การใช้ Since กับ For สรุปความแตกต่างและวิธีใช้ให้ถูกต้อง โดย อ.ต้นอมร

คุณเคยสับสนไหมครับว่าเวลาจะบอกว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นมานานแค่ไหน เราควรจะเลือกใช้คำบอกเวลาตัวไหนดีระหว่างสองคำนี้ ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกกฎเกณฑ์และเทคนิค การใช้ Since กับ For แบบละเอียดทุกซอกทุกมุมครับ
- Since (ตั้งแต่) ใช้บอก “จุดเริ่มต้น” ของเวลาที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น มักตามด้วยตัวเลขปี วัน เดือน หรือประโยคในอดีต
- For (เป็นระยะเวลา) ใช้บอก “จำนวนเวลาทั้งหมด” หรือความยาวนานของเหตุการณ์ มักตามด้วยตัวเลขที่บอกจำนวนนับ
- ทั้งสองคำนี้มักจะใช้คู่กับโครงสร้าง Present Perfect Tense เพื่อบอกว่าเหตุการณ์ดำเนินจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
- Since สามารถทำหน้าที่เป็นคำสันธาน (Conjunction) ที่แปลว่า “เพราะว่า” หรือ “เนื่องจาก” ได้ด้วยในบางบริบท
ทำความเข้าใจภาพรวมของการใช้ Since กับ For
ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่กฎเกณฑ์ทางไวยากรณ์ที่ซับซ้อน อาจารย์อยากให้ทุกคนลองจินตนาการถึงเส้นเวลา (Timeline) ในหัวกันก่อนครับ การบอกเวลาในภาษาอังกฤษนั้นมีความละเอียดอ่อนมาก ไม่ใช่แค่การบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่เป็นการบอก “ลักษณะการดำเนินไป” ของเหตุการณ์นั้นด้วย ซึ่งนี่คือหัวใจสำคัญของการเลือกใช้คำบุพบทบอกเวลา
เมื่อเราพูดถึงสิ่งที่เราทำมาอย่างต่อเนื่อง เราจำเป็นต้องมีเครื่องมือหรือจุดอ้างอิงให้ผู้ฟังเข้าใจว่า เราเริ่มต้นทำสิ่งนั้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเราใช้เวลาทำสิ่งนั้นมานานแค่ไหนแล้ว ซึ่งในภาษาอังกฤษ คำว่า Since และ For ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะครับ มันเปรียบเสมือนป้ายบอกทางบนเส้นเวลาของเรานั่นเอง
ปัญหาคือ ทั้งสองคำนี้มีความเกี่ยวพันกับการแปลความหมายในภาษาไทยที่ทำให้ผู้เรียนหลายคนตีความผิดพลาด การปู พื้นฐานภาษาอังกฤษ ในเรื่องของมิติเวลาให้แข็งแกร่ง จึงเป็นบันไดขั้นแรกที่จะช่วยให้คุณสามารถสื่อสารเรื่องราวในอดีตที่เชื่อมโยงมาถึงปัจจุบันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
ดังนั้น การใช้ Since กับ For จึงไม่ใช่แค่การท่องจำว่าคำไหนแปลว่าอะไร แต่เป็นการทำความเข้าใจตรรกะว่า เราต้องการเน้นย้ำที่ “จุดสตาร์ท” หรือเน้นย้ำที่ “ระยะทางทั้งหมด” เรามาเริ่มทำความเข้าใจภาพรวมเหล่านี้ไปพร้อมๆ กันเลยครับ
ปัญหาคลาสสิกของคนไทยในการบอกเวลา
จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนมา คำถามที่มักจะพบในห้องเรียนเสมอคือ “ทำไมเราถึงใช้ I live here since 5 years ไม่ได้” นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนมากของการแปลภาษาอังกฤษแบบคำต่อคำจากภาษาไทยครับ เพราะในภาษาไทยเราพูดว่า “ฉันอยู่ที่นี่ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว” ซึ่งมันฟังดูเข้ากันพอดี
ความสับสนนี้เกิดจากการที่เรานำคำว่า “ตั้งแต่” ไปปะปนกับ “จำนวนเวลา” ครับ ในตรรกะของภาษาอังกฤษ ถ้าคุณมีตัวเลขที่เป็นการนับจำนวนชั่วโมง จำนวนวัน หรือจำนวนปี คุณถูกบังคับให้ใช้ For เท่านั้นครับ คุณจะเอา Since ไปนำหน้าจำนวนนับไม่ได้เด็ดขาด
อีกหนึ่งปัญหาคือการเลือกใช้ Tense ให้สอดคล้องกับคำบอกเวลาครับ คนไทยมักจะติดการใช้ Present Simple (Subject + V.1) ในการเล่าเรื่องที่ทำมานานแล้ว ซึ่งในภาษาอังกฤษ หากมี Since หรือ For โผล่มาเพื่อบอกความต่อเนื่อง เรามักจะต้องขยับไปใช้ตระกูล Perfect Tenses เสมอครับ
การปรับวิธีคิด (Mindset) เหล่านี้คือสิ่งสำคัญครับ อาจารย์อยากให้ทุกคนลืมการแปลแบบไทยๆ ไปก่อน แล้วมาทำความเข้าใจตรรกะใหม่ตามแบบฉบับของเจ้าของภาษากันครับ
โครงสร้าง 3 มิติของการใช้ Since กับ For
เพื่อให้การเรียนรู้เรื่องนี้เป็นระบบระเบียบและฝังลึกลงไปในความเข้าใจของคุณ อาจารย์ได้สรุปรูปแบบการอธิบายออกมาเป็น “โครงสร้าง 3 มิติ” ครับ เทคนิคนี้จะช่วยให้คุณมองทะลุโครงสร้างทางไวยากรณ์ และเห็นถึงแก่นแท้ของภาษาได้อย่างชัดเจน
เทคนิค 3 มิตินี้ เป็นเครื่องมือที่อาจารย์ใช้ในการอบรมพนักงานในองค์กรต่างๆ ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เพราะช่วยแก้ปัญหาอาการ “นึกคำไม่ออกเวลาต้องพูดจริง” ได้อย่างชะงัดนัก
เรามาพิจารณารายละเอียดในแต่ละมิติไปพร้อมๆ กันเลยครับ เพื่อวางรากฐานก่อนที่จะไปเจาะลึกกฎของแต่ละคำ
- 📐 มิติด้านโครงสร้าง (Form): Since ต้องตามด้วยคำนามที่ระบุจุดเวลาที่ชัดเจน หรือตามด้วยอนุประโยค (Subject + V.2) ส่วน For ต้องตามด้วยกลุ่มคำนามที่ระบุจำนวนหรือระยะเวลาที่นับได้
- 🔍 มิติด้านความหมาย (Meaning): Since สื่อถึงการตอกหมุดจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์บนเส้นเวลา ส่วน For สื่อถึงความยาวนานหรือความกว้างของช่วงเวลาที่เหตุการณ์นั้นกินพื้นที่อยู่
- 🗣️ มิติด้านการนำไปใช้ (Use): เราใช้ Since เมื่อเราจำจุดเริ่มต้นได้แม่นยำ เช่น วันเกิด ปีที่เรียนจบ แต่เราใช้ For เมื่อเราต้องการเน้นย้ำถึงประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน เช่น ทำงานมา 10 ปีแล้ว
กาลเวลาที่มักใช้คู่กัน (Perfect Tenses)
สิ่งหนึ่งที่คุณต้องตระหนักไว้เสมอคือ Since และ For เป็นคู่หูคู่ซี้ของ Present Perfect Tense (Subject + have/has + V.3) และ Present Perfect Continuous Tense (Subject + have/has + been + V.ing) ครับ
เหตุผลที่มันต้องเกิดมาคู่กัน เป็นเพราะ Tense ทั้งสองนี้มีหน้าที่หลักในการเชื่อมโยงอดีตเข้ากับปัจจุบัน (Past to Present) ซึ่งตรงกับความหมายของ Since และ For ที่ต้องอ้างอิงถึงจุดเริ่มต้นในอดีตที่ลากยาวมาจนถึงวินาทีที่กำลังพูดอยู่พอดีเป๊ะครับ
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคำนี้จะไปปรากฏตัวใน Tense อื่นๆ ไม่ได้เลยนะครับ มันสามารถไปอยู่ใน Past Perfect หรือ Future Perfect ได้เช่นกัน แต่บริบทการใช้งานใน Present Perfect ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้เรียนทุกคนต้องแม่นยำที่สุดครับ
อาจารย์มักจะเปรียบเทียบการใช้งานสองคำนี้กับ “การเดินทาง” ครับ Since คือ “ป้ายบอกจุดเริ่มต้น” เช่น เริ่มต้นขับรถจากกรุงเทพฯ (Since Bangkok) ส่วน For คือ “มาตรวัดระยะทาง” เช่น ขับรถมาเป็นระยะทาง 500 กิโลเมตรแล้ว (For 500 kilometers) ถ้าคุณนึกภาพการเดินทางออก คุณจะไม่มีวันใช้สองคำนี้สลับกันอย่างแน่นอนครับ
เจาะลึกกฎไวยากรณ์ การใช้ Since (ตั้งแต่)
เรามาเริ่มต้นเจาะลึกคำแรกกันเลยครับ นั่นคือคำว่า Since (อ่านว่า ซินซ์) คำนี้มีความหมายตรงตัวว่า “ตั้งแต่” ใช้เพื่อระบุจุดเริ่มต้น (Starting point) ของการกระทำ สภาพ หรือเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม
หน้าที่ทางไวยากรณ์ของ Since มีความยืดหยุ่นมากครับ มันสามารถเป็นได้ทั้งคำบุพบท (Preposition) ที่ใช้นำหน้าคำนามบอกเวลา และสามารถเป็นคำสันธาน (Conjunction) ที่ใช้นำหน้าประโยคย่อยได้ด้วย ซึ่งความยืดหยุ่นนี้เองที่ทำให้มันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากในการเล่าเรื่อง
กฎเหล็กเพียงข้อเดียวที่คุณต้องจำไว้เวลาใช้คำนี้คือ “สิ่งที่ตามหลัง Since จะต้องเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตเสมอ” ครับ เพราะเราไม่สามารถเริ่มต้นทำอะไรตั้งแต่ในอนาคตได้ เราไปดูรายละเอียดการใช้งานแต่ละรูปแบบกันเลยครับ
Since + จุดเริ่มต้นของเวลา (Point in Time)
โครงสร้างพื้นฐานที่สุดคือ Since + กลุ่มคำบอกเวลาที่เฉพาะเจาะจง ครับ คำบอกเวลาเหล่านี้เปรียบเสมือนหมุดที่เราปักลงไปบนปฏิทินหรือนาฬิกา เช่น วันในสัปดาห์ (Monday, Tuesday), เดือน (January, May), ปี ค.ศ. (2010, 1995), หรือเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา (8 o’clock, 10 AM)
นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้ Since กับคำระบุช่วงเวลาในอดีตแบบเจาะจงได้ด้วย เช่น yesterday (เมื่อวานนี้), last week (สัปดาห์ที่แล้ว), หรือ last month (เดือนที่แล้ว) ครับ
ลองมาดูตัวอย่างประโยคเพื่อให้เห็นภาพการนำไปใช้งานที่ถูกต้องกันครับ สังเกตการใช้คู่กับ Present Perfect Tense ให้ดีนะครับ
I have lived in London since 2015. (ไอ แฮฟ ลีฟวด์ อิน ลอนดอน ซินซ์ ทูเธาซันด์ฟิฟทีน) ฉันอาศัยอยู่ในลอนดอนตั้งแต่ปี 2015
He has been sick since Monday. (ฮี แฮส บีน ซิค ซินซ์ มันเดย์) เขาป่วยตั้งแต่วันจันทร์
They have worked here since January. (เดย์ แฮฟ เวิร์กด์ เฮียร์ ซินซ์ แจนยัวรี) พวกเขาทำงานที่นี่ตั้งแต่เดือนมกราคม
We have not seen her since yesterday. (วี แฮฟ นอท ซีน เฮอร์ ซินซ์ เยสเทอร์เดย์) พวกเราไม่ได้พบเธอเลยตั้งแต่เมื่อวานนี้
She has been waiting for you since 8 AM. (ชี แฮส บีน เวททิง ฟอร์ ยู ซินซ์ เอท เอเอ็ม) เธอกำลังรอคอยคุณอยู่ตั้งแต่ 8 โมงเช้า
Since + ประโยค Past Simple (Subject + V.2)
นี่คือโครงสร้างระดับกลางที่พบบ่อยมากในการทำข้อสอบและในชีวิตประจำวันครับ เมื่อเราจำวันที่หรือเวลาที่แน่นอนไม่ได้ เราสามารถใช้อีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีตมาเป็น “จุดอ้างอิง” แทนได้ครับ
สมการไวยากรณ์คือ Present Perfect + Since + Past Simple (Subject + V.2) ครับ โครงสร้างนี้หมายความว่า เหตุการณ์ในประโยคหลักได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนที่เหตุการณ์ในประโยคหลัง Since เกิดขึ้น
การทำความเข้าใจการเชื่อมโยงสอง Tense นี้เข้าด้วยกัน ถือเป็นทักษะสำคัญในการ แต่งประโยคภาษาอังกฤษ ที่ซับซ้อนครับ มันช่วยให้เราเล่าเรื่องราวได้อย่างมีมิติมากขึ้น
I have known him since we were children. (ไอ แฮฟ โนว์น ฮิม ซินซ์ วี เวอร์ ชิลเดรน) ฉันรู้จักเขาตั้งแต่พวกเรายังเป็นเด็ก
She has lost weight since she started exercising. (ชี แฮส ลอสต์ เวท ซินซ์ ชี สตาร์ทเทด เอ็กเซอร์ไซซิง) เธอน้ำหนักลดลงตั้งแต่เธอเริ่มออกกำลังกาย
We have been friends since we met at university. (วี แฮฟ บีน เฟรนดส์ ซินซ์ วี เมท แอท ยูนิเวอร์ซิตี) พวกเราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่พวกเราพบกันที่มหาวิทยาลัย
He has not smoked a cigarette since he left the hospital. (ฮี แฮส นอท สโมคด์ อะ ซิการ์เรต ซินซ์ ฮี เลฟท์ เดอะ ฮอสพิทอล) เขาไม่ได้สูบบุหรี่เลยตั้งแต่เขาออกจากโรงพยาบาล
Things have changed a lot since you moved away. (ธิงส์ แฮฟ เชนจด์ อะ ลอท ซินซ์ ยู มูฟวด์ อะเวย์) สิ่งต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปมากตั้งแต่คุณย้ายออกไป
ข้อควรระวังและการใช้ Since ในความหมายอื่น
ภาษาอังกฤษมักจะมีลูกเล่นซ่อนอยู่เสมอครับ คำว่า Since ไม่ได้แปลว่า “ตั้งแต่” เพื่อบอกเวลาเพียงอย่างเดียว แต่มันยังสามารถทำหน้าที่เป็นคำเชื่อม (Conjunction) ที่มีความหมายเท่ากับคำว่า Because (เพราะว่า / เนื่องจาก) ได้อีกด้วย
เมื่อ Since ถูกนำมาใช้ในความหมายว่า “เนื่องจาก” มันจะทำหน้าที่เชื่อมเหตุและผลเข้าด้วยกันครับ และในกรณีนี้ เราไม่จำเป็นต้องใช้กับ Present Perfect Tense แต่อย่างใด เราสามารถใช้กับ Tense ใดก็ได้ตามบริบทของความเป็นเหตุเป็นผลนั้น
ข้อแนะนำคือ ในการเขียนเชิงวิชาการ (Academic Writing) การใช้ Since เพื่อบอกเหตุผล ถือว่ามีความเป็นทางการและสละสลวยกว่าการใช้ Because แบบทั่วๆ ไปครับ
Since it is raining, we should stay at home. (ซินซ์ อิท อีส เรนนิง วี ชูด สเตย์ แอท โฮม) เนื่องจากฝนกำลังตก พวกเราควรอยู่บ้าน
I cannot buy this car since I do not have enough money. (ไอ แคนนอท บาย ดิส คาร์ ซินซ์ ไอ ดู นอท แฮฟ อีนัฟ มันนี) ฉันไม่สามารถซื้อรถคันนี้ได้เนื่องจากฉันมีเงินไม่เพียงพอ
Since you are here, can you help me with this box? (ซินซ์ ยู อาร์ เฮียร์ แคน ยู เฮลพ์ มี วิธ ดิส บ็อกซ์) ในเมื่อคุณอยู่ที่นี่แล้ว คุณช่วยฉันยกกล่องใบนี้หน่อยได้ไหม
| โครงสร้างการใช้ Since | ความหมายและลักษณะการใช้งาน |
|---|---|
| Since + คำนามบอกเวลา (เช่น 1999, Monday) | แปลว่า “ตั้งแต่” ระบุหมุดหมายจุดเริ่มต้นของเวลาอย่างชัดเจน |
| Since + ประโยค Past Simple (S + V.2) | แปลว่า “ตั้งแต่” ใช้อีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีตมาเป็นจุดเริ่มต้น |
| Since + ประโยคแสดงเหตุผล (Tense ใดก็ได้) | แปลว่า “เนื่องจาก / เพราะว่า” (มีความหมายเท่ากับ Because) |
เจาะลึกกฎไวยากรณ์ การใช้ For (เป็นระยะเวลา)
หลังจากที่เราปักหมุดจุดเริ่มต้นกันไปแล้ว คราวนี้เรามาเรียนรู้วิธีการวัดความกว้างของช่วงเวลากันบ้างครับ คำว่า For (อ่านว่า ฟอร์) ในบริบทของการบอกเวลา จะแปลว่า “เป็นระยะเวลา” หรือ “นานเป็นเวลา”
หน้าที่หลักของ For คือการรวบยอดจำนวนเวลาทั้งหมดที่เหตุการณ์นั้นได้ดำเนินมาตั้งแต่ต้นจนจบ (Duration of time) ไม่ว่าเวลานั้นจะเป็นหลักนาที ชั่วโมง วัน เดือน หรือปีก็ตามครับ
จุดที่ผู้เรียนมักจะพลาดคือ การเผลอใช้ For กับคำที่บอกจุดเริ่มต้น เช่น For 2010 ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงมากครับ กฎเหล็กของ For คือ ต้องตามด้วยตัวเลขบอกจำนวนนับ (Numbers) บวกกับหน่วยของเวลาเสมอ เราไปดูวิธีการสร้างกลุ่มคำเหล่านี้กันครับ
For + ระยะเวลาทั้งหมด (Duration of Time)
โครงสร้างที่เป็นมาตรฐานที่สุดของ For คือการวางนำหน้ากลุ่มคำที่ระบุจำนวนนับครับ เช่น for two days (เป็นเวลาสองวัน), for five months (เป็นเวลาห้าเดือน), for ten years (เป็นเวลาสิบปี), หรือ for a week (เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์)
เมื่อนำไปใส่ในประโยค Present Perfect Tense มันจะให้ข้อมูลที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดแก่ผู้ฟังเลยว่า ประธานได้กระทำสิ่งนั้นมาเป็นระยะเวลายาวนานเท่าไหร่แล้ว โดยที่ผู้ฟังไม่ต้องไปนั่งบวกลบเลขในใจเหมือนตอนที่ใช้ Since ครับ
ลองสังเกตตัวอย่างเหล่านี้ดูครับ จะเห็นว่าด้านหลัง For จะต้องมีตัวเลขหรือคำนำหน้านาม (a/an) เสมอ
We have studied English for three hours. (วี แฮฟ สตัดดีด อิงลิช ฟอร์ ทรี เอาเออร์ส) พวกเราเรียนภาษาอังกฤษมาเป็นเวลาสามชั่วโมงแล้ว
She has lived in this city for ten years. (ชี แฮส ลีฟวด์ อิน ดิส ซิตี้ ฟอร์ เทน เยียร์ส) เธออาศัยอยู่ในเมืองนี้มาเป็นเวลาสิบปีแล้ว
They have been married for a long time. (เดย์ แฮฟ บีน แมริด ฟอร์ อะ ลอง ไทม์) พวกเขาแต่งงานกันมาเป็นเวลานานแล้ว
I have known him for five months. (ไอ แฮฟ โนว์น ฮิม ฟอร์ ไฟฟ์ มันธ์ส) ฉันรู้จักเขามาเป็นเวลาห้าเดือนแล้ว
He has been sleeping for exactly two days. (ฮี แฮส บีน สลีพพิง ฟอร์ เอ็กแซคท์ลี ทู เดย์ส) เขานอนหลับมาเป็นเวลาสองวันเป๊ะแล้ว
การใช้ For ในประโยคที่ไม่มีตัวเลขระบุชัดเจน
ถึงแม้กฎหลักจะบอกว่า For ต้องใช้กับจำนวนนับ แต่ในชีวิตประจำวัน เรามักจะมีกลุ่มคำที่ใช้กะประมาณระยะเวลาแบบคร่าวๆ ที่ไม่มีตัวเลขชัดเจนอยู่ด้วยครับ ซึ่งกลุ่มคำเหล่านี้ก็ถูกจัดให้อยู่ในหมวดของ “ระยะเวลา” และต้องใช้คู่กับ For เช่นกัน
ตัวอย่างกลุ่มคำเหล่านี้ได้แก่ for a long time (เป็นเวลานาน), for ages (เป็นเวลานานมาก/เป็นชาติ), for a while (เป็นเวลาสักพักหนึ่ง), for centuries (เป็นเวลาหลายศตวรรษ) ครับ
การนำกลุ่มคำเหล่านี้ไป สรุปแกรมม่าภาษาอังกฤษ จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมว่า For นั้นมีความครอบคลุมและสามารถสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้ดีมาก โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องการบ่นว่ารออะไรบางอย่างมานานแสนนานครับ
I have been waiting for ages. (ไอ แฮฟ บีน เวททิง ฟอร์ เอจเจส) ฉันรอคอยมาเป็นเวลานานมาก (รอนานเป็นชาติ)
She has not visited us for a while. (ชี แฮส นอท วิสิทเทด อัส ฟอร์ อะ ไวล์) เธอไม่ได้มาเยี่ยมพวกเราเป็นเวลาสักพักหนึ่งแล้ว
We have not eaten pizza for months. (วี แฮฟ นอท อีทเทน พิซซ่า ฟอร์ มันธ์ส) พวกเราไม่ได้กินพิซซ่ามาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว (คำว่า months เติม s หมายถึงหลายเดือน)
He remained silent for a moment. (ฮี รีเมนด์ ไซเลนต์ ฟอร์ อะ โมเมนต์) เขายังคงนิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง
They have been arguing for hours. (เดย์ แฮฟ บีน อาร์กิวอิง ฟอร์ เอาเออร์ส) พวกเขากำลังโต้เถียงกันมาเป็นเวลาหลายชั่วโมงแล้ว
กาลเวลาที่ใช้คู่กับ For ได้ (ไม่ได้มีแค่ Perfect Tense)
จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือ คิดว่า For จะต้องใช้กับ Present Perfect Tense เท่านั้น ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดครับ! ในขณะที่ Since ถูกจองคิวผูกขาดโดยกลุ่ม Perfect Tense แต่คำว่า For นั้นมีความอิสระมากกว่ามาก
เราสามารถใช้ For เพื่อบอกระยะเวลาใน Past Simple Tense ได้ครับ เพื่อบอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นและกินเวลาไปเท่าไหร่ “ในอดีตที่จบไปแล้ว” นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ใน Future Tense เพื่อวางแผนว่า “จะทำสิ่งนั้นเป็นระยะเวลานานเท่าไหร่” ในอนาคตได้อีกด้วย
การเข้าใจความยืดหยุ่นของ For จะทำให้คุณแต่งประโยคได้หลากหลายมิติมากขึ้นครับ ลองเปรียบเทียบการใช้ For ใน Tense ที่แตกต่างกันดูครับ
I lived in Japan for two years. (ไอ ลีฟวด์ อิน เจแปน ฟอร์ ทู เยียร์ส) ฉันเคยอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลาสองปี (ตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว – Past Simple)
We will stay at the hotel for three nights. (วี วิล สเตย์ แอท เดอะ โฮเทล ฟอร์ ทรี ไนท์ส) พวกเราจะพักที่โรงแรมเป็นเวลาสามคืน (แผนในอนาคต – Future Simple)
She usually reads for an hour before bed. (ชี ยูสชวลลี รีดส์ ฟอร์ แอน เอาเออร์ บีฟอร์ เบด) โดยปกติเธอจะอ่านหนังสือเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน (กิจวัตร – Present Simple)
| การใช้ For ใน Tense ต่างๆ | ความหมายและผลลัพธ์ของการกระทำ |
|---|---|
| Past Simple (V.2) + For | ทำสิ่งนั้นเป็นระยะเวลาหนึ่งในอดีต (ปัจจุบันเลิกทำแล้ว) |
| Present Perfect (have + V.3) + For | ทำสิ่งนั้นมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง (และปัจจุบันก็ยังคงทำอยู่) |
| Future Simple (will + V.1) + For | ตั้งใจว่าจะทำสิ่งนั้นเป็นระยะเวลาหนึ่งในอนาคต |
เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Since และ For
ตอนนี้เราได้เจาะลึกกฎของทั้งสองคำไปแล้ว คราวนี้เราจะนำมันมาวางประชันหน้ากันเพื่อดูความแตกต่างให้เห็นชัดๆ เลยครับ การเปรียบเทียบ (Comparison) เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ดีที่สุดที่จะทำให้สมองของเราจดจำตรรกะได้อย่างฝังลึก
หลักการง่ายๆ ที่เราจะท่องจำกันก็คือ “Since คือ จุดเริ่มต้น, For คือ ระยะเวลา” หากมีคนถามคำถามคุณว่า “How long…?” (นานแค่ไหนแล้ว) คุณสามารถเลือกตอบได้ทั้งสองรูปแบบครับ ขึ้นอยู่กับว่าคุณถนัดคำนวณตัวเลข หรือถนัดจำปีค.ศ. มากกว่ากัน
เรามาดูวิธีการแปลงประโยคจาก Since เป็น For กันครับ เพื่อเป็นการฝึกทักษะการพลิกแพลงประโยคให้มีความหลากหลาย ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญมากในการเขียน Essay ครับ
การแปลงประโยคจาก Since เป็น For
สมมติว่าปัจจุบันคือปี ค.ศ. 2026 และคุณเริ่มทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่งเมื่อปี ค.ศ. 2016 หากคุณต้องการใช้ Since คุณก็สามารถระบุปีที่เริ่มต้นลงไปได้เลยตรงๆ แต่ถ้าคุณอยากใช้ For คุณจะต้องนำปีปัจจุบัน (2026) มาลบด้วยปีที่เริ่มต้น (2016) คุณก็จะได้ระยะเวลาทั้งหมดคือ 10 ปีครับ
ดังนั้น “Since 2016” จึงมีค่าเท่ากับ “For ten years” ในแง่ของการสื่อสารใจความสำคัญครับ การสลับไปมาแบบนี้จะช่วยให้คลัง คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ของคุณดูมีมิติ และหลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำซากจำเจในการสนทนาครับ
ลองพิจารณาตัวอย่างการแปลงประโยคเหล่านี้ดูครับ จะเห็นว่าความหมายหลักยังคงเดิมทุกประการ
I have worked here since 2016. = I have worked here for ten years. (ไอ แฮฟ เวิร์กด์ เฮียร์ ฟอร์ เทน เยียร์ส) ฉันทำงานที่นี่มาเป็นเวลาสิบปีแล้ว
She has been sleeping since 10 PM. (สมมติตอนนี้ 6 AM) = She has been sleeping for eight hours. (ชี แฮส บีน สลีพพิง ฟอร์ เอท เอาเออร์ส) เธอนอนหลับมาเป็นเวลาแปดชั่วโมงแล้ว
We have not met since Monday. (สมมติตอนนี้วันศุกร์) = We have not met for four days. (วี แฮฟ นอท เมท ฟอร์ โฟร์ เดย์ส) พวกเราไม่ได้พบกันมาเป็นเวลาสี่วันแล้ว
He has played guitar since he was ten. (สมมติตอนนี้เขาอายุ 25) = He has played guitar for fifteen years. (ฮี แฮส เพลย์ด กีตาร์ ฟอร์ ฟิฟทีน เยียร์ส) เขาเล่นกีตาร์มาเป็นเวลาสิบห้าปีแล้ว
They have known each other since last month. = They have known each other for a month. (เดย์ แฮฟ โนว์น อีช อาเธอร์ ฟอร์ อะ มันธ์) พวกเขารู้จักกันมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว
| การใช้ Since (บอกจุดเริ่มต้น) | การใช้ For (บอกระยะเวลา) |
|---|---|
| since 8 o’clock (ตั้งแต่แปดโมง) | for two hours (เป็นเวลาสองชั่วโมง) |
| since Monday (ตั้งแต่วันจันทร์) | for five days (เป็นเวลาห้าวัน) |
| since 2020 (ตั้งแต่ปี 2020) | for several years (เป็นเวลาหลายปี) |
| since I was young (ตั้งแต่ฉันยังเด็ก) | for my whole life (มาตลอดชีวิตของฉัน) |
การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (Common Mistakes)
ข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดคือการใช้ผสมกันระหว่างคำสองหมวดหมู่นี้ครับ ตัวอย่างเช่น “since 3 days” หรือ “for last year” ซึ่งเป็นการจับคู่ไวยากรณ์ที่ผิดอย่างรุนแรง เจ้าของภาษาฟังแล้วจะรู้สึกขัดหูทันที
อีกจุดหนึ่งคือคำว่า “all” (ทั้งหมด) เช่น all day (ทั้งวัน), all my life (ตลอดชีวิตของฉัน) เมื่อมีคำว่า all นำหน้า เราจะไม่ใช้ For เข้าไปซ้อนอีกนะครับ เราสามารถพูดว่า I have waited all day. ได้เลย ไม่ต้องพูดว่า for all day ครับ
การหมั่นตรวจสอบความถูกต้องของตนเองบ่อยๆ จะช่วยให้คุณสามารถกำจัดข้อผิดพลาดเหล่านี้ออกไปจากระบบภาษาของคุณได้อย่างถาวรครับ
ข้อสอบ TOEIC ที่มักจะออกเกี่ยวกับการใช้ Since กับ For
สำหรับนักศึกษาและคนทำงานที่ต้องการอัปเกรดความก้าวหน้าทางอาชีพ เรื่องไวยากรณ์เกี่ยวกับเวลาเป็นเรื่องที่คุณหนีไม่พ้นใน คู่มือเตรียมสอบ TOEIC อย่างแน่นอนครับ ผู้ออกข้อสอบชื่นชอบการนำ Since และ For มาออกสอบเป็นประจำ โดยเฉพาะในพาร์ท Incomplete Sentences (Part 5)
โจทย์มักจะทดสอบไหวพริบของคุณในการสแกนหาคำบอกเวลาด้านหลังช่องว่าง หรือทดสอบการเลือกใช้ Tense ให้สัมพันธ์กับคำเชื่อมเหล่านี้ การรู้เทคนิคในการดูข้อสอบจะช่วยประหยัดเวลาได้อย่างมหาศาลครับ
เรามาวิเคราะห์ลักษณะโจทย์ที่เจอบ่อย และเรียนรู้เคล็ดลับวิชาในการทำคะแนนกันครับ รับรองว่านำไปใช้ได้จริงในห้องสอบแน่นอน
วิเคราะห์ลักษณะโจทย์ที่เจอบ่อยในห้องสอบ
โจทย์ลักษณะแรกคือการให้เลือกคำบุพบทครับ เช่น “The new manager has been working in this branch _______ more than five years.” ตัวเลือกจะมี A. since, B. for, C. in, D. during
วิธีคิดคือ ให้มองข้ามช่องว่างไปดูคำด้านหลังครับ เราเจอคำว่า “five years” (ห้าปี) ซึ่งเป็นจำนวนระยะเวลา กฎบังคับไว้ชัดเจนว่าจำนวนระยะเวลาต้องใช้คู่กับ For ดังนั้นคำตอบคือข้อ B ทันทีครับ ไม่ต้องแปลประโยคให้เสียเวลาเลย
โจทย์ลักษณะที่สองคือการเว้นช่องว่างที่คำกริยาครับ เช่น “I _______ at this company since I graduated from university.” ตัวเลือก A. work, B. am working, C. worked, D. have worked
เมื่อคุณเห็นคำว่า since นำหน้าประโยคอดีต (I graduated) คุณต้องรู้ทันทีว่าประโยคหลักถูกบังคับให้เป็น Present Perfect Tense โครงสร้างของมันคือ have/has + V.3 คำตอบที่ถูกต้องจึงต้องเป็นข้อ D. have worked ครับ
จุดหลอกและวิธีทำคะแนน (TOEIC Tips)
ทริคในการสแกนข้อสอบจากอาจารย์ต้นอมรคือ “จงมองหาตัวเลขและตัวอักษร s ให้ไวที่สุด” ครับ หากหลังช่องว่างเป็นตัวเลขและตามด้วยคำนามที่มี s (เช่น 3 weeks, 10 months) ให้พุ่งเป้าไปที่ For เสมอ
ระวังจุดหลอก (Traps) ที่ผู้ออกข้อสอบมักจะซ่อนไว้ครับ เช่น คำว่า “the last…” ถ้าโจทย์ให้มาว่า “_______ the last two weeks” (ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา) แม้จะมีตัวเลข แต่มันมีความหมายชี้เฉพาะเจาะจงระยะเวลาทั้งหมด เราจะต้องใช้ For ครับ (For the last two weeks)
แต่ถ้าโจทย์ให้มาว่า “_______ last Tuesday” (ตั้งแต่วันอังคารที่แล้ว) แบบนี้ไม่มีตัวเลข เป็นการชี้จุดอ้างอิง เราจะต้องใช้ Since ครับ (Since last Tuesday) การแยกแยะจุดละเอียดอ่อนตรงนี้คือสิ่งที่แยกระดับคะแนนของผู้สอบออกจากกันครับ
สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- 📌 Since (ตั้งแต่) = ใช้กับจุดเริ่มต้นของเวลา (Point in time) เช่น ปีค.ศ. เดือน วัน หรือเหตุการณ์ในอดีต (Subject + V.2)
- 📌 For (เป็นระยะเวลา) = ใช้กับจำนวนระยะเวลาทั้งหมด (Duration of time) มักตามด้วยตัวเลขและหน่วยนับของเวลา
- ✅ Tense ที่ใช้คู่กัน = ทั้งคู่เป็นสัญลักษณ์สำคัญของ Present Perfect Tense (have/has + V.3)
- ✅ ข้อยกเว้น = Since สามารถแปลว่า “เนื่องจาก/เพราะว่า” ได้ ส่วน For สามารถใช้กับ Tense อื่นๆ (อดีต/อนาคต) ได้ด้วย
Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
จงเลือกคำตอบ (Since หรือ For) ที่ถูกต้องที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่างของประโยคต่อไปนี้:
1. I have been studying English _______ three hours today.
2. We have not seen each other _______ we left high school.
3. She has lived in New York _______ 2020.
4. They will be traveling in Europe _______ two weeks next month.
5. He has been complaining about the noise _______ early this morning.
👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ใช้ During แทน For ในการบอกระยะเวลาได้หรือไม่
During แปลว่า “ในระหว่าง” ใช้เพื่อบอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นตอนไหน (When) โดยต้องตามด้วยคำนามที่เป็นชื่อเหตุการณ์หรือช่วงเวลา เช่น during the summer (ช่วงฤดูร้อน) ในขณะที่ For ใช้บอกว่านานแค่ไหน (How long) เช่น for three months ครับ จึงใช้แทนกันไม่ได้
2. เราสามารถใช้ Ever since ได้ในกรณีใด
Ever since เป็นการเน้นย้ำคำว่า Since ให้ดูหนักแน่นและจริงจังมากขึ้นครับ แปลว่า “นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา” มักจะใช้วางไว้ท้ายประโยคเพื่ออ้างอิงถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งพูดถึงไปก่อนหน้าครับ
3. ประโยค It has been… since… ใช้อย่างไร
เป็นโครงสร้างยอดฮิตที่ใช้บอกว่า “มันเป็นเวลา…แล้วนะ ตั้งแต่…” ตัวอย่างเช่น It has been ten years since we first met. (มันเป็นเวลาสิบปีแล้วนะตั้งแต่ที่เราพบกันครั้งแรก) เป็นการรวมการบอกทั้งจำนวนเวลาและจุดเริ่มต้นเข้าด้วยกันครับ
4. ถ้าใช้ Since แปลว่า “เพราะว่า” ต้องใช้คู่กับ Tense อะไร
ถ้าทำหน้าที่เป็น Conjunction แปลว่า “เพราะว่า” สามารถใช้ได้อย่างอิสระกับทุก Tense เลยครับ ขึ้นอยู่กับบริบทของเหตุและผล เช่น Since he is sick, he cannot work today. (เนื่องจากเขาป่วย วันนี้เขาจึงทำงานไม่ได้)
5. คำว่า Ago ใช้คู่กับ Since หรือ For ได้ไหม
Ago แปลว่า “ที่แล้ว” ต้องใช้คู่กับ Past Simple Tense เสมอครับ (เช่น I went there two days ago.) ห้ามใช้ Since หรือ For นำหน้าคำที่มี ago เด็ดขาดครับ เพราะมันเป็นคนละไวยากรณ์กัน
มาตรวจคำตอบ Mini Quiz กันครับ ใครตอบถูกหมดถือว่าพื้นฐานเรื่องการบอกเวลาของคุณแน่นปึกแล้วครับ!
ข้อ 1 เฉลย: for (I have been studying English for three hours today.)
เหตุผล: ด้านหลังช่องว่างคือคำว่า three hours (สามชั่วโมง) ซึ่งเป็น “จำนวนระยะเวลา” กฎบังคับว่าต้องใช้ For เสมอครับ
ข้อ 2 เฉลย: since (We have not seen each other since we left high school.)
เหตุผล: ด้านหลังช่องว่างคืออนุประโยค (Subject + V.2) “we left” ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงเหตุการณ์ที่เป็น “จุดเริ่มต้น” ในอดีต จึงต้องใช้ Since เพื่อเชื่อมประโยคครับ
ข้อ 3 เฉลย: since (She has lived in New York since 2020.)
เหตุผล: 2020 เป็นตัวเลขปี ค.ศ. ซึ่งถือเป็นจุดเวลาที่ชี้ชัด (Point in time) จึงต้องใช้ Since ครับ (ถ้าเป็นจำนวนปีต้องเขียนเป็น for 4 years)
ข้อ 4 เฉลย: for (They will be traveling in Europe for two weeks next month.)
เหตุผล: แม้ประโยคนี้จะเป็น Future Continuous (will be traveling) แต่ก็สามารถใช้ For เพื่อบอกระยะเวลา (two weeks) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ครับ
ข้อ 5 เฉลย: since (He has been complaining about the noise since early this morning.)
เหตุผล: early this morning (เช้าตรู่วันนี้) เป็นจุดเริ่มต้นของเวลาในอดีตที่ลากยาวมาถึงปัจจุบัน จึงต้องใช้ Since นำหน้าครับ

