ลำดับที่ภาษาอังกฤษ ตัวเลข เศษส่วน มาตราวัด พร้อมคำอ่าน

ลำดับที่ ภาษาอังกฤษ เศษส่วน ร้อยละ

คุณเคยสับสนไหมครับว่าเวลาต้องเขียนวันที่ อ่านเศษส่วนในการทำอาหาร หรือบอกสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ในที่ประชุม ต้องสะกดและออกเสียงภาษาอังกฤษอย่างไรให้ถูกต้องเป๊ะไม่อายใคร ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกกฎการใช้ ตัวเลข ลำดับที่ภาษาอังกฤษ เศษส่วน ร้อยละ และมาตราวัด แบบละเอียดและเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีครับ

🎯 สรุปหัวใจสำคัญ: ลำดับที่ภาษาอังกฤษ และการอ่านตัวเลข

  • ตัวเลขจำนวนนับ (Cardinal Numbers) และลำดับที่ (Ordinal Numbers) มีวิธีการสะกดที่ต่างกันในบางจุดสำคัญ
  • การอ่านเศษส่วนภาษาอังกฤษ ต้องใช้เลขจำนวนนับเป็นตัวเศษ และใช้เลขลำดับที่เป็นตัวส่วน
  • หากตัวเศษมีค่ามากกว่า 1 ตัวส่วน (ลำดับที่) จะต้องเติม s เสมอ
  • การอ่านทศนิยมและร้อยละ มีกฎการอ่านเรียงตัวที่ตายตัวและเข้าใจง่าย

ทำไมถึงต้องเป๊ะเรื่อง การอ่านและเขียนตัวเลขภาษาอังกฤษ

การใช้งาน ตัวเลขภาษาอังกฤษ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนคณิตศาสตร์เท่านั้นนะครับ แต่ยังสอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันของเราแทบทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นการระบุวันที่ การชั่งตวงวัด การพูดคุยเรื่องงบประมาณ หรือแม้กระทั่งการเขียน Resume ดังนั้นใครที่กำลัง เรียนภาษาอังกฤษพื้นฐาน การปูพื้นฐานเรื่องการอ่านและการสะกดตัวเลขให้แม่นยำ จะช่วยลดความผิดพลาดในการสื่อสารได้อย่างมหาศาลครับ

✨ มุมมองจากอาจารย์ต้นอมร:

จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนมา คำถามที่มักจะพบในห้องเรียนคือการสะกดตัวเลขที่ผิดเพี้ยนไปเพียงตัวอักษรเดียว เช่น การเขียนเลข 40 ว่า “fourty” (ที่ถูกคือ forty) หรือการลงท้ายวันที่ 1 ด้วย “1th” (ที่ถูกคือ 1st) จุดเล็กๆ เหล่านี้มักทำให้เกิดความสับสนและดูไม่เป็นมืออาชีพครับ การจัดกลุ่มจดจำจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ดีที่สุดครับ

รวมหมวดหมู่คำศัพท์: ตัวเลข ลำดับที่ เศษส่วน และมาตราวัด

เพื่อความชัดเจน อาจารย์ได้รวบรวมและแบ่งกลุ่ม คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขออกเป็น 5 หมวดหมู่ที่ใช้บ่อยที่สุด พร้อมจุดที่มักจะสะกดผิดมาให้ทุกคนได้ทบทวนกันครับ

หมวดที่ 1: ตัวเลขจำนวนนับที่มักสะกดผิด (Cardinal Numbers)

เลขจำนวนนับคือตัวเลขที่เราใช้บอกจำนวนสิ่งของทั่วไป (1, 2, 3…) ซึ่งส่วนใหญ่มักจะสะกดได้ตรงตัว แต่จะมีบางตัวที่ชอบมีตัวอักษรหลอกให้เรางงครับ

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
Four ฟอร สี่ (มี u)
Fourteen ฟอร-ทีน สิบสี่ (มี u)
Forty ฟอร-ที สี่สิบ (ระวัง ไม่มี u)
Eight เอท แปด
Eighty เอ-ที แปดสิบ (มี t ตัวเดียว)
Nine ไนน์ เก้า
Ninety ไนน์-ที เก้าสิบ (ต้องคงตัว e ไว้)

หมวดที่ 2: ลำดับที่ภาษาอังกฤษ (Ordinal Numbers)

ลำดับที่ใช้สำหรับบอกวันที่ การแข่งขัน ชั้นของตึก หรือคิวต่างๆ กฎพื้นฐานคือการเติม -th ต่อท้ายเลขจำนวนนับ แต่มีข้อยกเว้นสำคัญที่ต้องจำให้แม่นยำตามตารางนี้ครับ

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
1st (First) เฟิรสท ลำดับที่หนึ่ง
2nd (Second) เซค-เคินด ลำดับที่สอง
3rd (Third) เธิรด ลำดับที่สาม
5th (Fifth) ฟิฟธ ลำดับที่ห้า (เปลี่ยน ve เป็น f แล้วเติม th)
9th (Ninth) ไนน์ธ ลำดับที่เก้า (ตัด e ออกก่อนเติม th)
12th (Twelfth) ทเว็ลฟธ ลำดับที่สิบสอง (เปลี่ยน ve เป็น f แล้วเติม th)
20th (Twentieth) ทเวน-ที-เอ็ธ ลำดับที่ยี่สิบ (เปลี่ยน y เป็น ie แล้วเติม th)

หมวดที่ 3: การอ่านเศษส่วนและทศนิยม (Fractions & Decimals)

หลายคนมองว่าการอ่านเศษส่วนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยาก แต่จริงๆ แล้วเราแค่ประยุกต์ใช้ความรู้จาก แกรมม่าภาษาอังกฤษ เรื่องตัวเลขจำนวนนับและลำดับที่มารวมกันครับ

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
1/2 (A half / One-half) อะ ฮาล์ฟ / วัน-ฮาล์ฟ เศษหนึ่งส่วนสอง (ครึ่งหนึ่ง)
1/3 (One-third) วัน-เธิรด เศษหนึ่งส่วนสาม
2/3 (Two-thirds) ทู-เธิรดซ เศษสองส่วนสาม (เติม s ที่ตัวส่วน)
1/4 (A quarter / One-fourth) อะ ควอร-เทอร / วัน-ฟอรธ เศษหนึ่งส่วนสี่
0.5 (Zero point five) ซี-โร พอยนท ไฟฟว ศูนย์จุดห้า (ทศนิยมให้อ่านเรียงตัว)

หมวดที่ 4: การอ่านร้อยละ (Percentages)

สำหรับการอ่านเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละนั้นง่ายมากครับ เราแค่อ่านตัวเลขจำนวนนับตามปกติ แล้วตามด้วยคำว่า percent ได้เลยครับ

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
10% (Ten percent) เทน เพอร-เซนท สิบเปอร์เซ็นต์ (ร้อยละสิบ)
99.9% (Ninety-nine point nine percent) ไนน์-ที-ไนน์ พอยนท ไนน์ เพอร-เซนท เก้าสิบเก้าจุดเก้าเปอร์เซ็นต์
100% (A hundred percent) อะ ฮัน-เดรด เพอร-เซนท ร้อยเปอร์เซ็นต์ (เต็มจำนวน)

หมวดที่ 5: มาตราวัดพื้นฐาน (Basic Measurements)

เวลาที่เรา แต่งประโยคภาษาอังกฤษ เพื่อบรรยายน้ำหนัก ส่วนสูง หรือระยะทาง เราต้องใช้คำศัพท์กลุ่มมาตราวัดเหล่านี้ต่อท้ายเสมอครับ

คำศัพท์ (Vocabulary) คำอ่าน ความหมาย (Meaning)
Kilometer (km) คิ-โล-มี-เทอร กิโลเมตร (วัดระยะทาง)
Centimeter (cm) เซน-ทิ-มี-เทอร เซนติเมตร (วัดความยาว)
Kilogram (kg) คิ-โล-แกรม กิโลกรัม (วัดน้ำหนัก)
Liter (l) ลี-เทอร ลิตร (วัดปริมาตร)
Degree Celsius (°C) ดิ-กรี เซล-เซียส องศาเซลเซียส (วัดอุณหภูมิ)

เจาะลึกคำศัพท์ที่คนไทยมักใช้สับสน

เรื่องตัวเลขเป็นเรื่องที่ดูเหมือนจะง่าย แต่แฝงไปด้วยกับดักทางไวยากรณ์มากมายครับ อาจารย์ขอหยิบยกประเด็นสุดคลาสสิกที่ทำให้นักเรียนเสียคะแนนมานักต่อนักมาวิเคราะห์ให้ฟังครับ

  • ⚠️ จุดที่มักสับสนและข้อควรระวัง (Common Mistakes & Precautions): จุดที่พลาดบ่อยที่สุดคือ การเขียนเศษส่วนที่มีตัวเศษมากกว่า 1 คนไทยมักจะลืมเติม “s” ที่ตัวส่วนครับ เช่น 2/3 ต้องเขียนว่า Two-thirds ไม่ใช่ Two-third เพราะเมื่อตัวเศษ (2) เป็นพหูพจน์ ตัวส่วน (thirds) ต้องเป็นพหูพจน์ตามไปด้วยครับ อีกจุดคือการสับสนระหว่างเลข 12 (Twelve) และลำดับที่ 12 (Twelfth) ซึ่งต้องเปลี่ยน ve เป็น f เสียก่อนครับ
  • 💡 เทคนิคการจำฉบับอาจารย์ต้นอมร (Pro Memory Hacks): สำหรับการเขียนวันที่ ให้จำสูตร “1-st, 2-nd, 3-rd ที่เหลือยัด -th” (ยกเว้น 11th, 12th, 13th ที่ใช้ th เสมอ) และสำหรับเศษส่วนให้จำว่า “บนนับ ล่างดับ มากกว่าหนึ่งเติมเอส” (ตัวเศษ = เลขนับ 1, 2, 3 / ตัวส่วน = เลขลำดับ 1st, 2nd, 3rd / ถ้าตัวเศษมากกว่า 1 ให้เติม s ที่ตัวส่วน) ท่องแค่นี้ก็แม่นเป๊ะแล้วครับ

เทคนิคทำข้อสอบ TOEIC หมวดตัวเลขและมาตราวัด

ในการสอบ ข้อสอบ TOEIC ทักษะการฟัง (Listening) หมวดตัวเลขถือเป็นโจทย์เก็บคะแนนที่ห้ามพลาดเด็ดขาดครับ โดยเฉพาะใน Part 3 (Conversations) และ Part 4 (Talks) ผู้พูดมักจะบอกราคา วันที่ หรือเวลา ซึ่งมักจะมีเสียงหลอกที่คล้ายกัน เช่น เสียงลงท้าย -teen (13-19) กับ -ty (30-90) ต้องตั้งใจฟังการเน้นเสียงหนักเบาให้ดีครับ โดยปกติ -teen จะเน้นพยางค์หลัง ส่วน -ty จะเน้นพยางค์หน้าครับ

ส่วนใน Part 7 (Reading Comprehension) เรามักจะเจอตัวเลขในรูปแบบของกราฟ เปอร์เซ็นต์ส่วนลด หรือตารางสัดส่วน การคุ้นเคยกับการอ่านตัวเลขทศนิยมและร้อยละ จะช่วยให้เรากวาดสายตาหาข้อมูลเฉพาะ (Scanning) เพื่อมาตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาแปลทีละบรรทัดครับ

สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways

  • 📌 Cardinal Numbers = เลขจำนวนนับ ระวังการสะกดคำว่า Forty (ไม่มี u), Ninety (มี e), และ Eighth (มี t ตัวเดียว)
  • 📌 Ordinal Numbers = ลำดับที่ มักใช้กับวันที่ ชั้นของอาคาร ท่องสูตร 1st, 2nd, 3rd และที่เหลือส่วนใหญ่เติม -th
  • 📌 Fractions = เศษส่วนภาษาอังกฤษ ตัวเศษใช้เลขนับ ตัวส่วนใช้เลขลำดับ ถ้าตัวเศษมากกว่า 1 อย่าลืมเติม s ที่ตัวส่วนเสมอ
  • 📌 Decimals & Percentages = ทศนิยมให้อ่านเรียงตัว (point…) ส่วนร้อยละให้อ่านเลขนับแล้วตามด้วย percent ได้เลย

Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ

จงเลือกวิธีการอ่าน/เขียนที่ถูกต้องที่สุด

1. เศษ 3 ส่วน 4 ในภาษาอังกฤษเขียนอย่างไร?
A) Three-four
B) Three-fourths
C) Third-fours

2. วันที่ 22 สะกดเป็นลำดับที่ภาษาอังกฤษแบบย่อได้อย่างไร?
A) 22th
B) 22st
C) 22nd

👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำว่า Percent เติม s ได้หรือไม่?

ในภาษาอังกฤษทั่วไป คำว่า percent จะใช้ในรูปเอกพจน์เสมอครับ เช่น 20 percent (ไม่มี s) แต่เราอาจพบคำว่า percentages (มี s) ได้ในกรณีที่พูดถึง “อัตราส่วนร้อยละหลายๆ ค่า” ครับ

เลข 0 (ศูนย์) ในทศนิยม อ่านว่า O (โอ) หรือ Zero (ซีโร่)?

อ่านได้ทั้งสองแบบครับ ในภาษาพูดทั่วไปมักนิยมอ่านว่า O (โอ) เพื่อความรวดเร็ว เช่น 2.05 (Two point O five) แต่ถ้าต้องการความเป็นทางการหรือเน้นย้ำความแม่นยำทางคณิตศาสตร์ จะใช้คำว่า Zero (ซีโร่) ครับ

วันที่ในภาษาอังกฤษเขียนได้กี่แบบ?

หลักๆ มี 2 แบบครับ คือแบบบริติช (Day-Month-Year) เช่น 2nd May 2026 และแบบอเมริกัน (Month-Day-Year) เช่น May 2nd, 2026 ครับ

ทำไมลำดับที่ 11, 12, 13 ถึงไม่ลงท้ายด้วย st, nd, rd?

เพราะการลงท้ายด้วย st, nd, rd จะอิงจากตัวเลขหลักหน่วยที่ออกเสียงว่า first, second, third ครับ แต่เลข 11 (eleventh), 12 (twelfth), 13 (thirteenth) ไม่ได้มีเสียงเหล่านี้ผสมอยู่ จึงลงท้ายด้วย -th ตามกฎปกติครับ

ถ้าต้องการอ่านปี ค.ศ. เช่น 2026 ต้องอ่านอย่างไร?

การอ่านปี ค.ศ. นิยมอ่านทีละ 2 หลักครับ เช่น 2026 จะอ่านว่า Twenty twenty-six (ยี่สิบ ยี่สิบหก) แต่ก็สามารถอ่านแบบเต็มว่า Two thousand and twenty-six ได้เช่นกันครับ

✅ เฉลยและบทวิเคราะห์จากอาจารย์ต้นอมร:

เฉลยข้อ 1: B) Three-fourths
คำอธิบาย: ตามกฎการอ่านเศษส่วน ตัวเศษ (3) ใช้เลขจำนวนนับคือ Three ตัวส่วน (4) ใช้เลขลำดับที่คือ fourth และเนื่องจากตัวเศษมากกว่า 1 จึงต้องเติม s ที่ตัวส่วนด้วยครับ หรืออีกคำหนึ่งที่ใช้ได้คือ Three-quarters ครับ

เฉลยข้อ 2: C) 22nd
คำอธิบาย: วันที่ 22 ลงท้ายด้วยเลข 2 ซึ่งตรงกับลำดับที่ 2 คือ Second ดังนั้นเวลาเขียนตัวย่อจึงต้องนำตัวอักษร 2 ตัวสุดท้ายมาต่อท้าย กลายเป็น 22nd ครับ

🌐 บทความ:ดูบทเรียนทั้งหมดที่ เรียนภาษาอังกฤษฟรี โดย อ.ต้นอมร
📺 วิดีโอ:ฟรี! รวมคอร์สวิดีโอ เรียนภาษาอังกฤษ กับ อาจารย์ต้นอมร
อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว