บอกอาการไม่สบายภาษาอังกฤษ: คู่มือสื่อสารในโรงพยาบาล | อ.ต้นอมร

เคยรู้สึกไหมครับว่าเวลาเราไม่สบายตอนอยู่ต่างประเทศ ความกังวลใจไม่ได้อยู่ที่อาการป่วยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การจะสื่อสารให้คุณหมอเข้าใจได้อย่างไรว่าเราเจ็บตรงไหน ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกเนื้อหาการบอกอาการไม่สบายภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าโรงพยาบาลไปจนถึงขั้นตอนการรับใบรับรองแพทย์เพื่อให้ทุกคนสื่อสารได้อย่างมั่นใจครับ
- เรียนรู้ประโยคพื้นฐานในการนัดหมายแพทย์และการลงทะเบียนที่หน้าเคาน์เตอร์
- การระบุจุดที่เจ็บปวด (Location) และลักษณะของอาการ (Symptoms) อย่างละเอียด
- การสื่อสารเรื่องโรคประจำตัวและการแพ้ยาซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญถึงชีวิต
- ขั้นตอนการตรวจร่างกายและการขอใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate) เพื่อใช้ลางานหรือเคลมประกัน
- การสื่อสารที่แผนกต้อนรับและขั้นตอนการนัดหมายแพทย์
- การอธิบายอาการเจ็บป่วยและลักษณะของความรู้สึก
- การแจ้งข้อมูลโรคประจำตัว การแพ้ยา และภาวะสุขภาพเฉพาะ
- ขั้นตอนการตรวจร่างกายและการวินิจฉัยโดยแพทย์
- การรักษา การจ่ายยา และการขอใบรับรองแพทย์
- สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- รวมคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษที่ต้องรู้เมื่อไปโรงพยาบาลและคลินิก (Hospital & Medical English)
- คำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์ (Medical Places & People)
- คำศัพท์เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยและโรคที่พบบ่อย (Common Illnesses & Symptoms)
- ประโยคสำหรับการนัดหมายและติดต่อสอบถาม (Appointment & Registration)
- ประโยคสำหรับอธิบายอาการป่วย (Describing Your Symptoms)
- ประโยคสำหรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษา (Examination & Treatment)
- ประโยคเกี่ยวกับการใช้ยาและการชำระเงิน (Medication & Billing)
การสื่อสารที่แผนกต้อนรับและขั้นตอนการนัดหมายแพทย์
การแจ้งความประสงค์และการลงทะเบียนเบื้องต้น
เมื่อเราเดินเข้าไปในโรงพยาบาลหรือคลินิกในต่างประเทศ จุดแรกที่เราต้องเจอคือแผนกต้อนรับ (Reception) ครับ ในขั้นตอนนี้เราต้องแจ้งความประสงค์ให้ชัดเจนว่าต้องการพบแพทย์เพื่ออะไร จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนมาหลายคนมักจะประหม่าและใช้คำว่า I want to see a doctor ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ผิดครับ แต่ถ้าเราใช้คำว่า I’d like to see a doctor จะฟังดูสุภาพและเป็นมืออาชีพมากขึ้นในบริบทของสถานพยาบาลครับ
เจ้าหน้าที่มักจะถามเราเกี่ยวกับเรื่องการนัดหมาย (Appointment) เพราะโรงพยาบาลในหลายๆ ประเทศให้ความสำคัญกับระบบการจองล่วงหน้ามากครับ หากเราไม่ได้นัดไว้ เจ้าหน้าที่อาจจะถามว่า Is it urgent? เพื่อประเมินความสำคัญว่าเคสของเราเป็นเคสฉุกเฉินหรือไม่ การเตรียมตัวตอบคำถามเหล่านี้จะช่วยให้เราได้รับการบริการที่รวดเร็วขึ้นครับ
นอกจากนี้ เรื่องของประกันสุขภาพก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ครับ เจ้าหน้าที่อาจถามถึง Private medical insurance หรือประกันส่วนตัวที่เราทำไว้ เพราะค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศมักจะมีราคาสูงมาก การมี ปูพื้นฐานภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับเรื่องเอกสารเหล่านี้จะช่วยลดความวุ่นวายในการประสานงานเรื่องค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดีครับ
ประโยคที่พบบ่อยในการติดต่อสอบถาม
ในหัวข้อนี้อาจารย์ได้รวบรวมประโยคที่ทุกคนจะได้ใช้แน่นอนเมื่ออยู่ที่เคาน์เตอร์บริการครับ การพูดสื่อสารในโรงพยาบาลเราควรเน้นความชัดเจนและกระชับเพื่อให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลไปลงทะเบียนได้อย่างถูกต้องครับ
- I’d like to see a doctor. (ไอ ดะ ไลค ทู ซี อะ ดอคเทอะ) ฉันต้องการพบหมอ
- I’d like to make an appointment to see Dr. Smith. (ไอ ดะ ไลค ทู เมค แอน อะพอยเมินท ทู ซี ดอคเทอะ สมิธ) ฉันต้องการนัดพบคุณหมอสมิธ
- Do you have any doctors who speak Thai? (ดู ยู แฮฟ เอนนี ดอคเทอซ ฮู สปีค ไท) คุณมีหมอที่พูดภาษาไทยได้บ้างไหม
- Is it urgent? (อิส อิท เออเจินท) มันด่วนหรือเปล่า
- Do you have private medical insurance? (ดู ยู แฮฟ ไพรวิท เมดดิเคิล อินชัวเรินซ) คุณมีประกันสุขภาพส่วนตัวไหม
ในต่างประเทศ ระบบนัดหมายมีความสำคัญมากครับ หากไม่ใช่เคสฉุกเฉินจริงๆ อาจารย์แนะนำให้โทรไปนัดหมายล่วงหน้า และควรเตรียมข้อมูลเลขที่กรมธรรม์ประกันภัยติดตัวไว้เสมอ เพราะในหลายคลินิกเขาจะขอดูตั้งแต่ก่อนเข้าพบหมอเลยครับ
| คำศัพท์ (Vocabulary) | ความหมาย (Meaning) |
|---|---|
| Hospital | โรงพยาบาล |
| Clinic | คลินิก |
| Appointment | การนัดหมาย |
| Insurance | ประกันภัย |
| Urgent | ด่วน / ฉุกเฉิน |
การอธิบายอาการเจ็บป่วยและลักษณะของความรู้สึก
การบอกอาการทั่วไป (Common Symptoms)
เมื่อเข้าไปพบคุณหมอ คำถามแรกที่คุณหมอมักจะถามคือ What’s the problem? หรือ What are your symptoms? ซึ่งเป็นการถามถึงอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นครับ ในภาษาไทยเรามักจะพูดสั้นๆ ว่า “ปวดหัว” หรือ “เป็นไข้” แต่ในภาษาอังกฤษเรานิยมใช้โครงสร้าง I have got a… หรือ I’ve been feeling… เพื่ออธิบายสถานะของร่างกายเราครับ
ความแตกต่างของการใช้คำว่า Ache, Pain และ Sore เป็นสิ่งที่ลูกศิษย์มักจะสับสนบ่อยๆ ครับ คำว่า Ache มักใช้กับอาการปวดที่ต่อเนื่องยาวนาน เช่น Headache (ปวดหัว) ส่วน Pain มักใช้กับความเจ็บปวดที่รุนแรงหรือเกิดขึ้นทันที และ Sore มักจะใช้กับความรู้สึกระคายเคืองหรือเจ็บเวลาสัมผัส เช่น Sore throat (เจ็บคอ) การเลือกใช้คำให้ถูกจะช่วยให้หมอวินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้นครับ
สำหรับการอธิบายระยะเวลาของอาการ เรามักใช้ สรุปแกรมม่าภาษาอังกฤษ เรื่อง Present Perfect Continuous เพื่อบอกว่าเรามีอาการนี้มานานแค่ไหนแล้ว เช่น I’ve been feeling sick since yesterday. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอาการเริ่มตั้งแต่เมื่อวานและตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ครับ
มิติทางไวยากรณ์ในการบอกระยะเวลาของอาการ
- 📐 มิติด้านโครงสร้าง (Form): Subject + have/has + been + V.ing (Present Perfect Continuous) ใช้เพื่อเน้นความต่อเนื่องของอาการป่วยที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันครับ
- 🔍 มิติด้านความหมาย (Meaning): สื่อถึงสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปและยังคงเป็นอยู่ในขณะที่พูด มักใช้กับคำที่แสดงความรู้สึก เช่น feeling, aching, having…
- 🗣️ มิติด้านการนำไปใช้ (Use): ใช้เมื่อคุณหมอถามว่า How long have you been feeling like this? เราจะตอบว่า I’ve been having a fever for two days. ครับ
ตัวอย่างประโยคการบอกอาการที่พบบ่อย
- I’ve got a temperature. (ไอว ก็อท อะ เทมเพอระเชอะ) ฉันมีไข้
- I’ve got a sore throat. (ไอว ก็อท อะ โซ ธโรท) ฉันเจ็บคอ
- I’ve got a headache. (ไอว ก็อท อะ เฮดเดค) ฉันปวดหัว
- I’ve been feeling sick. (ไอว บีน ฟีลลิง ซิค) ฉันรู้สึกไม่สบาย / คลื่นไส้
- I’m very congested. (ไอม เวรี คันเจสทิด) ฉันคัดจมูก / อึดอัดมาก
- My joints are aching. (มาย จอยทซ อาร์ เอคคิง) ข้อต่อของฉันปวด
- I’ve got diarrhoea. (ไอว ก็อท ไดอะเรีย) ฉันท้องเสีย
- I’m constipated. (ไอม คอนซทิเพทิด) ฉันท้องผูก
คำว่า Sick ในภาษาอังกฤษแบบบริติช (British English) มักจะหมายถึงอาการอยากจะอาเจียน (Vomit) แต่ถ้าเป็นภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน (American English) จะหมายถึงไม่สบายโดยทั่วๆ ไปครับ ดังนั้นถ้าอยากบอกว่าไม่สบายเฉยๆ แนะนำให้ใช้ประโยค I don’t feel well จะเข้าใจตรงกันที่สุดครับ
การแจ้งข้อมูลโรคประจำตัว การแพ้ยา และภาวะสุขภาพเฉพาะ
โรคประจำตัวและข้อจำกัดทางร่างกาย
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในกระบวนการรักษาครับ การแจ้งข้อมูลเรื่องโรคประจำตัว (Pre-existing conditions) หรือการแพ้ยา (Allergies) เป็นสิ่งที่ต้องแม่นยำมาก หากเราบอกข้อมูลผิดพลาดอาจส่งผลต่อแผนการรักษาและการจ่ายยาของคุณหมอได้ครับ ในห้องเรียนอาจารย์มักจะเน้นให้จำชื่อโรคประจำตัวของตัวเองในภาษาอังกฤษให้ขึ้นใจครับ
โครงสร้างประโยคที่เราใช้คือ I am + [ชื่อโรคในรูป Adjective] หรือ I have + [ชื่อโรคในรูป Noun] เช่น I am diabetic หรือ I have diabetes ครับ ทั้งสองแบบสื่อความหมายเดียวกันคือเราเป็นโรคเบาหวาน การเตรียมตัวฝึก แต่งประโยคภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับสุขภาพจะช่วยให้เราสื่อสารเรื่องสำคัญนี้ได้อย่างไม่ตกหล่นครับ
นอกจากนี้ หากเรากำลังใช้ยาตัวไหนอยู่เป็นประจำ ควรแจ้งคุณหมอด้วยประโยค I’m on medication for… ตามด้วยชื่อโรค เพื่อให้คุณหมอตรวจสอบว่ายาใหม่ที่จะจ่ายให้นั้นสามารถทานร่วมกันได้หรือไม่ครับ
ตัวอย่างประโยคเรื่องโรคประจำตัวและการแพ้ยา
- I’m asthmatic. (ไอม แอธแมททิค) ฉันเป็นโรคหืด
- I’m diabetic. (ไอม ไดอะเบททิค) ฉันเป็นโรคเบาหวาน
- I’m epileptic. (ไอม เอพิเลพทิค) ฉันเป็นโรคลมบ้าหมู
- I’m allergic to antibiotics. (ไอม อะเลอจิค ทู แอนทีไบออททิคซ) ฉันแพ้ยาปฏิชีวนะ
- I’m having difficulty breathing. (ไอม แฮฟวิง ดิฟฟิคัลที บรีธธิง) ฉันหายใจลำบาก
- I think I might be pregnant. (ไอ ธิงค ไอ ไมท บี เพรกเนินท) ฉันคิดว่าฉันอาจจะตั้งครรภ์
| สภาวะ/โรค (Condition) | ความหมายภาษาไทย (Meaning) |
|---|---|
| Allergy / Allergic | อาการแพ้ / แพ้ |
| Asthma | โรคหืด |
| Diabetes | โรคเบาหวาน |
| Epilepsy | โรคลมบ้าหมู |
| High blood pressure | ความดันโลหิตสูง |
ขั้นตอนการตรวจร่างกายและการวินิจฉัยโดยแพทย์
การปฏิบัติตามคำสั่งของคุณหมอ
เมื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจร่างกาย (Physical Examination) คุณหมอจะให้คำแนะนำเป็นชุดคำสั่งสั้นๆ ครับ เช่น การขอให้เราอ้าปาก ไอ หรือวัดความดันโลหิต การเข้าใจคำศัพท์เหล่านี้จะช่วยให้การตรวจราบรื่นขึ้นมากครับ สิ่งที่พบบ่อยคือคุณหมอจะพูดว่า I’m going to take your… ตามด้วยสิ่งที่หมอจะวัด เช่น Blood pressure (ความดันโลหิต), Temperature (อุณหภูมิ) หรือ Pulse (ชีพจร) ครับ
ในการตรวจบางกรณี หมออาจต้องการตัวอย่างของเหลวในร่างกาย เช่น Urine sample (ตัวอย่างปัสสาวะ) หรือ Blood sample (ตัวอย่างเลือด) เพื่อนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมครับ หากคุณหมอต้องการส่งเราไปทำเอกซเรย์ก็จะใช้ประโยค I want to send you for an x-ray ครับ
สำหรับใครที่กำลังเตรียมสอบ แนวข้อสอบ TOEIC คำศัพท์ทางการแพทย์เหล่านี้ก็มักจะปรากฏในข้อสอบพาร์ทการฟังบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในบริบทของการลาป่วยหรือการนัดหมายแพทย์ในที่ทำงานครับ ดังนั้นการจดจำคำศัพท์กลุ่มนี้จึงได้ประโยชน์ทั้งในชีวิตจริงและการสอบเลยครับ
ประโยคที่หมอใช้ระหว่างการตรวจ
- Can I have a look? (แคน ไอ แฮฟ อะ ลุค) ขอหมอดูหน่อยได้ไหม
- Where does it hurt? (แวร์ ดัส อิท เฮิร์ท) เจ็บตรงไหน
- Does it hurt when I press here? (ดัส อิท เฮิร์ท เว็น ไอ เพรส เฮียร์) เจ็บไหมตอนที่หมอกดตรงนี้
- Could you roll up your sleeve? (คูด ยู โรล อัพ ยัว สลีฟ) ช่วยพับแขนเสื้อขึ้นหน่อย
- Open your mouth, please. (โอเพิน ยัว เมาธ พลีส) กรุณาอ้าปาก
- Cough, please. (คอฟ พลีส) กรุณาไอ
เวลาหมอถามว่า Where does it hurt? หากเราไม่รู้คำศัพท์เรียกอวัยวะนั้นๆ ให้ชี้ไปที่จุดที่ปวดแล้วบอกว่า It hurts right here. (เจ็บตรงนี้แหละ) ก็ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องคำศัพท์อวัยวะที่ซับซ้อนมากจนเกินไป ความชัดเจนในการสื่อสารตำแหน่งคือสิ่งสำคัญที่สุดครับ
การรักษา การจ่ายยา และการขอใบรับรองแพทย์
คำแนะนำในการทานยาและการดูแลตนเอง
หลังจากตรวจเสร็จแล้ว คุณหมอจะสรุปแนวทางการรักษา (Treatment) และสั่งยา (Prescription) ให้เราครับ คุณหมออาจจะพูดว่า I’m going to prescribe you some… ซึ่งหมายถึงหมอกำลังจะสั่งยาประเภทนั้นๆ ให้เราครับ สิ่งที่ต้องตั้งใจฟังเป็นพิเศษคือวิธีการทานยา เช่น ทานกี่เม็ดต่อวัน หรือต้องทานกี่ครั้งครับ
ตัวอย่างเช่น Take two of these pills three times a day หมายความว่าให้ทานยาครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้งครับ นอกจากเรื่องยาแล้ว หมออาจจะให้คำแนะนำเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Lifestyle advice) เช่น You should stop smoking (คุณควรเลิกบุหรี่) หรือ You need to lose some weight (คุณต้องพยายามลดน้ำหนัก) ซึ่งล้วนส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวครับ
การศึกษา รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับการรักษาจะช่วยให้เราทำตามคำแนะนำของแพทย์ได้อย่างถูกต้อง ไม่ทานยาผิดขนาด หรือทำตามข้อห้ามได้อย่างแม่นยำครับ
การขอใบรับรองแพทย์ (Medical Certificate)
สำหรับการลาป่วย (Sick leave) หรือการเคลมประกัน เราจำเป็นต้องขอ “ใบรับรองแพทย์” ครับ ในภาษาอังกฤษเราเรียกได้หลายแบบ แบบที่เป็นทางการคือ Medical Certificate แต่ถ้าคุยกับหมอแบบเป็นกันเองหรือเรียกสั้นๆ ในออฟฟิศ เรามักจะใช้คำว่า Sick note ครับ
ประโยคที่เราสามารถใช้ขอหมอได้คือ I need a sick note for my work. หรือ Could you provide me with a medical certificate, please? ครับ อย่าลืมตรวจสอบชื่อ-นามสกุล และรายละเอียดวันที่ที่หมอระบุให้หยุดพักผ่อนว่าถูกต้องหรือไม่ก่อนออกจากห้องตรวจด้วยนะครับ
| ประโยคการรักษา (Treatment Phrasing) | ความหมาย (Meaning) |
|---|---|
| I’m going to give you an injection. | หมอจะฉีดยาให้คุณ |
| You need to have a blood test. | คุณต้องตรวจเลือด |
| Take this prescription to the chemist. | นำใบสั่งยานี้ไปที่ร้านขายยา |
| I want you to see a specialist. | หมออยากให้คุณไปพบผู้เชี่ยวชาญ |
| You need a few stitches. | คุณต้องเย็บแผลเล็กน้อย |
สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- 📌 การบอกอาการไม่สบายภาษาอังกฤษ = ควรใช้โครงสร้างประโยคที่ชัดเจน เช่น I have a… หรือ I feel… เพื่อระบุอาการเจ็บป่วยให้คุณหมอเข้าใจได้แม่นยำ
- 🏥 การลงทะเบียน = เตรียมข้อมูลเรื่องการนัดหมายและประกันสุขภาพให้พร้อมก่อนการสื่อสารที่แผนกต้อนรับ
- ⚠️ ความปลอดภัย = การแจ้งเรื่องโรคประจำตัวและการแพ้ยาเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องทำทุกครั้งที่พบแพทย์
- 📄 ใบรับรองแพทย์ = เรียกว่า Medical Certificate หรือ Sick note ซึ่งจำเป็นสำหรับการลางานและเคลมประกัน
- 💡 การทานยา = ตั้งใจฟังคำแนะนำเรื่องจำนวนเม็ด (Pills) และความถี่ (Times a day) เพื่อประสิทธิภาพในการรักษา
Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
ลองแปลประโยคต่อไปนี้เป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้คุณหมอเข้าใจอาการของคุณครับ:
1. ฉันมีไข้และเจ็บคอมา 3 วันแล้ว
2. ฉันต้องการใบรับรองแพทย์เพื่อลางาน
3. ฉันแพ้ยาปฏิชีวนะ
4. ฉันต้องทานยานี้วันละกี่ครั้ง
👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำว่า Sick กับ Ill ต่างกันอย่างไร
คำว่า Ill มักจะดูเป็นทางการกว่าและใช้สื่อถึงอาการป่วยที่อาจจะหนักกว่าหรือเรื้อรัง ส่วน Sick มักใช้พูดถึงอาการไม่สบายทั่วไป หรือในบางบริบทหมายถึงอาการคลื่นไส้ครับ
ถ้าต้องการขอยาแก้ปวดหัวที่เคาน์เตอร์ร้านยาต้องพูดว่าอย่างไร
สามารถพูดได้ว่า I have a headache. Can I have some painkillers, please? ครับ คำว่า painkillers หมายถึงยาแก้ปวดครับ
ถ้าเจ็บมากจนทนไม่ไหว (Emergency) ต้องบอกว่าอย่างไร
ควรใช้คำว่า It’s an emergency! และ I’m in extreme pain! เพื่อให้เจ้าหน้าที่รีบเข้าช่วยเหลือทันทีครับ
Medical Certificate กับ Sick note ต่างกันอย่างไร
ความหมายเหมือนกันครับ แต่ Medical Certificate เป็นภาษาทางการที่ใช้ในเอกสาร ส่วน Sick note เป็นคำเรียกทั่วไปที่พนักงานมักจะใช้บอกเจ้านายเวลาลาป่วยครับ
ถ้าหมอถามเรื่องแอลกอฮอล์ว่า How much alcohol do you drink? ควรตอบอย่างไร
เราสามารถตอบตามความเป็นจริงเป็นจำนวนแก้วต่อสัปดาห์ เช่น I drink about two glasses a week. หรือถ้าไม่ดื่มเลยก็ตอบว่า I don’t drink alcohol. ครับ
1. I’ve had a temperature and a sore throat for three days. (ใช้ Present Perfect เพื่อบอกระยะเวลาที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน)
2. I need a medical certificate for my sick leave. (ใช้คำว่า Medical Certificate เพื่อความทางการ)
3. I’m allergic to antibiotics. (ใช้ Adjective: allergic คู่กับ Preposition: to)
4. How many times a day should I take this medication? (ใช้ How many times a day เพื่อถามความถี่ในการทานยา)
รวมคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษที่ต้องรู้เมื่อไปโรงพยาบาลและคลินิก (Hospital & Medical English)
คำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่และบุคลากรทางการแพทย์ (Medical Places & People)
| คำศัพท์ (Vocabulary) | คำอ่าน | ความหมาย (Meaning) |
|---|---|---|
| Hospital | (ฮอส’พิเทิล) | โรงพยาบาล |
| Clinic | (คลี’นิค) | คลินิก |
| Doctor / Physician | (ดอค’เทอะ / ฟิซิส’เชิน) | หมอ, แพทย์ |
| Specialist | (สเพช’เชิลลิสทฺ) | แพทย์เฉพาะทาง |
| Nurse | (เนิร์ส) | พยาบาล |
| Pharmacist | (ฟาร์’มะซิสทฺ) | เภสัชกร |
| Emergency Room (ER) | (อิเมอ’เจินซี รูม) | ห้องฉุกเฉิน |
| Outpatient Dept. (OPD) | (เอาทฺ’เพเชินทฺ) | แผนกผู้ป่วยนอก |
คำศัพท์เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยและโรคที่พบบ่อย (Common Illnesses & Symptoms)
| คำศัพท์ (Vocabulary) | คำอ่าน | ความหมาย (Meaning) |
|---|---|---|
| Symptom | (ซิมพฺ’เทิม) | อาการป่วย |
| Sore throat | (ซอร์ โธรท) | เจ็บคอ |
| Headache | (เฮด’เอค) | ปวดหัว |
| Dizziness / Faint | (ดิซ’ซิเนส / เฟนทฺ) | เวียนหัว / หน้ามืด |
| Nausea | (นอ’เซีย) | คลื่นไส้ |
| Office Syndrome | (ออฟ’ฟิศ ซินโดรม) | กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม |
| Stiff neck / Back pain | (สทิฟ เนค / แบค เพน) | คอเคล็ด / ปวดหลัง |
| Diarrhoea | (ไดอะเรีย’) | ท้องร่วง, ท้องเสีย |
| Allergy | (แอล’ เลอจี) | ภูมิแพ้ |
ประโยคสำหรับการนัดหมายและติดต่อสอบถาม (Appointment & Registration)
| ประโยคภาษาอังกฤษ (English Phrases) | ความหมาย (Thai Meaning) |
|---|---|
| I’d like to see a doctor. | ฉันต้องการพบหมอ |
| I’d like to make an appointment to see Dr… | ฉันต้องการนัดพบหมอ… (ระบุชื่อ) |
| Do you have any doctors who speak Thai? | มีคุณหมอที่พูดภาษาไทยได้ไหม |
| Do you have private medical insurance? | คุณมีประกันสุขภาพส่วนตัวไหม |
| Is this covered by my insurance policy? | กรมธรรม์ของฉันครอบคลุมค่ารักษาไหม |
| I need an ambulance. | ฉันต้องการรถพยาบาล |
ประโยคสำหรับอธิบายอาการป่วย (Describing Your Symptoms)
| ประโยคภาษาอังกฤษ (English Phrases) | ความหมาย (Thai Meaning) |
|---|---|
| I’ve been feeling sick since yesterday. | ฉันรู้สึกไม่สบายมาตั้งแต่เมื่อวาน |
| It’s a sharp pain / It’s a dull ache. | มันปวดแปลบๆ / มันปวดแบบหนึบๆ |
| My joints are aching and I feel tired. | ฉันปวดตามข้อและรู้สึกเหนื่อยล้า |
| I’m having difficulty breathing. | ฉันหายใจลำบาก |
| I’m allergic to antibiotics / peanuts. | ฉันแพ้ยาปฏิชีวนะ / แพ้ถั่ว |
| On a scale of 1 to 10, the pain is at 7. | ถ้าคะแนน 1 ถึง 10 ความเจ็บนี้อยู่ที่ระดับ 7 |
ประโยคสำหรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษา (Examination & Treatment)
| ประโยคภาษาอังกฤษ (English Phrases) | ความหมาย (Thai Meaning) |
|---|---|
| Does it hurt when I press here? | กดตรงนี้เจ็บไหม (คุณหมอถาม) |
| I’m going to take your blood pressure. | หมอจะวัดความดันโลหิตให้คุณนะ |
| You need to have a blood test / X-ray. | คุณต้องเจาะเลือดตรวจ / เอ็กซเรย์ |
| You’re going to need a few stitches. | คุณจำเป็นต้องเย็บแผลเล็กน้อย |
| I’m going to give you an injection. | หมอจะฉีดยาให้คุณนะ |
ประโยคเกี่ยวกับการใช้ยาและการชำระเงิน (Medication & Billing)
| ประโยคภาษาอังกฤษ (English Phrases) | ความหมาย (Thai Meaning) |
|---|---|
| Will this medicine make me drowsy? | ยานี้กินแล้วจะง่วงไหม |
| Take two of these pills three times a day. | ทานยานี้ครั้งละ 2 เม็ด วันละ 3 ครั้ง |
| I need a medical certificate / sick note. | ฉันต้องการใบรับรองแพทย์ |
| I need a detailed medical report for insurance. | ฉันต้องการรายงานการแพทย์แบบละเอียดเพื่อเคลมประกัน |
| Can I pay by credit card? | ชำระด้วยบัตรเครดิตได้ไหม |




