หลักการใช้ Present Tense แต่ละแบบ

Present Simple Tense โครงสร้าง Subject + Verb 1 + Object […]

Home/ภาษาอังกฤษ/Grammar (ไวยากรณ์)/หลักการใช้ Present Tense แต่ละแบบ

Present Simple Tense
โครงสร้าง Subject + Verb 1 + Object
1.ใช้แสดงการกระทำที่ทำเป็นนิสัยถาวร (permanent states) หรือการกระทำที่ทำซ้ำบ่อยๆ (repeated actions) หรือได้ทำเป็นกิจกรรมประจำวัน (daily routines) มักมีคำบอกเวลา ตัวอย่างเช่น usually, always, every day /week / month / year, on Monday etc.

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Somjai works at a hotel (permanent states) She lays the tables and serves dinner every day. (repeated action)
Mr. Jim is a businessman. He lives in New York.(permanent state) He usually starts work at 8.00 a.m. (daily routine) He often stays at the office until late in the evening. (daily routine)

2.ใช้แสดงความจริงตามธรรมชาติ หรือความจริงโดยทั่วไป

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

It rarely rains in the desert.
The moon moves round the earth.

3.ใช้กับตารางเวลาเดินรถประจำทาง เครื่องบิน ฯลฯ หรือ โปรแกรมต่างๆ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

The plane to China takes of at 7 a.m.
The bus leaves in ten minutes.

4.ใช้ในการพากย์กีฬา (sport commentaries), วิจารณ์ (reviews) และ บรรยายเหตุการณ์ (narration)

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

May Yung acts superbly in the film. (review)

Present Continuous/Progressive Tense

โครงสร้าง Subject + is /am / are + Verb ing + Object
1.ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นในระยะยาว ซึ่งขณะที่พูดประโยคนี้ออกไปไม่จำเป็นต้องกำลังกระทำสิ่งนั้นอยู่ก็ได้ แต่ที่แน่ๆก็คือในช่วงเวลาอันยาวจะทำสิ่งนั้นอยู่จริงๆ มักมีคำบอกเวลาระยะยาวมากำกับไว้ ตัวอย่างเช่น These days, nowadays, this week, this month, this year

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Jim is working hard these days. Right now, she is reading a newspaper.

2. ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่กำลังพูด มักใช้กับคำบอกเวลาดังต่อไปนี้ Now, just now, right now, currently, presently, at the present, at the present time, at the moment, these days

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Jim is listening to music at the moment.

3.ใช้คู่กับ always แสดงความรำคาญต่อเหตุการณ์ หรือการกระทำที่เกิดขึ้นซ้ำๆบ่อยๆ จนเกินไป

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

You’re always forgetting to pay the bills!

4.ใช้กับเหตุการณ์ที่ถูกเตรียมการไว้แล้ว ซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้โดยเฉพาะเมื่อเวลาและสถานที่ได้ถูกกำหนดขึ้นไว้แล้ว

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ

Somjai is getting married at 3 this afternoon.

5.ใช้กับสถานการณ์ที่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลง (changing) หรือพัฒนาอยู่ (developing)
กริยาต่อไปนี้มักไม่นิยมใช้ในรูป Continuous Tense เพราะแสดงถึงสภาวะ (state) มากกว่าการกระทำ (action)
ชอบหรือไม่ชอบ (likes and dislikes)

ตัวอย่างเช่น like, love, hate, dislike, enjoy, prefer, etc.

รับรู้หรือเข้าใจ (perception)

ตัวอย่างเช่น believe, know, notice, remember, forget, recognize, understand, realize, seem, think, etc.

ประสาทสัมผัสต่างๆ (sense)

ตัวอย่างเช่น see, here, feel, test, look, smell, sound

อื่นๆ

ตัวอย่างเช่น be, contain, fit, include, matter, need, cost, belong, owe, mean, own, appear, want , have (=possess), etc.

กริยาบางตัวข้างต้นเมื่อนำมาใช้ในรูป Continuous Tense จะมีความหมายเปลี่ยนไป

ตัวอย่างเช่น I think he is Thai (คิดหรือเชื่อ)

I am thinking about my holiday. (พิจารณาหรือครุ่นคิด)
Jimmy looks tired. (ดูเหมือน)
Jimmy is looking at some photos. (เรียนหรือศึกษา)
This towel feels soft. (รู้สึก)
Jill is feeling her son’s forehead. (คลำหรือสัมผัส)
He has a sports car. (มี)
She is having lunch now. (กิน)
Have ในความหมายที่สามารถใช้ในรูป Continuous Tense ได้
Have + breakfast / lunch / dinner, etc.
Have + a bath / shower / swim / party, etc.
Have + a baby
Have + a n accident / experience / dream, etc.
Have + difficulty / fun / trouble, etc.

Present Perfect Tense

โครงสร้าง Subject + have / has + Verb 3 + Object

1.ใช้กับเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้นในอดีต และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงเวลาปัจจุบัน (คือเวลาที่พูดประโยคนี้ออกไป) แต่ไม่รู้ว่าจะดำเนินต่อไปในอนาคตหรือไม่ มักมีคำบอกเวลาคือ since, for, for ages, so far, up to now, up to present time, in recent years, recently, lately, how often, how long, the past (ตัวเลข) day/ week / month / year
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
How long have you know Jim?

2. ใช้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งจบลงไปไม่นาน แต่ผลของเหตุการณ์นั้นยังสามารถเห็นได้ชัดอยู่ในขณะที่พูดในปัจจุบัน มีคำบอกเวลาดังต่อไปนี้ already, just, yet, finally, eventually, recently
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Lilly has just picked a lot of apples.

3.ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นในอดีต แต่ไม่ได้ระบุเวลาที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะไม่ต้องการเน้นเวลา แต่ต้องการเน้นที่การกระทำมากกว่า มักมีคำบอกเวลาดังต่อไปนี้ many times, several times, over and over, again, once, twice, three times, ever (never), etc.
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Tim has broken his arms.
Jimmy has been to Japan for four times.

4.ใช้กับการกระทำที่ได้เกิดขึ้นภายในระยะเวลาที่ระบุไว้
ตัวอย่างเช่น Today, this morning/ afternoon / week / month / year โดยการกระทำนั้นยังไม่สิ้นสุดลงในขณะที่พูด เปรียบเทียบ2 ประโยคนี้
Minnie has received three faxes this morning.
เหตุการณ์นี้ยังไม่สิ้นสุดลง
Minnie received three faxes this morning
เหตุการณ์ในสิ้นสุดลงแล้ว

Present Perfect Continuous/ Progressive Tense
โครงสร้าง Subject + have / has been + Verb ing + Object
1.ใช้กับการกระทำที่ได้เริ่มต้นทำมาแต่ในอดีต ดำเนินต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันในขณะที่พูด และเน้นความต่อเนื่องไปถึงในอนาคต

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Jane has been picking vegetables for two hours.

2.ใช้กับการกระทำที่เกิดขึ้นและสิ้นสุดลงไปแล้วในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต แต่ผลของการกระทำนั้นยังสามารถเห็นได้ชัดอยู่ในปัจจุบัน

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Ken is dirty, He has been playing football.

3.ใช้แสดงอาการโกรธ รำคาญ หรือ ไม่พอใจ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Who has been reading my business papers?

since, for เป็นคำสองคำบอกเวลายอดนิยมที่มักพบใน Present Perfect Tense และ Present Perfect Continuous /Progressive Tense โดย since มีความหมายว่า ตั้งแต่ ช่วยบอกจุดเริ่มต้นของเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตัวอย่างเช่น since Monday, since Christmas, ส่วน for แปลว่าเป็นเวลา ใช้บอกระยะเวลารวมที่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น ตัวอย่างเช่น for 45 minutes, for a long time เป็นต้น

แชร์เลย

ให้คะแนนบทเรียนนี้

Average rating 5 / 5. Vote count: 201

เป็นคนแรกที่ให้คะแนนบทเรียนนี้