุนจะดีมาก) การเล่าเรื่องตามโครงสร้างนี้ จะช่วยให้คุณเรียบเรียงความคิดได้เป็นระบบ ลดอาการพูดวนไปวนมา และแสดงถึงกระบวนการคิดเชิงตรรกะที่ยอดเยี่ยมครับ
5. ประเภทที่ 3: แนวคำถามทดสอบการแก้ปัญหา (Case Interview)
“คำถามทดสอบทักษะการแก้ปัญหา เป็นเครื่องมือชี้วัดกระบวนการคิดเชิงตรรกะ ไหวพริบ และความสามารถในการวิเคราะห์วิกฤตเฉพาะหน้าของผู้สมัครอย่างเป็นรูปธรรม”
สำหรับการสัมภาษณ์งานในตำแหน่งบริหาร, สายที่ปรึกษาธุรกิจ (Consulting), หรือองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ ผู้สัมภาษณ์จะท้าทายคุณด้วยปัญหาหรือสถานการณ์เฉพาะหน้า (Business Case) ที่สมมติขึ้นมา บางครั้งโจทย์อาจจะดูเหนือจริงหรือกว้างมากๆ ตัวอย่างเช่น:
- Your client is a major player in the cosmetic industry. They are considering introducing a brand new clothing line. What recommendations might you have? (ลูกค้าของคุณเป็นผู้ค้ารายใหญ่ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง พวกเขากำลังพิจารณาจะริเริ่มสินค้ายี่ห้อใหม่ทางสายเสื้อผ้า คุณจะแนะนำเขาอย่างไร)
💡 คำแนะนำจาก อ.ต้นอมร: สำหรับ Case Interview นายจ้างไม่ได้คาดหวัง “คำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว” ครับ แต่สิ่งที่พวกเขาจดจ้องคือ “กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล (Analytical Skills)” และ “วิธีการคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking)” ของคุณ เมื่อเจอคำถามแนวนี้ อาจารย์แนะนำให้คุณอย่ารีบตอบ ให้ขอเวลาคิดสัก 5 วินาที แล้วเริ่มตอบโดยการถามคำถามกลับเพื่อตีกรอบปัญหาให้แคบลง (Clarifying Questions) จากนั้นค่อยๆ นำเสนอทางออกเป็นขั้นเป็นตอน (Step-by-step) สิ่งนี้จะทำให้คุณดูเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุขุมและรับมือกับความกดดันได้ดีเยี่ยมครับ
6. TOEIC Synergy: เปลี่ยนคะแนน TOEIC เป็นทักษะการสัมภาษณ์งาน
“คะแนนสอบ TOEIC เป็นเพียงใบเบิกทางในการคัดกรองเรซูเม่ แต่ทักษะการดึงคำศัพท์จากข้อสอบมาสื่อสารจริงต่างหาก คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณสอบสัมภาษณ์ผ่านและได้งาน”
ในฐานะที่ผมเป็น Academic Reviewer ตรวจทานข้อสอบและหนังสือเตรียมสอบ ผมพบปัญหาหนึ่งที่น่าเสียดายมาก เรียกว่า “The Exam Trap” ครับ คนไทยจำนวนมากมีคะแนนสอบ TOEIC ทะลุ 800-900 คะแนน แต่กลับตกรอบสัมภาษณ์งาน! ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เพราะพวกเขาเก่งแค่การทำข้อสอบกากบาทแบบตั้งรับ (Input) แต่ไม่เคยฝึกฝนการผลิตภาษา (Output) ในสถานการณ์จริงเลย
ความจริงแล้ว ข้อสอบ TOEIC เต็มไปด้วยคำศัพท์ในบริบทธุรกิจ (Business Context) ที่ทรงคุณค่ามากๆ แทนที่คุณจะท่องศัพท์เป็นคำโดดๆ เพื่อไปสอบ อาจารย์ขอแนะนำให้คุณใช้เทคนิค Lexical Chunking คือการจำ “กลุ่มคำที่ใช้ร่วมกัน” จากข้อสอบ นำมาเป็น “กรอบประโยคสำเร็จรูป (Sentence Frames)” เพื่อใช้เตรียมตอบคำถามสัมภาษณ์
ตัวอย่างเช่น แทนที่จะจำแค่คำว่า ‘Implement’ (นำไปปฏิบัติ) ให้จำทั้งวลีว่า ‘Implement a new strategy’ (นำกลยุทธ์ใหม่ไปปฏิบัติ) เมื่อคุณดึงวลีเหล่านี้มาใช้ในห้องสัมภาษณ์ คุณจะดูเป็นมืออาชีพและสื่อสารได้ลื่นไหลเหมือนเจ้าของภาษาทันทีครับ สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวสอบหรืออยากหาคลังกลุ่มคำศัพท์ทางธุรกิจเจ๋งๆ สามารถเข้าไปโหลดได้ที่ ติวสอบ TOEIC แจกข้อสอบใหม่ 2026 ฟรี ครับ
7. สรุปใจความสำคัญ (Key Takeaways)
- ใช้ภาษาผ่านหลัก Linguistic Trinity: สื่อสารด้วยไวยากรณ์ที่ถูกต้อง (Form) ความหมายที่ตรงประเด็น (Meaning) และใช้ระดับภาษาแบบธุรกิจอย่างมืออาชีพ (Use)
- ระวังจุดตายคนไทย: เลิกแปลตรงตัวจากไทยเป็นอังกฤษ และห้ามทิ้งเสียงท้ายคำ (s, ed, t, d) เพราะจะทำให้ Tense และความหมายคลาดเคลื่อน
- จัดการความประหม่าให้ถูกวิธี: หากฟังคำถามไม่ออก ให้ขอร้องผู้สัมภาษณ์ทวนคำถามอย่างสุภาพ ห้ามใช้ทักษะการยิ้มแล้วพยักหน้า (Smile and Nod) เพื่อเดาเอาเอง
- เตรียมเล่าเรื่องด้วย STAR Method: สำหรับคำถามพฤติกรรม ให้เล่าสถานการณ์, ภารกิจ, การกระทำของคุณ, และผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
- เปลี่ยน TOEIC เป็นทักษะพูด: ใช้เทคนิค Lexical Chunking ดึงกลุ่มคำศัพท์ธุรกิจจากข้อสอบ มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างประโยคตอบคำถามสัมภาษณ์งานที่สละสลวย
8. FAQ: English Interview Questions (คำถามที่พบบ่อย)
8.1 ถ้าฟังคำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษไม่ออก ควรทำอย่างไร
จงตั้งสติและใช้ประโยคทวนคำถามอย่างสุภาพ เช่น “Could you please rephrase the question?” หรือ “I’m sorry, could you clarify that point?” ห้ามยิ้มพยักหน้าโดยที่ไม่ได้เข้าใจความหมาย เพราะจะทำให้คุณตอบผิดประเด็นและดูไม่เป็นมืออาชีพครับ
8.2 การแนะนำตัว (Tell me about yourself) ควรใช้เวลาเท่าไร และเน้นเรื่องอะไร
ควรใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 นาทีครับ ให้ใช้โครงสร้าง Present-Past-Future อธิบายสิ่งที่คุณกำลังทำในปัจจุบัน ผลงานเด่นๆ ในอดีตที่ตรงกับตำแหน่งงาน และเป้าหมายที่คุณจะนำมาช่วยพัฒนาองค์กรในอนาคต หลีกเลี่ยงการเล่าเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานครับ
8.3 เล่าประสบการณ์ทำงานในอดีต ควรใช้ Tense ไวยากรณ์แบบไหน
หากเหตุการณ์นั้นจบไปแล้วอย่างสมบูรณ์ ให้ใช้ Past Simple Tense (อย่าลืมออกเสียง ed) แต่หากคุณต้องการนำเสนอว่าประสบการณ์ในอดีตนั้นยังคงส่งผลหรือคุณยังทำสิ่งนั้นต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ให้ใช้ Present Perfect Tense ครับ
8.4 สำเนียง (Accent) แบบไทยๆ จะมีผลต่อคะแนนสัมภาษณ์งานไหม
ไม่มีผลครับตราบใดที่คุณออกเสียง (Pronunciation) อย่างถูกต้อง! เจ้าของภาษาเข้าใจดีว่าสำเนียงเป็นเรื่องของแต่ละชาติ สิ่งที่คุณควรโฟกัสคือความถูกต้องของการเน้นคำ (Stress) และการไม่ทิ้งเสียงตัวสะกดท้ายคำครับ
8.5 อยากพัฒนาภาษาอังกฤษให้เก่งทั้งเพื่อสัมภาษณ์และใช้งานจริง ต้องเริ่มอย่างไร
เริ่มจากการปรับ Mindset เลิกติดกับดักการทำข้อสอบ (The Exam Trap) แล้วหันมาฝึกจำประโยคสำเร็จรูป (Sentence Frames) หากต้องการการวิเคราะห์จุดอ่อนและปรับพื้นฐานแบบเจาะลึกเฉพาะบุคคล สามารถเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่ เรียนตัวต่อตัว กับ อาจารย์ ได้เลยครับ
เพิ่มเติม
การเรียนรู้ประโยคสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษในบทความสอนหน้านี้ ไม่ใช่เพียงแค่จะได้ฝึกฝนภาษาอังกฤษ แต่ยังได้เตรียมตัว เตรียมคำถาม และคำตอบในการสมัครงาน และสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษด้วย อ่านไว้ ฝึกไว้ มีชัยแน่นอน ทางเว็บ tonamorn.com จะเพิ่มเติมคำศัพท์ ประโยคที่น่าสนใจในการถาม การตอบ สำหรับการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษให้อีกเรื่อยๆ กลับมาอ่านอีกนะครับ เข้ามาทบทวนบนเว็บ ดีกว่าเก็บไว้อ่านแบบออฟไลน์เยอะเลยครับ เพราะเราอัพเดทตลอดครับ
การสมัครงานภาษาอังกฤษ
I saw your advert in the paper.
ฉันเห็นประกาศของคุณในหนังสือพิมพ์
คำศัพท์สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษน่ารู้
advert (แอดเวอท’) [คำย่อของ advertisement] โฆษณา
advertisement (แอดเวอ’ ทิซเมินทฺ) โฆษณา
Could I have an application form?
ฉันขอใบสมัครหน่อยได้ไหม
Could you send me an application form?
คุณช่วยส่งใบสมัครให้ฉันหน่อยได้ไหม
I’m interested in this position.
ฉันสนใจตำแหน่งงานนี้
I’d like to apply for this job.
ฉันอยากจะสมัครงานนี้
คำศัพท์สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษน่ารู้
application (แอพพลิเค’เชิน) /ˌæp.ləˈkeɪ.ʃən/ การสมัคร, โปรแกรมคอมพิวเตอร์
apply (อะไพล’) /əˈplaɪ/ สมัคร, ใช้
position (พะซิช’เชิน) /pəˈzɪʃ.ən/ ตำแหน่ง
การสอบถามเกี่ยวกับงานภาษาอังกฤษ
Is this a temporary or permanent position?
ตำแหน่งงานนี้ชั่วคราวหรือประจำ
คำศัพท์สัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษน่ารู้
temporary (เทม’พะเรอรี่) ชั่วคราว
permanent (เพอ’มะเนินทฺ) ถาวร
What are the hours of work?
ทำงานกี่โมงถึงกี่โมง
Will I have to work on Saturdays?
ฉันต้องทำงานในวันเสาร์ไหม
Will I have to work shifts?
ฉันต้องทำงานเป็นกะไหม
How much does the job pay?
ค่าจ้างเท่าไร
฿35 an hour.
ชั่วโมงละ 35 บาท
฿3,000 a week.
สัปดาห์ละ 3,000 บาท
What’s the salary?
เงินเดือนเท่าไร
฿25,000 (25K) a month.
เดือนละ 25,000 บาท
Will I be paid weekly or monthly?
ฉันจะได้รับเงินตอบแทนเป็นรายสัปดาห์หรือรายเดือน
Will I get travelling expenses?
ฉันจะได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไหม
Will I get paid for overtime?
ฉันจะได้รับเงินค่าทำงานล่วงเวลาไหม
Is there …?
มี…ไหม
a company car.
รถบริษัท
a staff restaurant.
ร้านอาหารสำหรับพนักงาน
a pension scheme.
โปรแกรมเงินบำนาญ
free medical insurance.
ประกันสุขภาพฟรี
How many weeks’ holiday a year are there?
มีวันหยุดพักผ่อนรายสัปดาห์เท่าไรต่อปี
Who would I report to?
ใครจะเป็นเจ้านายดิฉัน/ผม
I’d like to take the job.
ฉันต้องการทำงานนี้
When do you want me to start?
คุณต้องการให้ฉันเริ่มงานได้เมื่อไร
สิ่งที่คุณอาจได้ยินเมื่อสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ
We’d like to invite you for an interview.
เราต้องการเชิญคุณมาสัมภาษณ์
This is the job description.
นี่เป็นรายละเอียดงาน
Have you got any experience?
คุณมีประสบการณ์บ้างไหม
Have you got any qualifications?
คุณมีวุฒิการศึกษาอะไรบ้าง
We need someone with experience.
เราต้องการคนที่มีประสบการณ์
We need someone with qualifications.
เราต้องการคนที่มีวุฒิการศึกษาดีพอ
What qualifications have you got?
คุณมีคุณวุฒิอะไร
Have you got a current driving licence?
คุณมีใบขับขี่ที่ไม่หมดอายุหรือเปล่า
How much were you paid in your last job?
คุณได้รับค่าจ้างเท่าไรในงานเก่า
Do you need a work permit?
คุณต้องการใบอนุญาตการทำงานไหม
We’d like to offer you the job.
เราอยากจะเสนองานให้คุณ
When can you start?
คุณจะเริ่มงานได้เมื่อไร
How much notice do you have to give?
คุณต้องแจ้งล่วงหน้านานเท่าใด
There’s a four month trial period.
มีระยะทดลองงาน 4 เดือน
We’ll need to take up references.
เราต้องการบุคคลอ้างอิง
This is your employment contract.
นี่เป็นสัญญาการจ้างงานของคุณ
คำศัพท์น่าสนใจ ในการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ
Name = ชื่อ
Surname = นามสกุล
Address = ที่อยู่
Telephone number = เบอร์โทรศัพท์
Email address = อีเมล
Date of birth = วันเดือนปีเกิด
Nationality = สัญชาติ
Marital status = สถานภาพสมรส
Career objective = เป้าหมายในอาชีพ
Education = การศึกษา
Qualifications = คุณวุฒิ
Employment history = ประวัติการทำงาน
Leisure interests = ความสนใจในเวลาว่าง
Referees = บุคคลอ้างอิง

