สรุปหลักการใช้ There is และ There are แปลว่า “มี” ฉบับเข้าใจง่าย

There is และ There are แปลว่า “มี” ในภาษาอังกฤษ ใช้เพื่อบอกถึงการมีอยู่ของสิ่งต่างๆ โดยไม่ต้องระบุประธานหรือเจ้าของ ซึ่งเป็นโครงสร้างภาษาอังกฤษพื้นฐานที่สำคัญมากในการสื่อสารและการเขียนภาษาอังกฤษอย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติครับ
- หลักการใช้ There is และ There are เพื่อการสื่อสารอย่างมืออาชีพ
- ปัญหาการใช้คำบอกการมีอยู่ที่เกิดจากการแปลตรงตัว
- โครงสร้างการใช้ There is และ There are ตามหลักไวยากรณ์
- การใช้รูปอดีตเพื่ออ้างอิงถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
- การประยุกต์ใช้แบบ 3D Grammar เพื่อความลื่นไหล
- เทคนิคสำหรับผู้ที่เตรียมตัวสอบและสื่อสารในองค์กร
- สรุปหลักการใช้เพื่อนำไปปฏิบัติได้ทันที
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลักการใช้ There is และ There are
- ยกระดับภาษาอังกฤษ กับอาจารย์ต้นอมร
หลักการใช้ There is และ There are เพื่อการสื่อสารอย่างมืออาชีพ
สวัสดีครับ ผม อาจารย์ต้นอมร ในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัยและวิทยากรอบรมภาษาอังกฤษ ผมพบว่าหัวใจสำคัญของการพัฒนาทักษะการสื่อสารให้ดูน่าเชื่อถือ เริ่มต้นจากการปูพื้นฐาน เรียนภาษาอังกฤษพื้นฐาน ให้แม่นยำ โดยเฉพาะเรื่องการบอกว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่รอบตัวเรา ในภาษาอังกฤษเราจะใช้โครงสร้าง There is และ There are ซึ่งแปลว่า “มี.” ในบริบทที่เป็นกลางและดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ เช่น เมื่อเราต้องการระบุว่า “มีหนังสืออยู่บนโต๊ะ.” เราจะใช้ประโยคว่า “There is a book on the table.” การเข้าใจตรรกะเบื้องหลังเรื่องนี้จะช่วยให้คุณก้าวข้ามความสับสนและสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วขึ้นครับ
ปัญหาการใช้คำบอกการมีอยู่ที่เกิดจากการแปลตรงตัว
ทำไมคนไทยส่วนใหญ่ถึงมักจะเผลอพูดว่า “Have a meeting.” แทนที่จะพูดว่า “There is a meeting.”? สาเหตุหลักมาจากสิ่งที่นักภาษาศาสตร์เรียกว่าการแทรกแซงจากภาษาแม่ (L1 Interference) ครับ ในตรรกะของภาษาไทย คำว่า “มี” เป็นคำที่ยืดหยุ่นสูงมาก เราใช้คำเดียวเพื่อบอกทั้งความครอบครอง (ฉันมีเงิน) และการดำรงอยู่ (มีสุนัขอยู่ในสวน) ทำให้เมื่อเราต้อง แต่งประโยคภาษาอังกฤษ เราจึงมักหยิบคำว่า Have มาใช้ทุกครั้งโดยไม่รู้ตัวครับ
ในมุมมองของเจ้าของภาษา การใช้ Have หรือ Has บังคับให้สมองต้องมองหา “ผู้ครอบครอง” ทันที หากคุณเริ่มต้นประโยคด้วย Have โดยไม่มีประธาน ฝรั่งจะรู้สึกว่าประโยคนั้นไม่สมบูรณ์และสร้างความสับสนได้ครับ การจะสื่อสารให้มีความเป็นมืออาชีพ เราต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่าง Ownership (ความเป็นเจ้าของ) และ Existence (การมีอยู่) ซึ่งการเข้าใจ สรุป ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ในส่วนนี้จะช่วยให้คุณปรับจูนวิธีคิด (Mindset) ในการใช้ภาษาให้เหมือนเจ้าของภาษาได้มากขึ้นครับ
โครงสร้างการใช้ There is และ There are ตามหลักไวยากรณ์
มิติแรกของการเรียนรู้คือโครงสร้าง (Form) ที่ต้องมีความแม่นยำเพื่อความน่าเชื่อถือในการสื่อสารครับ การปรับเปลี่ยนรูปประโยคของ There is และ There are ทำได้ง่ายมากเพียงแค่ใช้กฎพื้นฐานของ Verb to be เข้ามาประยุกต์ใช้ ดังนี้ครับ
ประโยคบอกเล่าสำหรับการระบุตำแหน่งและการดำรงอยู่
เราเพียงแค่เลือกใช้ There is หรือ There are ให้สอดคล้องกับชนิดของคำนามที่ตามหลังมาครับ
- “There is a new opportunity in our department.” (มีโอกาสใหม่ในแผนกของเรา. – นามเอกพจน์ใช้ is.)
- “There is some important information in the report.” (มีข้อมูลสำคัญในรายงาน. – นามนับไม่ได้ใช้ is และอย่าลืมใส่เครื่องหมาย apostrophe ’ ให้ถูกด้านในคำย่ออื่นๆ นะครับ.)
- “There are several points I want to discuss.” (มีหลายประเด็นที่ผมต้องการจะหารือ. – นามพหูพจน์ใช้ are.)
ประโยคปฏิเสธเพื่อแจ้งว่าไม่มีสิ่งนั้นอยู่
เราสามารถเติมคำว่า “not” ลงไปหลังคำกริยาได้ทันที โดยในภาษาพูดและงานเขียนทั่วไปนิยมใช้รูปย่อเป็น isn’t หรือ aren’t เพื่อให้จังหวะการสื่อสารดูเป็นธรรมชาติครับ
- “There isn’t any sugar left in the office kitchen.” (ไม่มีน้ำตาลเหลืออยู่ในครัวของออฟฟิศเลย.)
- “There aren’t any vacancies available at the moment.” (ไม่มีตำแหน่งงานว่างในขณะนี้.)
ประโยคคำถามเพื่อตรวจสอบสถานการณ์
ในโครงสร้างคำถาม ให้เราสลับตำแหน่งโดยนำ Is หรือ Are มาไว้ที่หน้าประโยคแทน ซึ่งเป็นวิธีที่สุภาพและชัดเจนที่สุดในการสอบถามข้อมูลครับ
- “Is there a specific reason for this change?” (มีเหตุผลเฉพาะสำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ไหม?)
- “Are there any updates on the project status?” (มีการอัปเดตเรื่องสถานะโปรเจกต์บ้างไหม?)
การใช้รูปอดีตเพื่ออ้างอิงถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น
ในบริบทของความเป็นมืออาชีพ การระบุช่วงเวลา (Tense) ให้ถูกต้องคือหัวใจสำคัญครับ เมื่อเราต้องการพูดถึงสิ่งที่เคยมีอยู่ในอดีตแต่ปัจจุบันอาจจะไม่มีแล้ว หรือเหตุการณ์ที่จบลงไปแล้ว เราต้องเปลี่ยนรูปกริยาจาก is/are เป็น was/were ครับ
- เหตุการณ์เอกพจน์ในอดีต: ใช้ There was เช่น “There was a power failure during the presentation.” (มีเหตุไฟฟ้าขัดข้องระหว่างการนำเสนอ.)
- เหตุการณ์พหูพจน์ในอดีต: ใช้ There were เช่น “There were many attendees at the conference last week.” (มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในงานประชุมสัปดาห์ที่แล้ว.)
การประยุกต์ใช้แบบ 3D Grammar เพื่อความลื่นไหล
การเรียนภาษาอังกฤษที่เห็นผลที่สุดต้องครอบคลุมทั้งโครงสร้าง ความหมาย และการนำไปใช้จริงครับ ผมขอแนะนำให้คุณสะสม คลังคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และฝึกจำแบบ Lexical Chunking หรือจำไปเป็นกลุ่มคำ เช่น “There is no doubt that…” หรือ “There are various ways to…” วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องมานั่งพะวงเรื่องไวยากรณ์ทีละคำ แต่สามารถส่งออกประโยคที่สมบูรณ์ได้ทันทีเหมือนเจ้าของภาษาครับ
เทคนิคสำหรับผู้ที่เตรียมตัวสอบและสื่อสารในองค์กร
สำหรับผู้ที่กำลัง เตรียมสอบ TOEIC เรื่อง There is / There are มักจะถูกนำมาเป็นตัวลวงใน Part 5 ครับ ข้อสอบมักจะให้เราเลือกเติม Verb to be โดยวางคำนามไว้หลังช่องว่าง หากคุณเห็นนามที่เติม s คุณสามารถตัดสินใจเลือก Are หรือ Were ได้ทันทีโดยไม่ต้องแปลความหมายทั้งหมดครับ
ส่วนในโลกของการทำงาน การเปลี่ยนจากการสื่อสารแบบ Thai-glish อย่าง “Have many questions.” มาเป็น “There are many questions.” จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของคุณได้อย่างมหาศาลครับ มันคือความแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นมืออาชีพที่แท้จริงครับ
สรุปหลักการใช้เพื่อนำไปปฏิบัติได้ทันที
- There is: ใช้กับนาม 1 สิ่ง หรือนามที่นับไม่ได้ (เช่น water, money).
- There are: ใช้กับนามที่มีมากกว่า 1 สิ่งขึ้นไป.
- was/were: ใช้เมื่อต้องการพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต.
- ’d, isn’t, aren’t: ตรวจสอบเครื่องหมาย apostrophe ให้หันหัวไปทางขวาเสมอเพื่อความเนี้ยบของภาษาครับ.
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลักการใช้ There is และ There are
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง There is และ There are
คือชนิดของคำนามที่ตามหลังมาครับ There is จะทำหน้าที่คู่กับคำนามเอกพจน์หรือนามที่นับไม่ได้ ส่วน There are จะใช้คู่กับนามพหูพจน์ที่ระบุจำนวนตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไปเสมอครับ.
ทำไมเราถึงใช้ Have แทน There is ไม่ได้
เหตุผลคือ Have และ Has ต้องการประธานผู้ครอบครองครับ หากคุณพูดว่า Have a car. โดยไม่มีประธาน ฝรั่งจะงงทันทีว่าใครเป็นคนมีรถคันนั้น แต่ถ้าต้องการแค่บอกว่า “มีรถจอดอยู่คันหนึ่ง” คุณต้องใช้ There is a car. จึงจะถูกต้องตามหลักการครับ.
วิธีเลือกใช้กริยากับคำนามที่นับไม่ได้
คำนามที่นับไม่ได้ (Uncountable Nouns) ในทางไวยากรณ์สากลจะถูกนับเป็นเอกพจน์เสมอครับ ดังนั้นไม่ว่าจะมีปริมาณมากแค่ไหน เราก็จะใช้คู่กับ There is เสมอ เช่น There is too much traffic today. หรือ There is some milk in the fridge. ครับ.
การทำประโยค There is ให้เป็นประโยคคำถาม
คุณสามารถทำได้โดยการย้าย Is หรือ Are มาไว้หน้าคำว่า There ได้ทันทีครับ เช่น Is there any problem? หรือ Are there many people in the room? และอย่าลืมใส่เครื่องหมายคำถาม (?) ปิดท้ายประโยคทุกครั้งเพื่อความสมบูรณ์ครับ.
การผันรูปเมื่อต้องการพูดถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้
เราต้องเปลี่ยนกริยาเป็นรูปอดีตครับ โดยใช้ There was สำหรับเอกพจน์และนามนับไม่ได้ และใช้ There were สำหรับนามพหูพจน์ เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการกล่าวถึงสิ่งที่เคยมีอยู่ในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ครับ.
ยกระดับภาษาอังกฤษ กับอาจารย์ต้นอมร
การสื่อสารที่ถูกต้องคือรากฐานของความเป็นมืออาชีพครับ ผมพร้อมแบ่งปันเทคนิคและวิธีคิดที่จะช่วยให้การใช้ภาษาอังกฤษของคุณดูน่าเชื่อถือและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนทุกความสำเร็จที่คุณต้องการ
📺 YouTube: ช่อง YouTube สอนภาษาอังกฤษ โดย อ.ต้นอมร แหล่งเรียนรู้ฟรี ที่ช่วยให้คุณใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องและเป็นมืออาชีพ
🎤 Speaker & Training: รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายให้กับองค์กรและสถานศึกษา ดูรายละเอียดได้ที่ บริการวิทยากรบรรยายและอบรมภาษาอังกฤษ

