การบอกเวลาภาษาอังกฤษ และการอ่านเวลา สรุป AM PM พร้อมตารางตัวอย่าง ครบจบในที่เดียว

บอกเวลา ภาษาอังกฤษ

การบอกเวลาภาษาอังกฤษดูเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่หลายคนยังสับสนระหว่างการอ่านแบบ British และ American รวมถึงการใช้ AM PM ที่ถูกต้อง บทความนี้ อาจารย์ต้นอมร ได้รวบรวมวิธีอ่านเวลาภาษาอังกฤษทุกรูปแบบที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ประโยคสนทนา คำอ่านภาษาไทย ไปจนถึง “ระบบเวลาทหาร (Military Time)” มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว เพื่อให้คุณนำไปใช้ทำงาน สอบ หรือสื่อสารได้อย่างมั่นใจ 100% ครับ

1. ตารางสรุปการบอกเวลาภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยที่สุด (Quick Summary)

สำหรับใครที่ต้องการคำตอบเร่งด่วน นี่คือสรุปเวลาที่คนมักถามบ่อยที่สุด ทั้งแบบทางการ (British) และแบบตัวเลขทั่วไป (American) สามารถเซฟตารางนี้เก็บไว้ดูได้เลยครับ

เวลา (Digital) ช่วงเวลา / คำเรียก แบบทางการ (British) แบบทั่วไป (American / AM-PM)
06:00 6 โมงเช้า Six o’clock 6:00 AM
08:30 8 โมงครึ่ง Half past eight Eight thirty
10:00 10 โมงเช้า Ten o’clock 10:00 AM
12:00 เที่ยงวัน Noon / Midday 12:00 PM
13:00 บ่ายโมง One o’clock 1:00 PM
15:15 บ่ายสามโมงสิบห้า A quarter past three Three fifteen
18:00 6 โมงเย็น Six o’clock 6:00 PM
00:00 เที่ยงคืน Midnight 12:00 AM

2. ตัวย่อเวลาภาษาอังกฤษ AM และ PM คืออะไร ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง

ในภาษาอังกฤษจะใช้ ระบบเวลาแบบ 12 ชั่วโมง เป็นหลัก โดยตัวย่อเหล่านี้มีรากศัพท์มาจากภาษาละติน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบอกเวลาครับ

  • a.m. (Ante Meridiem): แปลว่า “ก่อนเที่ยงวัน” (Before midday) ใช้บอกเวลาตั้งแต่ หลังเที่ยงคืน จนถึง ก่อนเที่ยงวัน (00:01 – 11:59) หรือก็คือช่วงเช้านั่นเอง
  • p.m. (Post Meridiem): แปลว่า “หลังเที่ยงวัน” (After midday) ใช้บอกเวลาตั้งแต่ เที่ยงวัน จนถึง ก่อนเที่ยงคืน (12:00 – 23:59) หรือช่วงบ่ายถึงค่ำ

💡 เทคนิคการเขียนและการใช้ a.m. / p.m. สไตล์เจ้าของภาษา โดย อ.ต้นอมร

  1. การเขียนเชิงธุรกิจให้ถูกต้อง: แม้เราจะเขียนได้ทั้ง AM, P.M., หรือ am แต่หากต้องการความถูกต้องระดับมืออาชีพตามหลักสากล ควรเขียนด้วยตัวพิมพ์เล็กและมีจุดคั่น คือ a.m. และ p.m. และ ต้องเว้นวรรค 1 เคาะหลังตัวเลขเสมอ เช่น 9:00 a.m. จะถูกต้องกว่า 9:00a.m. ครับ
  2. การละเว้น a.m./p.m.: หากประโยคนั้นมีบริบทเวลาที่ชัดเจนอยู่แล้ว เราสามารถตัด a.m. หรือ p.m. ทิ้งได้เลยเพื่อความเป็นธรรมชาติ เช่น “If I wake up at 6, I will go to school on time.” (ถ้าฉันตื่น 6 โมง ฉันจะไปโรงเรียนทันเวลา – ย่อมหมายถึงตอนเช้าอยู่แล้ว จึงไม่ต้องใส่ a.m.)
  3. การระบุช่วงเวลาแทน: สามารถใช้คำบอกช่วงเวลาแทนการใส่ a.m./p.m. ได้ เช่น in the morning (ตอนเช้า), in the afternoon (ตอนบ่าย), in the evening (ตอนเย็น) หรือ at night (ตอนกลางคืน) ตัวอย่างเช่น 09:00 a.m. = nine o’clock in the morning.

3. การบอกเวลาภาษาอังกฤษแบบ British English (เน้นความเป็นทางการ)

การบอกเวลาแบบอังกฤษ (Traditional Time) ถือเป็นสไตล์ที่ฝรั่งนิยมใช้พูดกันมากในชีวิตประจำวัน กฎเหล็กที่ต้องจำคือ ให้อ่านนาทีก่อน แล้วตามด้วยชั่วโมง” โดยมีหลักการแบ่งครึ่งหน้าปัดนาฬิกาดังนี้ครับ

3.1 การใช้ O’clock (ชั่วโมงตรงเป๊ะ)

ใช้คำว่า o’clock (ย่อมาจาก of the clock) เฉพาะกับเวลาที่ “ไม่มีเศษนาที” เท่านั้น

  • 09:00 = Nine o’clock (เก้าโมงตรง)
  • 18:00 = Six o’clock (หกโมงเย็น)

3.2 ฝั่งขวาของหน้าปัด (นาทีที่ 1 ถึง 30): ใช้คำว่า PAST

หากเวลาผ่านชั่วโมงมาแล้ว แต่ยังไม่เกิน 30 นาที ให้บอก “นาที” ตามด้วย past แล้วปิดท้ายด้วยชั่วโมงที่ผ่านมา

  • 01:05 = five past one (หนึ่งนาฬิกาห้านาที)
  • 05:10 = ten past five (ห้านาฬิกาสิบนาที)
  • 08:25 = twenty-five past eight (แปดนาฬิกายี่สิบห้านาที)

3.3 ฝั่งซ้ายของหน้าปัด (นาทีที่ 31 ถึง 59): ใช้คำว่า TO

หากเวลาเลยครึ่งชั่วโมงมาแล้ว กฎจะเปลี่ยนทันที! ให้บอกนาทีที่ เหลืออยู่” ก่อนจะถึงชั่วโมงถัดไป ตามด้วย to แล้วตามด้วยชั่วโมงถัดไป (อย่าลืมปัดชั่วโมงขึ้นนะครับ)

  • 08:50 = ten to nine (อีก 10 นาทีจะ 9 โมง)
  • 09:40 = twenty to ten (อีก 20 นาทีจะ 10 โมง)
  • 01:55 = five to two (อีก 5 นาทีจะบ่ายสอง)

3.4 กฎพิเศษสำหรับ 15 และ 30 นาที (A Quarter / Half)

ฝรั่งมักไม่พูด 15 หรือ 30 ตรงๆ แต่จะใช้คำศัพท์เฉพาะเพื่อให้ดูโปรขึ้น:

  • A quarter past (…กับอีก 15 นาที): เช่น 06:15 = a quarter past six
  • Half past (…กับอีก 30 นาที): เช่น 06:30 = half past six
  • A quarter to (อีก 15 นาทีจะถึง…): เช่น 05:45 = a quarter to six

4. การบอกเวลาภาษาอังกฤษแบบ American และ Military Time

แบบ American English (อ่านตัวเลขเรียงกันตรงๆ)

วิธีนี้ง่ายที่สุดและคล้ายกับที่คนไทยใช้ คือ อ่านตัวเลขภาษาอังกฤษ “ชั่วโมง” ตามด้วย “นาที” ไปเลย เหมาะกับการบอกเวลาแบบดิจิทัล

  • 10:15 = Ten fifteen (สิบนาฬิกาสิบห้านาที)
  • 10:30 = Ten thirty
  • 09:05 = Nine O five (ระวัง! หากนาทีเป็นเลขหลักเดียว 01-09 ให้อ่านเลขศูนย์ว่าเสียง “โอ”)

ระบบเวลาทหาร (Military Time) คืออะไร?

Military Time คือ ระบบเวลาแบบ 24 ชั่วโมง ที่ไม่ใช้ a.m. หรือ p.m. แม้ฝรั่งทั่วไปในชีวิตประจำวันจะใช้ระบบ 12 ชั่วโมง แต่ในกิจการทหาร, ตารางการบิน, การเดินทาง หรือโรงพยาบาล จะบังคับใช้ Military Time เสมอ เพื่อป้องกันความผิดพลาดระดับร้ายแรงจากการสื่อสารเวลาผิด

  • 19:15 น. = Nineteen fifteen
  • 20:50 น. = Twenty fifty

5. ประโยคถาม-ตอบเรื่องเวลา พร้อมคำอ่านภาษาไทย สไตล์ อ.ต้นอมร

เมื่อเจอชาวต่างชาติเดินมาถามเวลา คุณสามารถนำประโยคเหล่านี้ไปใช้สื่อสารได้ทันทีครับ

ประโยคคำถาม (Asking the Time):

  • What’s the time? (วอทสฺ เฑอะ ไทมฺ) = ตอนนี้กี่โมง
  • What time is it? (วอท ไทมฺ อิสฺ อิทฺ) = ตอนนี้กี่โมง
  • Could you tell me the time, please? (คูลดฺ ยู เทลฺ มี เฑอะ ไทมฺ พลีสฺ) = ช่วยบอกเวลาตอนนี้ได้ไหม (แบบสุภาพ)
  • Do you have the time? (ดู ยู แฮฟ เฑอะ ไทมฺ) = พอจะรู้ไหมว่ากี่โมงแล้ว?
  • Do you happen to have the time? (ดู ยู แฮพเพินฺ ทู แฮฟฺว เฑอะ ไทมฺ) = คุณพอจะรู้ไหมตอนนี้กี่โมงแล้ว

ประโยคคำตอบ และคำวิเศษณ์ระบุเวลา (Telling the Time): ในการตอบ ให้ขึ้นต้นด้วยโครงสร้าง “It’s…” (อิทสฺ…) เสมอ และสามารถเติมคำศัพท์เหล่านี้เพื่อให้การบอกเวลาดูแม่นยำและเป็นธรรมชาติเหมือนฝรั่งแท้ๆ ครับ

  • It’s exactly … = …ตรงเป๊ะ (เช่น It’s exactly nine o’clock = 9 โมงตรงเป๊ะ)
  • It’s about … / around … = ประมาณ… (เช่น It’s about nine o’clock)
  • It’s almost … / nearly … = เกือบจะ… (เช่น It’s nearly ten = เกือบจะ 10 โมงแล้ว)
  • It’s just gone … = เพิ่งจะ (ผ่านไป)…

ประโยคเกี่ยวกับนาฬิกา: หากอยากบอกว่านาฬิกาเราเดินเพี้ยน สามารถพูดได้ว่า “My watch is fast” (นาฬิกาฉันเดินเร็วไป) หรือ “That clock’s a little slow” (นาฬิกานั้นเดินช้าไปนิดหน่อย) ครับ

6. ตารางคำศัพท์การอ่านชั่วโมงตรง (1-12 O’clock) เทียบสไตล์คนไทย

อ.ต้นอมร เข้าใจดีว่าผู้เรียนชาวไทยหลายคนมักสับสนเวลาต้องแปลเวลาฝรั่งกลับมาเป็นเวลาไทย เพื่อความชัวร์ นี่คือตารางเทียบคำศัพท์แบบ 1 ต่อ 1 ที่จำง่ายที่สุดครับ

  • one o’clock = ตีหนึ่ง / สิบสามนาฬิกา
  • two o’clock = ตีสอง / สิบสี่นาฬิกา
  • three o’clock = ตีสาม / สิบห้านาฬิกา
  • four o’clock = ตีสี่ / สิบหกนาฬิกา
  • five o’clock = ตีห้า / สิบเจ็ดนาฬิกา
  • six o’clock = หกโมงเช้า / สิบแปดนาฬิกา (6 โมงเย็น)
  • seven o’clock = เจ็ดโมงเช้า / สิบเก้านาฬิกา (1 ทุ่ม)
  • eight o’clock = แปดโมงเช้า / ยี่สิบนาฬิกา (2 ทุ่ม)
  • nine o’clock = เก้าโมงเช้า / ยี่สิบเอ็ดนาฬิกา (3 ทุ่ม)
  • ten o’clock = สิบโมงเช้า / ยี่สิบสองนาฬิกา (4 ทุ่ม)
  • eleven o’clock = สิบเอ็ดโมง / ยี่สิบสามนาฬิกา (5 ทุ่ม)
  • twelve o’clock = สิบสองนาฬิกา / ยี่สิบสี่นาฬิกา

7. FAQ คำถามที่อาจารย์ต้นอมรพบบ่อย

7.1 12:00 กลางวัน กับ 12:00 กลางคืน สรุปต้องใช้ a.m. หรือ p.m.

เป็นจุดที่สับสนกันทั่วโลกครับ อาจารย์แนะนำให้จำง่ายๆ ตามนี้ เที่ยงวัน (12:00 น.) = ใช้ 12:00 p.m. หรือพูดว่า Noon / Midday ก็ได้ ส่วนเที่ยงคืน (00:00 น.) = ใช้ 12:00 a.m. หรือพูดว่า Midnight ครับ

7.2 เวลา 15:00 น. พูดว่า “Fifteen o’clock” ได้ไหม

ไม่ได้เด็ดขาดครับ ฝรั่งจะไม่ใช้ตัวเลข 13-24 คู่กับคำว่า o’clock เพราะคำว่า o’clock ภาษาอังกฤษจะใช้สำหรับการบอกเวลาระบบ 12 ชั่วโมงเท่านั้น ดังนั้น 15:00 น. จะต้องอ่านว่า Three o’clock หรือ 3:00 p.m. ครับ

7.3 ถามว่า “What is the time?” ผิดไหม

ไม่ผิดหลักไวยากรณ์ครับ สามารถใช้ถามเวลาได้เช่นกัน แต่ในความเป็นจริงฝรั่งเจ้าของภาษาจะนิยมใช้คำว่า “What time is it?” หรือ “What’s the time?” เพื่อถามเวลามากกว่าครับ

7.4 การอ่านเวลาภาษาอังกฤษมีกี่แบบ และต่างกันอย่างไร

การอ่านเวลาภาษาอังกฤษหลักๆ มี 2 แบบคือ แบบ British English ที่นิยมบอกนาทีก่อนแล้วตามด้วย Past หรือ To (เช่น 10:15 คือ A quarter past ten) และแบบ American English ที่นิยมอ่านตัวเลขชั่วโมงตามด้วยนาทีตรงๆ (เช่น 10:15 คือ Ten fifteen) ซึ่งแบบอเมริกันจะเข้าใจง่ายและเป็นที่นิยมในการสื่อสารทั่วไปครับ

7.5 การใช้ AM และ PM บอกเวลาภาษาอังกฤษ มีหลักการอย่างไร

AM (ante meridiem) ใช้สำหรับเวลาหลังเที่ยงคืนถึงก่อนเที่ยงวัน (00:01 – 11:59) ส่วน PM (post meridiem) ใช้สำหรับเวลาหลังเที่ยงวันถึงก่อนเที่ยงคืน (12:00 – 23:59) ครับ เช่น 8:00 AM คือแปดโมงเช้า และ 8:00 PM คือสองทุ่มครับ

7.6 เที่ยงวัน และ เที่ยงคืน ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่าอะไรได้บ้าง

เที่ยงวัน สามารถใช้คำว่า Noon หรือ Midday (12:00 PM) ส่วนเที่ยงคืน ใช้คำว่า Midnight (12:00 AM) เพื่อความชัดเจนในการสื่อสารและป้องกันความสับสนในการใช้ตัวเลขครับ

7.7 คำว่า o’clock ใช้ตอนไหนในการบอกเวลา

เราจะใช้คำว่า o’clock (ย่อมาจาก of the clock) เฉพาะกับการบอกเวลาที่เป็น “ชั่วโมงตรง” หรือไม่มีเศษนาทีเท่านั้นครับ เช่น 9:00 (Nine o’clock) แต่ถ้ามีเศษนาทีเช่น 9:05 เราจะไม่ใช้คำนี้ครับ

🌐 บทความ:ดูบทเรียนทั้งหมดที่ เรียนภาษาอังกฤษฟรี โดย อ.ต้นอมร
📺 วิดีโอ:ฟรี! รวมคอร์สวิดีโอ เรียนภาษาอังกฤษ กับ อาจารย์ต้นอมร
อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

อาจารย์ต้นอมร
รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว