การใช้ Verbs กริยา ภาษาอังกฤษ กริยาแท้ กริยาช่วย มีกรรม ไม่มีกรรม

Home/ภาษาอังกฤษ/Grammar (ไวยากรณ์)/การใช้ Verbs กริยา ภาษาอังกฤษ กริยาแท้ กริยาช่วย มีกรรม ไม่มีกรรม

ในภาษาอังกฤษ เราจะใช้ Verb หรือคำกริยา เพื่อบอกการเคลื่อนไหวของประธาน เพื่อให้ทราบการกระทำต่างๆ ว่าใคร ทำอะไร มีรายละเอียดข้อแตกต่างสำหรับคำกริยาประเภทต่างๆ อย่างๆรบ้าง และมีวิธีการใช้อย่างไร เรียนได้จากบทความสอนภาษาอังกฤษเรื่อง Verb ในภาษาอังกฤษหน้านี้ครับ

บทเรียนที่ควรอ่านก่อน >> Part of Speech

Verbs คือคำกริยาที่แสดงอาการเคลื่อนไหวของประธาน (Subject) เพื่อให้ทราบการกระทำของประธาน แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ดังนี้

1. Transitive Verbs คือ กริยาที่ยังไม่มีความหมายสมบูรณ์ในตัวเอง ต้องมีกรรมมารับจึงจะทำให้มีความหมายขึ้น
Cows eat grass. ต้องมี grass ซึ่งเป็นกรรมมารับไว้เพื่อทำให้ประโยคสมบูรณ์ขึ้น

2. Intransitive Verbs คือ กริยาที่มีความหมายสมบูรณ์ได้ด้วยตัวเอง
John is swimming ไม่จำเป็นต้องมีกรรม ประโยคก็สมบูรณ์

3. Auxiliary Verbs คือ กริยาช่วย เป็นกริยาที่ช่วยให้กริยาหลักมีความหมายสมบูรณ์ขึ้นตามเหตุการณ์ต่างๆ

Tenses ของ Auxiliary Verbs

หลักการใช้ Auxiliary Verbs โดยสรุปดังนี้
1. กริยาที่ตามหลัง Auxiliary Verbs จะต้องอยู่ในรูป infinitive without to เสมอ
She can speak English.
You must go to the party.

2. ในกรณีเป็นประโยคคำถาม จะต้องนำ Auxiliary Verbs ไว้หน้าประโยค หรือ กรณีเป็นประโยคปฎิเสธจะต้องเติม not หลัง Auxiliary Verbs
She can speak English.
Can she speak English ?

3. จะใช้ Auxiliary Verbs ในการตอบคำถามแบบย่อได้
Do you want to see my uncle? Yes, I do.
หรือ No, I don’t.

4. จะใช้ในประโยค Question Tag
She can speak English, can’t she ?

5. จะใช้ในประโยคที่มี too, so, either, neither
She speaks English and so do you.
She speaks English and you do too.

สรุปการใช้ Auxiliary Verbs โดยสังเขป

หลักการใช้ must , have to , must have
1. ใช้ในความหมายที่บอกความจำเป็นต้องกระทำ ถ้าเป็นอดีตใช้ had to เป็นปัจจุบันใช้ must , has(have) to , has(have) got to และเป็นอนาคตใช้ will(shall) have to
You must finish your homework.
You have to finish your homework.

2. การคาดคะเนหรือการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว ใช้ must have + V3
John gets good grade. He must have studied hard.

หลักการใช้ can , could , could have, be able to
1.ในความหมายที่เกี่ยวกับความสามารถ ปัจจุบันใช้ can อดีต ใช้ could หรือ was(were) + able to + V. อนาคตใช้ will (shall) be able to + V.

2. ในความหมายเกี่ยวกับการขออนุญาตใช้ can เช่นเดียวกับใช้ may และ could เพื่อให้สุภาพ
Can I take your pen?

3. ในประโยคเงื่อนไขใช้ could + V. แทน would หรือ should เมื่อการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในปัจจุบัน
She could answer these questions if she studied. ( but she doesn’t)
และใช้ could have + V3 แทน would(should) have + V3 เมื่อการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในอดีต
She could have answered these questions if she had studied. ( but she didn’t)

หลักการใช้ may , might , may have , might have
1. ในความหมายเกี่ยวกับความเป็นไปได้ may บอกความน่าจะเป็นไปได้ในอนาคตอาจจะใช้ might แทน และ might บอกความสงสัยมากกว่า may
เช่น It may rain today. You should take an umbrella.
มันอาจจะฝนตกวันนี้ คุณควรนำร่มมาด้วย
I think you should take an umbrella. It might rain today.
ผมคิดว่าคุณควรพกร่มมา ผมน่าจะตกในวันนี้
ถ้าสังเกตดูแล้ว might จะแสดงว่าผู้พูดรู้สึกว่าฝนน่าจะตกมากกว่า การใช้ may

2. ในความหมายเกี่ยวกับการขอยืม , ขอร้อง , ขออนุญาต ใช้may หรือ ต้องการให้สุภาพยิ่งขึ้น ใช้ might
May I borrow your notebook ?
May I play with your dog ?

หลักการใช้ should, ought to
1. ใช้ should ในประโยคอนาคตที่แสดงการคาดหมาย สิ่งต่างๆ จะคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต
John should arrive this airport at eight o’clock.
2. ใช้ should, ought to แสดงการแนะนำหรือแสดงสิ่งที่จะต้องทำในปัจจุบันหรืออนาคต
– You should finish your homework before your father comes here.
– You ought to finish your homework before your father comes here.

ให้คะแนนบทเรียนนี้

Average rating 5 / 5. Vote count: 4

เป็นคนแรกที่ให้คะแนนบทเรียนนี้