Participle คืออะไร ความหมาย มีกี่แบบ ใช้อย่างไร ตัวอย่างประโยคพร้อมคำแปล

Participles คืออะไร
Participles คือ คำกริยาที่เติม -ing หรือ -ed (V.3) ทำหน้าที่ได้หลากหลาย โดย Part of speech ที่มักเจอคือรูปของคำคุณศัพท์ (Adjective) และใช้ในประโยครูป Passive Voice
Participles มีอะไรบ้าง
Participles จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Present Participle และ Past Participle
1. Present Participle
Present Participle คือ คำกริยา (Verb) ที่เติม -ing (V.ing) ซึ่งมีลักษณะการใช้เด่น ๆ 4 แบบ ดังนี้
1.) ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) เพื่อขยายคำนาม (Noun) โดยคำนามนั้นกระทำกริยาเอง
Present Participle ที่ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) สามารถอยู่ได้ 3 ตำแหน่ง ดังนี้
* หน้าหรือหลังคำนาม (Noun)
* หลังคำกริยาที่บอกสถานะของประธาน (Verb to be)
* หลังคำกริยาเชื่อม (Linking Verb)
NOTE! คำกริยาที่เติม -ing แต่ไม่ใช่ Present Participle จะเป็น Gerund ซึ่งทำหน้าที่เป็นคำนาม (Noun)
Gerund สามารถทำหน้าที่ได้แตกต่างกันไปในแต่ละประโยค โดยจะอยู่ได้ 4 ตำแหน่ง ดังนี้
* หน้าคำกริยา (Verb) ทำหน้าที่เป็นประธาน (Subject) ของประโยค
* หลังคำกริยาที่ต้องการกรรม (Transitive Verb) ทำหน้าที่เป็นกรรม (Object)
คำกริยาที่มักตามด้วย Gerund
- admit (ยอมรับ)
- appreciate (ซาบซึ้ง)
- avoid (หลีกเลี่ยง)
- consider (พิจารณา)
- deny (ปฏิเสธ)
- discuss (ถกเถียง)
- enjoy (เพลิดเพลิน)
- escape (หนี)
- finish (เสร็จสิ้น)
- forgive (ให้อภัย)
- involve (เกี่ยวข้อง)
- look forward to (ตั้งตารอ)
- mention (กล่าวถึง)
- mind (รังเกียจ)
- miss (คิดถึง)
* หลังคำบุพบท (Preposition) ทำหน้าที่เป็นกรรมของบุพบท (Object of Preposition)
* หลังคำกริยาเชื่อม (Linking Verb) ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มประธาน (Subject Complement)
2.) ใช้กับคำกริยาที่แสดงการรับรู้ (Verb of Perception) โดยวางไว้หลังกรรมตรงของคำกริยา เพื่อแสดงให้เห็นว่ากรรมนั้นกำลังทำสิ่งใดอยู่ คำกริยาที่แสดงการรับรู้มีดังนี้
see, look, watch, hear, listen, feel, taste
3.) ใช้กับคำกริยา spend (ใช้เวลา) และ waste (เสียเวลา) เพื่อบอกว่าใช้เวลาหรือเสียเวลาไปกับสิ่งใดหรือการกระทำอะไร
4.) ใช้กับคำกริยา catch (จับได้) และ find (เจอ / พบว่า)
2. Past Participle
Past Participle คือ คำกริยา (Verb) ที่เติม -ed หรือผันเปลี่ยนรูปไปเป็นกริยาช่อง 3 (V.3) ซึ่งมีลักษณะการใช้เด่น ๆ 3 แบบ ดังนี้
1.) ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) เพื่อขยายคำนาม (Noun) โดยมีความหมายว่า คำนามนั้นถูกกระทำ และมักตามด้วย by เพื่อบอกว่าใครเป็นคนกระทำ
past Participle ที่ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (Adjective) สามารถอยู่ได้ 3 ตำแหน่ง ดังนี้
* หน้าหรือหลังคำนาม (Noun)
* หลังคำกริยาที่บอกสถานะของประธาน (Verb to be)
* หลังคำกริยาเชื่อม (Linking Verb)
2.) ใช้ในรูปประโยค Passive Voice ซึ่งโครงสร้างประโยคมีดังนี้
Passive = S + V. to be + V.3
3.) ใช้กับคำกริยา want / have / like + กรรม (Object)
โดยมีความหมายว่าต้องการให้บุคคลอื่นทำบางสิ่งกับกรรม (Object) นั้น ๆ ให้
กลุ่มคำกริยาบอกความรู้สึก เมื่อเติม -ing หรือ -ed (V.3) แล้วจะมีความหมายต่างกัน เช่น
- amaze
- amuse
- annoy
- bore
- confuse
- excite
- interest
- please
- surprise
- tire
Participles หมายถึง คำกริยาที่ใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนาม
โดย
เติม – ing แสดงว่านามนั้นเป็นผู้กระทำกริยา หรือ
เติม – ed แสดงว่านามนั้นเป็นผู้ถูกกระทำ
-ed กับ -ing ต่างกันอย่างไร
มาดูความหมาย วิธีใช้ และตัวอย่างประโยคกันครับ
การเติม -ed
use to describe how people feel
ใช้สำหรับบรรยายความรู้สึกของคน
bored = (รู้สึก) เบื่อ
interested = (รู้สึก) สนใจ
excited = (รู้สึก) ตื่นเต้น
confused = (รู้สึก) สับสน
surprised = (รู้สึก) แปลกใจ
frustrated = (รู้สึก) ท้อแท้
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
Jimmy had nothing to do. He was very bored.
จิมมี่ไม่มีอะไรทำ เขาเบื่อมาก
การเติม -ing
use to describe something that causes an emotion
ใช้สำหรับอธิบายบางสิ่งที่เป็นสาเหตุให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกนั้น
boring = น่าเบื่อ
interesting = น่าสนใจ
exciting = น่าตื่นเต้น
confusing = น่าสับสน
surprising = น่าแปลกใจ
frustrating = น่าท้อแท้, น่าผิดหวัง
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ
The movie was interesting. I want to watch it again.
หนังเรื่องนั้นน่าสนใจ ฉันอยากดูอีก
Present Participles
กริยาที่เติม – ing โดยวางอยู่หน้าคำนาม แสดงว่าเป็นผู้
กระทำกริยานั้น และเป็นวลีที่ใช้รวมประโยค Simple Sentence 2 ประโยคเข้าเป็นประโยคเดียวกันได้
ตำแหน่งและหน้าที่ของ Present Participles
1. วางอยู่หน้าคำนาม จะเป็นดังรูป V.ing + noun
Mary is a working woman.
2. เป็นวลีอยู่หน้าคำอื่นๆ ดังรูป V.ing + word or words ซึ่งประโยค Simple Sentence 2 ประโยคที่มีประธานเป็นคนเดียวกันมารวมกันเป็นประโยคเดียวกัน โดยตัดประธานอีกตัวทิ้ง กริยาที่เกิดก่อนทำเป็น V.ing
Seeing her father, Mary ran away.
มาจาก Mary saw her father. และ Mary ran away.
Past Participles
Past Participles คือกริยาช่องที่ 3 ที่วางไว้หน้าคำนามเพื่อแสดงว่านามนั้นเป็นผู้ถูกกระทำ และเป็นวลีที่ใช้รวมประโยค Simple Sentence 2 ประโยคเข้าเป็นประโยคเดียวกัน
ตำแหน่งและหน้าที่ของ Past Participles
1. วางอยู่หน้าคำนาม (V3 + noun) หรือ หลังคำนาม (noun + V3) เมื่อเป็น transitive verb ( กริยาที่ต้องมี
กรรมมารับ) หรือ วางไว้หน้าคำนามที่เดียวเท่านั้น เมื่อเป็น intransitive verb ( กริยาที่ไม่ต้องมีกรรมมารับ) ตัวอย่างเช่น
transitive verb :
The car which was stolen last week is mine.
จะได้ The car stolen last week is mine.
The stolen car last week is mine.
intransitive verb :
Please change the flowers which were faded in the living room.
จะได้ Please change the faded flowers in the living room.
2. วางอยู่หลัง verb to be จะเป็น passive voice (is, am, are, was, were + V.3) เช่น
John was punished by his teacher.
3. เป็นวลีที่อยู่หน้าคำอื่น ๆ (V.3 + word or words) โดยรวมประโยค Simple Sentence 2 ประโยคเข้าด้วยกันเป็นประโยคเดียว โดยตัดประธานออก 1 ตัว กริยาที่เกิดก่อนทำเป็น V.3 เช่น
He was punished by his teacher. He cried loudly.
Punished by his teacher, he cried loudly.
4. Past Participle ใช้ Adverb ขยายได้ (Adv. + past participle + noun) เช่น
a well-designed dress
การรวมประโยค Simple Sentence
1. เมื่อประธานเป็นตัวเดียวกัน มีหลักดังนี้
– ถ้าประธานเป็น noun และ pronoun ให้ตัดประธานที่เป็น pronoun ทิ้ง
– ถ้ากริยาที่เกิดขึ้นก่อนเป็น active form และเป็น past simple tense ให้เปลี่ยนกริยาเป็น present participle ( V-ing) เช่น
He believed in her story. He gave her hundred baht.
Believing in her story, he gave her hundred baht.
– ถ้ากริยาที่เกิดขึ้นก่อนเป็น passive form อยู่ในรูป Verb to be + V3 ให้ตัด Verb to be ออกให้เหลือ V3 (past participle) หรือใช้ being + V3 เช่น
She was arrested by the police. She was sent to the prison.
Arrested by the police, she was sent to the prison.
Being arrested by the police, she was sent to the prison.
– ถ้ากริยาที่เกิดขึ้นก่อนเป็น active form และเป็น past perfect tense คืออยู่ในรูป had + V3 ให้เปลี่ยน had เป็น having หรือตัด had ทิ้งแล้วเปลี่ยน V3 เป็น V-ing
He had worked hard all week. He felt tried.
Having worked hard all week, he felt tried.
Working hard all week, he felt tried.
2. เมื่อประธานไม่ใช่ตัวเดียวกัน มีหลักดังนี้
– ไม่ตัดประธานของทั้ง 2 ประโยคออก
– ถ้ากริยาที่เกิดก่อนเป็น Active form อยู่ในรูป past simple tense ให้เปลี่ยนกริยาเป็น (had + V3) และเปลี่ยน had ให้เป็น having เช่น
She walked in the park. A dog bit her.
She having walked in the park, a dog bit her.
– ถ้ากริยาที่เกิดก่อนเป็น Passive form ( verb to be + V.3)ให้เปลี่ยน เป็น had been + V.3 แล้วเปลี่ยน had เป็น having
She was taken to hospital. The doctor examined her.
She having been taken to hospital, the doctor examined her.
– ถ้ากริยาที่เกิดก่อนเป็น Active form อยู่ในรูป had + V.3 ให้เปลี่ยน had เป็น having
He had worked for five days. His job was finally finished.
He having worked for five days, his job was finally finished.
Participle คือ ?
รูปของ participle จะเติม ing (คือ present participle) หรือเติม -d / -ed (คือ past participle) ซึ่งโดยปกติหน้าที่ของ participle จะมี 2 อย่าง คือ ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ขยายคำนาม (noun) โดยการเติม -ing ท้ายคำกริยา หรือทำหน้าที่ participial phrase ก็ได้ เราลองมาดูประเภท และตัวอย่างกัน
1. Present Participle
อ่านเรื่อง : สรุป Present Participle คืออะไร พร้อมตัวอย่างประโยค
เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค
– The patrolman stopped the speeding car.
แปลว่า ตำรวจหยุดรถที่วิ่งเร็วเกินอัตรา
– It was a thrilling game and we enjoyed it very much.
แปลว่า มันเป็นเกมที่ตื่นเต้นเร้าใจและพวกเราชอบมันมาก
* สิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษควรสังเกต
participle คือ กริยาเติม ing ในตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษด้านบน ทำหน้าที่คุณศัพท์ขยายคำนาม อย่างเช่น the speeding car และ a thrilling game
2. Participial phrase with noun object
เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค
– The letter, containing many errors, had to be retyped.
แปลว่า จะหมายนั้นมีข้อผิดพลาดมากมายจะต้องถูกพิมพ์ใหม่
– The shirt, having many holes, had to be mended.
แปลว่า เสื้อตัวนั้นมีรูเยอะ จำเป็นต้องได้รับการปะชุน
* สิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษควรสังเกต
participle คือ กริยาเติม ing ในตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษด้านบน ทำหน้าที่เป็นวลีที่ใช้กบ noun object อย่างเช่น containing many errors และ having many holes
3. Past Participle
เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค
– The increased demand for the product made the price rise.
แปลว่า ความต้องการผลผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น
– The wounded animal disappeared into the forest.
แปลว่า สัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บหายเข้าไปในป่า
* สิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษควรสังเกต
participle คือ กริยาเติม ed ในตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษด้านบน ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์แต่อยู่ในรูปของ passive (ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ)
ศึกษาโครงสร้างรูปประโยค
* The wounded animal คือ The animal was wounded
* The increased demand คือ The demand was increased
4. Past participle phrase of an irregular verb
เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค
– A new play, written by a famous playwright, opened last night at the National Theatre.
แปลว่า บทละครเรื่องใหม่ที่เขียนโดยนักประพันธ์ละครที่มีชื่อเสียง ได้เปิดการแสดงเมื่อคืนที่โรงละครแห่งชาติ
– She looked at him strangely, puzzled by the question he had asked.
แปลว่า หล่อนมองเข้าอย่างประหลาดใจ สงสัยต่อคำถามที่เขาถาม
* สิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษควรสังเกต
participle คือ กริยาเติม ed ในตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษด้านบน ทำหน้าที่เป็นคำกริยาในรูปของ passive (ประธานเป็นผู้ถูกกระทำ)
– A new play, written by a famous playright คือ
= A new play which was written by a famous playwright.
คำศัพท์น่ารู้
playwright (เพล’ไรทฺ) n. นักเขียนบทละคร,อาชีพการเขียนบทละคร
5. Perfect Participle
เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค
– Having read the book, I returned it to the library.
แปลว่า หลังจากอ่านหนังสือเล่มนั้นจบ ฉันก็นำไปคืนห้องสมุด
– Having left the house, I felt much better.
แปลว่า หลังออกจากบ้านหลังนั้น ฉันก็รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย
* สิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษควรสังเกต
รูปโครงสร้าง perfect participle อย่างเช่น having read และ having left สามารถวิเคราะห์แยกออกมาได้ดังนี้
ศึกษาโครงสร้างรูปประโยค
– Having read the book, I returned it to the library. คือ
After I had read the book, I returned it to the library.
– Having left the house, I felt much better. คือ
After I had left the house, I felt much better.
ดูสรุปและตัวอย่างอีกมากมาย เกี่ยวกับ Participle
Participles คืออะไร ความหมายการเติม ed / ing




