การใช้ this that these those สรุปหลักไวยากรณ์ และวิธีใช้แบบเจาะลึก

คุณเคยสับสนไหมครับว่าเวลาจะชี้บอกสิ่งของต่างๆ ในภาษาอังกฤษ เราควรจะเลือกใช้คำไหนให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์และระยะทาง ในบทความนี้ อาจารย์ต้นอมร จะพาไปเจาะลึกโครงสร้างและกฎเหล็กของ การใช้ this that these those แบบละเอียดทุกซอกทุกมุมครับ
- this และ these ใช้กับสิ่งของหรือบุคคลที่อยู่ในระยะ “ใกล้” ตัวผู้พูด
- that และ those ใช้กับสิ่งของหรือบุคคลที่อยู่ในระยะ “ไกล” ตัวผู้พูดออกไป
- this และ that เป็นรูปเอกพจน์ (Singular) ต้องใช้กับคำนามนับได้ที่มีเพียงหนึ่งเดียว หรือคำนามนับไม่ได้
- these และ those เป็นรูปพหูพจน์ (Plural) ต้องใช้กับคำนามนับได้ที่มีตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไป
- ทำความเข้าใจภาพรวมของการใช้ this that these those
- กฎไวยากรณ์ การใช้ this และ these (สิ่งของที่อยู่ใกล้)
- กฎไวยากรณ์ การใช้ that และ those (สิ่งของที่อยู่ไกล)
- ความแตกต่างระหว่างการใช้เป็น Pronoun และ Adjective
- ข้อสอบ TOEIC ที่มักจะออกเกี่ยวกับการใช้ this that these those
- สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทำความเข้าใจภาพรวมของการใช้ this that these those
ก่อนที่เราจะลงลึกถึงรายละเอียดของแต่ละคำ อาจารย์อยากให้ทุกคนปรับมุมมองและทำความเข้าใจถึงหน้าที่หลักของกลุ่มคำเหล่านี้ในภาษาอังกฤษกันก่อนครับ ในภาษาไทยของเรา เวลาที่เราต้องการระบุตำแหน่งของสิ่งต่างๆ เรามักจะใช้คำว่า “นี่ นั่น โน่น” ซึ่งมีความเรียบง่ายและยืดหยุ่นสูงมาก ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีชิ้นเดียวหรือหลายชิ้น เราก็ใช้คำเดิมได้เลย
แต่ในภาษาอังกฤษนั้น กฎเกณฑ์จะมีความเข้มงวดมากกว่าครับ การระบุตำแหน่งไม่ได้คำนึงถึงแค่ “ระยะทาง” อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึง “จำนวน” หรือพจน์ (เอกพจน์/พหูพจน์) ของสิ่งที่ถูกพูดถึงด้วย การนำทั้งสองปัจจัยนี้มาประกอบกัน จึงเกิดเป็นกลุ่มคำทั้ง 4 คำที่เรากำลังจะได้เรียนรู้กันอย่างลึกซึ้งในวันนี้ครับ
การปู พื้นฐานภาษาอังกฤษ ในเรื่องนี้ให้แน่น ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากสำหรับการต่อยอดไปสู่ไวยากรณ์ระดับสูง เพราะกลุ่มคำเหล่านี้เป็นส่วนประกอบที่แทรกซึมอยู่ในแทบทุกประโยคที่เราใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน หากเราใช้ผิด อาจทำให้ผู้ฟังเกิดความสับสนทั้งในเรื่องของตำแหน่งและจำนวนได้เลยครับ
ดังนั้น การใช้ this that these those จึงเป็นหัวข้อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยสำหรับผู้เรียนที่ต้องการสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เรามาเริ่มต้นทำความรู้จักกับชื่อเรียกและบทบาทของมันกันเลยครับ
คำระบุเฉพาะเจาะจง (Demonstratives) คืออะไร
ในทางไวยากรณ์ กลุ่มคำทั้ง 4 คำนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Demonstratives (คำระบุเฉพาะเจาะจง หรือ คำชี้เฉพาะ) ครับ รากศัพท์ของคำนี้มาจากคำกริยา demonstrate ที่แปลว่า สาธิต หรือ ชี้ให้เห็น ดังนั้นหน้าที่ของมันก็ตรงตามชื่อเลยครับ คือการ “ชี้” ให้ผู้ฟังทราบอย่างชัดเจนว่าเรากำลังพูดถึงสิ่งไหน คนไหน หรือสถานที่ใด
ความพิเศษของ Demonstratives คือมันสามารถทำหน้าที่ได้ 2 บทบาทหลักๆ ในประโยคครับ บทบาทแรกคือการเป็นคำสรรพนาม (Demonstrative Pronouns) ที่ใช้แทนที่คำนามไปเลย และบทบาทที่สองคือการเป็นคำคุณศัพท์ (Demonstrative Adjectives) ที่ใช้วางหน้าคำนามเพื่อขยายความ ซึ่งเราจะไปเจาะลึกความแตกต่างของทั้งสองบทบาทนี้ในหัวข้อถัดๆ ไปครับ
จากประสบการณ์ที่อาจารย์สอนมา คำถามที่มักจะพบในห้องเรียนเสมอคือ “ทำไมเราไม่ใช้ the นำหน้าคำนามไปเลย ในเมื่อมันก็เฉพาะเจาะจงเหมือนกัน” คำตอบก็คือ คำว่า the เป็นเพียงการบอกว่าเรารู้กันว่าคือสิ่งไหน แต่ Demonstratives นั้นมีมิติของการ “ชี้ระยะทาง” (ใกล้/ไกล) เพิ่มเข้ามาด้วยครับ ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลที่ละเอียดและชัดเจนกว่ามาก
โครงสร้าง 3 มิติของการใช้ this that these those
เพื่อให้การทำความเข้าใจ สรุปแกรมม่าภาษาอังกฤษ เรื่องนี้เป็นไปอย่างเป็นระบบและจดจำได้ง่ายที่สุด อาจารย์ได้แบ่งการวิเคราะห์โครงสร้างของกลุ่มคำเหล่านี้ออกเป็น 3 มิติหลัก ซึ่งจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ครับ
เทคนิค 3 มิตินี้ เป็นเครื่องมือที่อาจารย์ใช้เสมอในการช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจตรรกะของภาษาอังกฤษ แทนที่จะใช้วิธีท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง เมื่อเราเข้าใจแก่นแท้ของมันแล้ว การแต่งประโยคก็จะกลายเป็นเรื่องธรรมชาติครับ
เรามาพิจารณารายละเอียดในแต่ละมิติกันเลยครับ เพื่อที่คุณจะได้มีกรอบความคิดที่แข็งแกร่งก่อนจะไปดูตัวอย่างการใช้งานจริง
- 📐 มิติด้านโครงสร้าง (Form): คำเหล่านี้มีการเปลี่ยนรูปตามจำนวน (พจน์) โดย this และ that ถือเป็นรูปเอกพจน์ (Singular) ในขณะที่ these และ those เป็นรูปพหูพจน์ (Plural) ที่ถูกพัฒนามาจากสองคำแรกตามลำดับครับ
- 🔍 มิติด้านความหมาย (Meaning): this/these สื่อความหมายถึงการดำรงอยู่ของสรรพสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด ทั้งในเชิงพื้นที่ (สถานที่) และในเชิงเวลา (ปัจจุบัน) ส่วน that/those สื่อถึงสิ่งที่อยู่ไกลออกไป หรือเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไปแล้ว
- 🗣️ มิติด้านการนำไปใช้ (Use): เราใช้คำกลุ่มนี้เพื่อโฟกัสความสนใจของผู้ฟังไปยังจุดใดจุดหนึ่งโดยเฉพาะ ช่วยลดความกำกวมในการสื่อสาร และใช้บ่อยมากในการเริ่มต้นบทสนทนา การแนะนำตัว หรือการอ้างอิงถึงข้อความที่เพิ่งกล่าวไป
ปัญหาที่คนไทยมักสับสนเกี่ยวกับการระบุระยะทาง
ความสับสนยอดฮิตของผู้เรียนชาวไทยมักจะเกิดขึ้นเมื่อต้องตัดสินใจว่าระยะทางแค่ไหนถึงเรียกว่า “ใกล้” และแค่ไหนถึงเรียกว่า “ไกล” ครับ ในภาษาอังกฤษไม่มีการใช้ไม้บรรทัดมาวัดระยะเป็นเมตรหรือกิโลเมตรเพื่อกำหนดการใช้คำเหล่านี้ แต่จะอิงจาก “ความรู้สึกนึกคิด (Perception)” ของผู้พูดเป็นหลัก
โดยทั่วไปแล้ว สิ่งที่อยู่ในระยะที่มือเราสามารถเอื้อมแตะถึง หรือสิ่งที่เรากำลังถืออยู่ จะถูกจัดให้อยู่ในหมวดของ “ใกล้” (this/these) ทันทีครับ ในขณะที่สิ่งที่อยู่นอกเหนือระยะเอื้อมมือ หรือต้องใช้การชี้นิ้วบอกตำแหน่ง จะถูกจัดให้อยู่ในหมวด “ไกล” (that/those)
อย่างไรก็ตาม ระยะทางไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ทางกายภาพเท่านั้นนะครับ แต่ยังรวมถึง “ระยะทางของเวลา (Time Distance)” ด้วย เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ เราจะใช้ this/these แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ในอดีตหรือสิ่งที่จบไปแล้ว เราจะใช้ that/those เพื่อสร้างระยะห่างทางความรู้สึกครับ ซึ่งประเด็นนี้เป็นจุดปราบเซียนที่ทำให้หลายคนพลาดในการเขียนอีเมลหรือการทำข้อสอบครับ
ในการอบรมพนักงานองค์กร (Corporate Training) อาจารย์มักจะให้เทคนิคการจำคู่ตรงข้ามครับ คือให้ท่องว่า “this คู่ these แปลว่า ใกล้” และ “that คู่ those แปลว่า ไกล” ส่วนเรื่องพจน์ ให้สังเกตที่ความยาวของคำครับ คำที่สั้น (this, that) คือสิ่งเดียว ส่วนคำที่ยาวกว่าและมี e สองตัว (these, those) คือหลายสิ่งครับ เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ช่วยให้สมองประมวลผลได้เร็วขึ้นเวลาต้องพูดตอบโต้จริงๆ ครับ
กฎไวยากรณ์ การใช้ this และ these (สิ่งของที่อยู่ใกล้)
เรามาเริ่มต้นเจาะลึกกลุ่มคำที่ใช้สำหรับบอกระยะ “ใกล้” กันก่อนครับ นั่นก็คือ this และ these ซึ่งเป็นกลุ่มคำที่ถูกนำมาใช้บ่อยที่สุดในการ แต่งประโยคภาษาอังกฤษ เบื้องต้น เนื่องจากมนุษย์เรามักจะพูดถึงสิ่งที่อยู่รอบตัวหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรงมากกว่า
หัวใจสำคัญของการใช้สองคำนี้คือ การรับรู้ว่าสิ่งที่เรากำลังพูดถึงนั้น อยู่ในอาณาบริเวณของผู้พูด (The Speaker’s Space) หรือเป็นสิ่งที่กำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบันกาล (Present Time) ครับ
ความท้าทายเพียงอย่างเดียวที่คุณต้องเอาชนะให้ได้คือ การเลือกใช้ให้ถูกต้องระหว่างรูปเอกพจน์และรูปพหูพจน์ ซึ่งต้องอิงตามคำนามที่คุณกำลังอ้างอิงถึงครับ เรามาดูวิธีการใช้งานอย่างละเอียดของแต่ละคำกันเลย
การใช้ this (ใกล้ – เอกพจน์)
คำว่า this (อ่านว่า ดิส) แปลว่า “นี่” หรือ “สิ่งนี้” เป็นคำระบุเฉพาะเจาะจงรูปเอกพจน์ (Singular) ครับ กฎเหล็กในการใช้งานคือ ต้องใช้กับ “คำนามนับได้เอกพจน์” (มีเพียงหนึ่งชิ้น หนึ่งคน หนึ่งตัว) หรือใช้กับ “คำนามนับไม่ได้” (Uncountable Nouns) เสมอครับ
เมื่อเรานำ this มาเป็นประธานของประโยค คำกริยาที่ตามมาก็จะต้องอยู่ในรูปเอกพจน์เช่นกัน ตัวอย่างเช่นการใช้ is หรือ has หรือหากเป็นกริยาแท้ใน Present Simple Tense ก็จะต้องเติม -s หรือ -es ครับ
ลองพิจารณาตัวอย่างประโยคเหล่านี้ เพื่อให้เห็นภาพการใช้ this ในสถานการณ์ที่สิ่งของหรือบุคคลนั้นอยู่ใกล้ชิดกับตัวผู้พูดกันครับ
This is my new car. (ดิส อีส มาย นิว คาร์) นี่คือรถคันใหม่ของฉัน
This book is very interesting. (ดิส บุ๊ก อีส เวรี อินเทอเรสทิง) หนังสือเล่มนี้มีความน่าสนใจมาก
I do not like this shirt. (ไอ ดู นอท ไลค์ ดิส เชิ้ต) ฉันไม่ชอบเสื้อเชิ้ตตัวนี้
This water is too cold to drink. (ดิส วอเทอร์ อีส ทู โคลด์ ทู ดริงก์) น้ำนี้เย็นเกินกว่าที่จะดื่ม
Does this train go to London? (ดาส ดิส เทรน โก ทู ลอนดอน) รถไฟขบวนนี้ไปลอนดอนใช่ไหม
การใช้ these (ใกล้ – พหูพจน์)
คำว่า these (อ่านว่า ดีส) แปลว่า “เหล่านี้” หรือ “พวกนี้” เป็นร่างพหูพจน์ (Plural) ของคำว่า this ครับ กฎการใช้งานคือ ต้องใช้ควบคู่กับ “คำนามนับได้พหูพจน์” (มีตั้งแต่สองชิ้น สองคน สองตัวขึ้นไป) เท่านั้นครับ ห้ามนำไปใช้กับคำนามเอกพจน์หรือคำนามนับไม่ได้โดยเด็ดขาด
ในทำนองเดียวกัน เมื่อเราใช้ these เป็นประธานของประโยค คำกริยาที่จะนำมาประกอบก็ต้องเป็นรูปพหูพจน์ด้วย เช่น การใช้ are หรือ have หรือการใช้กริยาแท้รูปเดิมที่ไม่เติม -s ใน Present Simple Tense ครับ
การฝึกออกเสียงคำว่า these ให้แตกต่างจาก this ก็เป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ this จะออกเสียงสั้นคล้ายสระอิ ส่วน these จะออกเสียงยาวคล้ายสระอี และมีเสียงก้อง (z) ที่ท้ายคำครับ
These are my favorite shoes. (ดีส อาร์ มาย เฟฟเวอริท ชูส์) เหล่านี้คือรองเท้าคู่โปรดของฉัน
These students study very hard. (ดีส สติวเดนท์ส สตัดดี เวรี ฮาร์ด) นักเรียนเหล่านี้เรียนหนักมาก
Where did you buy these apples? (แวร์ ดิด ยู บาย ดีส แอปเปิลส์) คุณซื้อแอปเปิ้ลเหล่านี้มาจากที่ไหน
These documents need your signature. (ดีส ดอกคิวเมนต์ส นีด ยัวร์ ซิกเนเจอร์) เอกสารเหล่านี้ต้องการลายเซ็นของคุณ
Are these your keys? (อาร์ ดีส ยัวร์ คีย์ส) กุญแจเหล่านี้เป็นของคุณใช่ไหม
การประยุกต์ใช้ในการแนะนำตัวและการสนทนาทางโทรศัพท์
นอกจากจะใช้เพื่อบอกระยะทางแล้ว this ยังมีหน้าที่พิเศษที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติในโลกภาษาอังกฤษด้วยครับ นั่นคือการใช้สำหรับการแนะนำบุคคลให้รู้จักกัน (Introducing people) และการพูดโทรศัพท์ (On the phone)
เวลาที่เราแนะนำเพื่อนคนหนึ่งให้รู้จักกับอีกคนหนึ่ง เราจะไม่ใช้คำว่า He is… หรือ She is… นะครับ เพราะฝรั่งถือว่าไม่เป็นธรรมชาติ เราจะใช้คำว่า This is… (นี่คือ…) เสมอ และถ้าแนะนำหลายคนพร้อมกัน ก็ให้ใช้ These are… ครับ
ส่วนการคุยโทรศัพท์ เมื่อเราต้องการบอกว่า “ฉันคือใคร” ที่กำลังพูดอยู่ เราจะไม่พูดว่า I am… ครับ แต่เราจะใช้ This is… แทน ซึ่งเป็นโครงสร้างที่สุภาพและเป็นมาตรฐานสากลครับ
This is my brother, Tom. (ดิส อีส มาย บราเธอร์ ทอม) นี่คือทอม พี่ชายของฉัน
Mary, these are my colleagues, John and Sarah. (แมรี ดีส อาร์ มาย คอลลีกส์ จอห์น แอนด์ ซาราห์) แมรี เหล่านี้คือเพื่อนร่วมงานของฉัน จอห์นและซาราห์
Hello, this is David speaking. (เฮลโล ดิส อีส เดวิด สปีคคิง) สวัสดี นี่คือเดวิดกำลังพูด
Hi Jane, this is Mark. Is your father at home? (ไฮ เจน ดิส อีส มาร์ค อีส ยัวร์ ฟาเธอร์ แอท โฮม) สวัสดีเจน นี่มาร์คนะ พ่อของคุณอยู่บ้านไหม
Excuse me, is this the human resources department? (เอ็กซ์คิวซ์ มี อีส ดิส เดอะ ฮิวแมน รีซอร์สเซส ดีพาร์ตเมนต์) ขอโทษนะครับ ที่นี่คือแผนกทรัพยากรบุคคลใช่ไหม
| การใช้ this (เอกพจน์) | การใช้ these (พหูพจน์) |
|---|---|
| ใช้กับนามนับได้เอกพจน์ และ นามนับไม่ได้ | ใช้กับนามนับได้พหูพจน์ (เติม s/es) เท่านั้น |
| ใช้คู่กับกริยาเอกพจน์ (is, has, does, V.s/es) | ใช้คู่กับกริยาพหูพจน์ (are, have, do, V.1) |
กฎไวยากรณ์ การใช้ that และ those (สิ่งของที่อยู่ไกล)
ขยับระยะทางออกไปให้ไกลตัวกันบ้างครับ เมื่อสิ่งของ บุคคล หรือสถานการณ์ไม่ได้อยู่ในระยะที่ผู้พูดเอื้อมถึง หรืออยู่ในอาณาบริเวณที่ไกลสายตาออกไป เราจะต้องเปลี่ยนมาใช้ that และ those เพื่อระบุตำแหน่งที่ตั้งให้ชัดเจนครับ
หลักการทำงานของสองคำนี้เหมือนกับ this และ these ทุกประการครับ เพียงแค่เปลี่ยนจากหมวด “ใกล้” มาเป็นหมวด “ไกล” เท่านั้นเอง นั่นหมายความว่า คุณยังคงต้องพิจารณาเรื่องพจน์ (เอกพจน์/พหูพจน์) ของคำนามที่คุณกำลังกล่าวถึงอย่างรอบคอบเช่นเดิม
การเลือกใช้คำระบุระยะทางไกลได้อย่างถูกต้อง จะช่วยให้การสื่อสารของคุณแม่นยำขึ้นมาก โดยเฉพาะเวลาที่คุณต้องสั่งการ หรืออธิบายตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ให้กับผู้อื่นรับทราบครับ
การใช้ that (ไกล – เอกพจน์)
คำว่า that (อ่านว่า แดท) แปลว่า “นั่น” หรือ “สิ่งนั้น” ทำหน้าที่เป็นรูปเอกพจน์ (Singular) สำหรับบอกระยะไกลครับ กฎการใช้งานของมันคือ ต้องประกบคู่กับ “คำนามนับได้เอกพจน์” หรือ “คำนามนับไม่ได้” เท่านั้น
ข้อควรระวังคือ คำว่า that ในภาษาอังกฤษมีหลายความหมายและทำหน้าที่ได้หลายอย่างมากครับ มันอาจจะเป็นคำเชื่อมประโยค (แปลว่า “ว่า”) หรือเป็นสรรพนามสัมพันธ์ (Relative Pronoun แปลว่า “ที่/ซึ่ง/อัน”) ก็ได้ แต่ในบริบทของ Demonstratives นี้ เราจะโฟกัสที่การใช้เพื่อ “ชี้ระยะทาง” เท่านั้นครับ
มาดูตัวอย่างการใช้ that เพื่อชี้บอกสิ่งของที่อยู่ไกลสายตา หรือสิ่งของที่อยู่ในมือของคู่สนทนากันครับ
That is a very tall building. (แดท อีส อะ เวรี ทอล บิลดิง) นั่นคือตึกที่สูงมาก
I want to buy that shirt by the window. (ไอ วอนท์ ทู บาย แดท เชิ้ต บาย เดอะ วินโดว) ฉันต้องการซื้อเสื้อเชิ้ตตัวนั้นที่อยู่ริมหน้าต่าง
Is that your bag on the chair? (อีส แดท ยัวร์ แบก ออน เดอะ แชร์) นั่นคือกระเป๋าของคุณที่อยู่บนเก้าอี้ใช่ไหม
That information is not correct. (แดท อินฟอร์เมชัน อีส นอท คอร์เรกต์) ข้อมูลนั้นไม่ถูกต้อง
Look at that bird in the sky! (ลุค แอท แดท เบิร์ด อิน เดอะ สกาย) ดูนกตัวนั้นบนท้องฟ้าสิ
การใช้ those (ไกล – พหูพจน์)
คำว่า those (อ่านว่า โดส) แปลว่า “เหล่านั้น” หรือ “พวกนั้น” เป็นรูปพหูพจน์ (Plural) ของคำว่า that ครับ เมื่อสิ่งของที่อยู่ไกลตัวมีจำนวนตั้งแต่สองชิ้นขึ้นไป เราจะบังคับใช้คำว่า those เสมอครับ
กฎการจับคู่ก็คือ those ต้องใช้คู่กับ “คำนามนับได้พหูพจน์” เท่านั้น และแน่นอนครับว่า เมื่อมันทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค คำกริยาในประโยคนั้นก็จะต้องผันตามให้เป็นรูปพหูพจน์ด้วยเช่นกัน เพื่อให้ถูกต้องตามหลัก Subject-Verb Agreement ครับ
การจดจำ รวมคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ที่เป็นรูปพหูพจน์แบบเปลี่ยนรูป (Irregular Plurals) เช่น men, women, children ก็มีความสำคัญมากในการใช้ร่วมกับ these และ those ครับ เพราะมันไม่ได้จบด้วยการเติม s เสมอไป
Those are beautiful flowers. (โดส อาร์ บิวตี้ฟูล ฟลาวเวอร์ส) เหล่านั้นคือดอกไม้ที่สวยงาม
Those children are playing in the park. (โดส ชิลเดรน อาร์ เพลย์ยิง อิน เดอะ พาร์ค) เด็กๆ เหล่านั้นกำลังเล่นอยู่ในสวนสาธารณะ
Please pass me those plates. (พลีส พาส มี โดส เพลตส์) กรุณาส่งจานเหล่านั้นให้ฉันหน่อย
Those boxes are too heavy to lift. (โดส บ็อกซ์เซส อาร์ ทู เฮฟวี ทู ลิฟต์) กล่องเหล่านั้นหนักเกินกว่าที่จะยกไหว
Are those your friends from college? (อาร์ โดส ยัวร์ เฟรนดส์ ฟรอม คอลเลจ) คนเหล่านั้นคือเพื่อนจากมหาวิทยาลัยของคุณใช่ไหม
การใช้ that และ those เพื่อกล่าวอ้างถึงเรื่องในอดีต
มิติที่น่าสนใจที่สุดของ that และ those คือการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อกล่าวถึง “ระยะห่างทางเวลา (Time Distance)” ครับ อย่างที่อาจารย์ได้เกริ่นไว้ ฝรั่งจะมองว่าเหตุการณ์ที่ผ่านพ้นไปแล้ว จบสิ้นไปแล้ว เป็นสิ่งที่มีความห่างไกลจากปัจจุบัน
ดังนั้น เมื่อเราพูดถึงเรื่องราวในอดีต วันวาน หรือประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นไปแล้ว เราจึงนิยมใช้ that (สำหรับเหตุการณ์เดียว) และ those (สำหรับหลายเหตุการณ์หรือหลายวัน) เพื่อตอกย้ำความรู้สึกถึงความทรงจำที่ห่างไกลออกไปครับ
โครงสร้างนี้พบบ่อยมากในการเล่าเรื่อง (Storytelling) หรือการถกเถียงประเด็นที่เพิ่งจบลงไปหมาดๆ ครับ ถือเป็นทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในระดับที่สูงขึ้นและดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นครับ
That was a wonderful party last night. (แดท วอส อะ วันเดอร์ฟูล ปาร์ตี้ ลาสต์ ไนท์) นั่นเป็นงานปาร์ตี้ที่ยอดเยี่ยมมากเมื่อคืนนี้
Do you remember those days in high school? (ดู ยู รีเมมเบอร์ โดส เดย์ส อิน ไฮ สคูล) คุณจำช่วงเวลาเหล่านั้นในโรงเรียนมัธยมได้ไหม
That accident changed his life completely. (แดท แอคซิเดนท์ เชนจด์ ฮิส ไลฟ์ คอมพลีทลี) อุบัติเหตุครั้งนั้นเปลี่ยนชีวิตของเขาไปอย่างสิ้นเชิง
I was very tired those weeks. (ไอ วอส เวรี ไทร์ด โดส วีคส์) ฉันรู้สึกเหนื่อยมากในสัปดาห์เหล่านั้น
That is exactly what I told him yesterday. (แดท อีส เอ็กแซคท์ลี วอท ไอ โทลด์ ฮิม เยสเทอร์เดย์) นั่นคือสิ่งที่ฉันบอกเขาเป๊ะเลยเมื่อวานนี้
| การใช้ that (เอกพจน์) | การใช้ those (พหูพจน์) |
|---|---|
| ใช้แทนสิ่งของที่อยู่ไกล (1 ชิ้น) | ใช้แทนสิ่งของที่อยู่ไกล (2 ชิ้นขึ้นไป) |
| ใช้กล่าวย้ำถึง 1 เหตุการณ์ในอดีต (That day) | ใช้กล่าวย้ำถึงหลายเหตุการณ์ในอดีต (Those days) |
ความแตกต่างระหว่างการใช้เป็น Pronoun และ Adjective
มาถึงจุดที่มักจะสร้างความสับสนให้กับผู้ที่ศึกษาไวยากรณ์อย่างลึกซึ้งกันแล้วครับ อย่างที่อาจารย์ได้ระบุไว้ในตอนต้นว่า กลุ่มคำ Demonstratives ทั้ง 4 คำนี้ สามารถสวมหมวกได้ 2 ใบ คือเป็นได้ทั้ง Pronoun (สรรพนาม) และ Adjective (คุณศัพท์)
การแยกแยะบทบาทของมันในประโยคให้ถูกต้อง ถือเป็นทักษะที่สำคัญมากในการทำข้อสอบและในการเขียนเชิงวิชาการครับ เพราะมันจะส่งผลต่อการวางตำแหน่งคำนามและโครงสร้างของประโยคโดยรวม
หลักการสังเกตง่ายๆ ที่อาจารย์อยากให้ทุกคนจำไว้คือ “ดูว่ามีคำนามตามหลังมันมาติดๆ เลยหรือไม่” ถ้าไม่มีคำนามตามหลัง แสดงว่ามันฉายเดี่ยวเป็นสรรพนาม แต่ถ้ามีคำนามมาเกาะอยู่ด้านหลัง แสดงว่ามันทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์เพื่อขยายนามตัวนั้นครับ
เมื่อทำหน้าที่เป็นสรรพนาม (Demonstrative Pronouns)
เมื่อ this, that, these, those ทำหน้าที่เป็น “สรรพนาม” (Pronouns) มันจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคำนามนั้นๆ ไปเลยครับ หมายความว่า เราจะใช้คำเหล่านี้โดดๆ โดยไม่ต้องมีคำนามมาต่อท้าย เพราะผู้พูดและผู้ฟังต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าหมายถึงอะไรจากบริบทของการสนทนา
โครงสร้างแบบ Pronoun นี้มักจะถูกวางไว้ในตำแหน่งประธานของประโยค (ตามด้วยคำกริยาทันที) หรือวางไว้ในตำแหน่งกรรมของประโยค (ตามหลังกริยาแท้) ครับ มันช่วยให้ประโยคของเราสั้นกระชับขึ้น ไม่ต้องพูดคำนามเดิมซ้ำซากให้ยืดยื้อ
ลองสังเกตตัวอย่างเหล่านี้ดูครับ จะเห็นว่าไม่มีคำนามมาตามหลังกลุ่มคำระบุเฉพาะเจาะจงเหล่านี้เลย
This is my computer. (ดิส อีส มาย คอมพิวเตอร์) นี่คือคอมพิวเตอร์ของฉัน (This ทำหน้าที่เป็นประธาน)
I want to buy that. (ไอ วอนท์ ทู บาย แดท) ฉันต้องการซื้อสิ่งนั้น (that ทำหน้าที่เป็นกรรม)
These belong to the manager. (ดีส บีลอง ทู เดอะ แมเนเจอร์) สิ่งเหล่านี้เป็นของผู้จัดการ (These ทำหน้าที่เป็นประธาน)
Can you carry those for me? (แคน ยู แครี โดส ฟอร์ มี) คุณช่วยยกสิ่งเหล่านั้นให้ฉันหน่อยได้ไหม (those ทำหน้าที่เป็นกรรม)
That is a brilliant idea! (แดท อีส อะ บริลเลียนท์ ไอเดีย) นั่นเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมมาก (That ทำหน้าที่เป็นประธาน)
เมื่อทำหน้าที่เป็นคุณศัพท์ (Demonstrative Adjectives)
ในทางกลับกัน เมื่อมันสวมบทบาทเป็น “คุณศัพท์” (Adjectives) หน้าที่ของมันก็คือการไป “ขยาย” คำนามครับ ดังนั้น กฎเหล็กของโครงสร้างนี้คือ ต้องมีคำนามมาวางต่อท้ายมันเสมอ เพื่อระบุชี้ชัดลงไปเลยว่า “คำนามสิ่งนี้” หรือ “คำนามสิ่งนั้น”
โครงสร้างแบบนี้จะให้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงและชัดเจนมากกว่าแบบ Pronoun ครับ เพราะเป็นการบอกชื่อสิ่งของนั้นๆ ออกมาให้ได้ยินกันตรงๆ เลย มักใช้เมื่อเราต้องการเน้นย้ำความสนใจไปที่ตัวสิ่งของโดยตรง
สิ่งสำคัญคือ อย่าลืมหลักการสอดคล้องของพจน์นะครับ ถ้าใช้ this/that คำนามข้างหลังต้องเป็นเอกพจน์ แต่ถ้าใช้ these/those คำนามข้างหลังต้องเป็นพหูพจน์เสมอครับ
This computer is very fast. (ดิส คอมพิวเตอร์ อีส เวรี ฟาสต์) คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เร็วมาก (This ขยาย computer)
I want to buy that shirt. (ไอ วอนท์ ทู บาย แดท เชิ้ต) ฉันต้องการซื้อเสื้อเชิ้ตตัวนั้น (that ขยาย shirt)
These books are expensive. (ดีส บุ๊กส์ อาร์ เอ็กซ์เพนซีฟ) หนังสือเหล่านี้ราคาแพง (These ขยาย books)
Can you carry those boxes? (แคน ยู แครี โดส บ็อกซ์เซส) คุณช่วยยกกล่องเหล่านั้นหน่อยได้ไหม (those ขยาย boxes)
That man is our new boss. (แดท แมน อีส เอาเออร์ นิว บอส) ผู้ชายคนนั้นคือเจ้านายคนใหม่ของเรา (That ขยาย man)
โครงสร้าง those who ในภาษาอังกฤษระดับสูง
นี่คือโครงสร้างที่ถือเป็นทีเด็ดและมักจะปรากฏให้เห็นในภาษาเขียนระดับสูง ข่าว หรือข้อสอบมาตรฐานอยู่เสมอครับ นั่นคือการใช้โครงสร้าง those who ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้คำว่า those ในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ในบริบทนี้ those ไม่ได้แปลว่า “สิ่งของเหล่านั้น” แล้วนะครับ แต่มันแปลว่า “บรรดาผู้คนทั้งหลาย” (The people) โดยมี relative pronoun คำว่า who มาขยายความต่อว่า ผู้คนเหล่านั้นคือใคร หรือมีลักษณะอย่างไร
โครงสร้างนี้ถือเป็นรูปแบบไวยากรณ์แบบทางการที่สวยงามมากครับ อาจารย์แนะนำให้ทุกคนจดจำรูปแบบประโยคนี้ไปใช้ในการเขียน Essay หรือการพรีเซนต์งาน รับรองว่าระดับภาษาอังกฤษของคุณจะดูโปรเฟสชันนัลขึ้นอย่างแน่นอนครับ
Those who work hard will succeed. (โดส ฮู เวิร์ก ฮาร์ด วิล ซักซีด) บรรดาผู้ที่ทำงานหนักจะประสบความสำเร็จ
The scholarship is for those who need financial support. (เดอะ สกอลาร์ชิพ อีส ฟอร์ โดส ฮู นีด ไฟแนนเชียล ซัพพอร์ต) ทุนการศึกษานี้มีไว้สำหรับบรรดาผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงิน
Those who arrive late will not be admitted. (โดส ฮู อะไรฟ์ เลท วิล นอท บี แอดมิทเต็ด) บรรดาผู้ที่มาสายจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้อง
We respect those who dedicate their lives to helping others. (วี รีสเปกต์ โดส ฮู เดดิเคท แดร์ ไลฟ์ส ทู เฮลพิง อาเธอร์ส) พวกเราเคารพบรรดาผู้ที่อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น
This law protects those who cannot protect themselves. (ดิส ลอว์ โพรเทกต์ส โดส ฮู แคนนอท โพรเทกต์ เดมเซลฟ์ส) กฎหมายฉบับนี้คุ้มครองบรรดาผู้ที่ไม่สามารถปกป้องตนเองได้
ข้อสอบ TOEIC ที่มักจะออกเกี่ยวกับการใช้ this that these those
มาถึงส่วนที่สำคัญสำหรับวัยทำงานและผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าทางอาชีพกันแล้วครับ โครงสร้าง Demonstratives นี้ถือเป็นแขกรับเชิญขาประจำใน แนวข้อสอบ TOEIC เลยล่ะครับ แม้จะดูเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่ผู้ออกข้อสอบก็มีวิธีที่จะนำมาพลิกแพลงเป็นจุดหลอกให้เราเสียคะแนนได้อย่างแนบเนียน
ส่วนใหญ่แล้ว ข้อสอบที่วัดเรื่องนี้จะซ่อนอยู่ใน Part 5: Incomplete Sentences และ Part 6: Text Completion ครับ โดยการทดสอบความเข้าใจเรื่องความสอดคล้องระหว่างประธานและกริยา (Subject-Verb Agreement) รวมถึงการใช้สรรพนามอ้างอิงกลับ (Pronoun Reference) ในบทความยาวๆ
เพื่อไม่ให้พลาดคะแนนง่ายๆ อาจารย์จะพาไปแกะรอยพฤติกรรมของข้อสอบ และมอบเคล็ดลับวิชาในการสังเกตจุดหลอก เพื่อให้คุณสามารถกาคำตอบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุดครับ
วิเคราะห์ลักษณะโจทย์ที่เจอบ่อยในห้องสอบ
ลักษณะโจทย์ที่พบบ่อยที่สุดคือ การเว้นช่องว่างหน้าคำนาม แล้วให้เลือกกลุ่มคำ Demonstratives ไปเติมครับ เช่น “The company decided to update _______ software systems to improve efficiency.” ตัวเลือกอาจจะมี A) this, B) that, C) these, D) them
จุดสำคัญคือให้โฟกัสที่คำนามที่ตามหลังช่องว่างครับ ในที่นี้คือคำว่า systems (มี s เป็นพหูพจน์) ดังนั้น this กับ that จึงถูกตัดทิ้งทันที ส่วน D) them เป็น Object Pronoun ไม่สามารถนำมาวางหน้าคำนามเพื่อขยายได้ คำตอบที่ถูกต้องจึงต้องเป็น C) these ซึ่งเป็น Demonstrative Adjective รูปพหูพจน์ครับ
อีกลักษณะหนึ่งที่เจอบ่อยคือโครงสร้าง those who ที่อาจารย์เพิ่งสอนไปครับ โจทย์อาจจะเว้นช่องว่างเช่น “_______ who wish to attend the seminar must register online.” ตัวเลือก A) These, B) They, C) Those, D) That ข้อนี้ตอบ C) Those ทันทีเลยครับ เพราะเป็นสำนวนมาตรฐานที่ใช้คู่กับ who เพื่อหมายถึง “บรรดาผู้ที่…” ครับ
จุดหลอกและวิธีทำคะแนน (TOEIC Tips)
ทริคการทำคะแนนจากอาจารย์คือ “จงสแกนหา s ท้ายคำนาม และ s ท้ายคำกริยาเสมอ” ครับ เมื่อคุณเจอโจทย์ที่ทดสอบเรื่องนี้ ให้กวาดสายตาดูบริบทรอบๆ ช่องว่างทันที
ถ้าคำนามมี s/es แสดงว่าเป็นพหูพจน์ คุณต้องเล็งไปที่ these หรือ those แต่ถ้าเป็นคำนามเอกพจน์ หรือนามนับไม่ได้ ให้มองหา this หรือ that ครับ และที่สำคัญอย่าลืมดูกริยาด้วย ถ้ากริยาเป็น is, has, หรือ V.s/es ประธานก็ต้องเป็นเอกพจน์ (this/that) ครับ
จุดหลอกอีกข้อที่ต้องระวังคือการใช้ that เพื่อแทนคำนามนับไม่ได้ที่ถูกกล่าวไปแล้วเพื่อหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ เช่น “The weather in Bangkok is hotter than _______ in London.” (อากาศในกรุงเทพฯ ร้อนกว่าอากาศในลอนดอน) ข้อนี้ห้ามตอบ the weather ซ้ำนะครับ แต่ต้องใช้ that เพื่อแทนที่ the weather ที่เป็นนามเอกพจน์ครับ ถือเป็นโครงสร้างปราบเซียนที่ข้อสอบรักมากครับ
สรุปประเด็นสำคัญ Key Takeaways
- 📌 this (นี่) / these (เหล่านี้) = สิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวผู้พูด หรือเหตุการณ์ปัจจุบัน
- 📌 that (นั่น) / those (เหล่านั้น) = สิ่งของที่อยู่ไกลตัวผู้พูด หรือเหตุการณ์ในอดีต
- ✅ เอกพจน์ (Singular) = this และ that ใช้กับคำนามชิ้นเดียว/คนเดียว และคำนามนับไม่ได้
- ✅ พหูพจน์ (Plural) = these และ those ใช้กับคำนามที่มี 2 ชิ้นขึ้นไป (ต้องเติม s/es)
- ⚠️ those who = สำนวนระดับสูงแปลว่า “บรรดาผู้ที่…” นิยมออกข้อสอบบ่อยมาก
Mini Quiz ทดสอบความเข้าใจ
จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพื่อเติมลงในช่องว่างของประโยคต่อไปนี้:
1. Look at _______ beautiful clouds in the sky.
A) this
B) that
C) those
2. _______ is my new assistant, Mr. Parker. (แนะนำคน)
A) This
B) These
C) That
3. Do you want to review _______ documents on your desk?
A) this
B) these
C) that
4. The shoes in this store are cheaper than _______ in the mall.
A) that
B) this
C) those
5. _______ who complete the survey will receive a discount code.
A) They
B) Those
C) These
👉 ดูเฉลยพร้อมคำอธิบายได้ที่ท้ายบทความหลังส่วนคำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ทำไมถึงใช้ these people แทนที่จะเป็น these peoples
เพราะคำว่า people เป็นรูปพหูพจน์ (Plural) ของคำว่า person (บุคคล) อยู่แล้วโดยธรรมชาติครับ มันจึงมีความหมายแปลว่า “ผู้คนหลายคน” ไม่จำเป็นต้องเติม s ซ้ำอีก ดังนั้นจึงต้องใช้คู่กับ these เพื่อให้สอดคล้องกันครับ
2. เราสามารถใช้ this วันนี้ แล้วใช้ that พรุ่งนี้ได้ไหม
ได้เลยครับ นี่คือเรื่องของระยะห่างทางเวลา (Time Distance) สมมติว่าวันนี้คุณไปทานอาหารมา คุณจะพูดว่า “This meal is delicious.” (มื้อนี้อร่อย) แต่พอวันรุ่งขึ้นคุณไปเล่าให้เพื่อนฟัง คุณต้องเปลี่ยนเป็น “That meal was delicious.” (มื้อนั้นอร่อย) เพราะเหตุการณ์มันผ่านไปแล้วครับ
3. ในการเขียนอีเมล ถ้ามีการแนบไฟล์มาด้วย ควรใช้คำไหน
ถ้าคุณเป็นคนส่งและกำลังพูดถึงไฟล์ที่แนบมากับอีเมลฉบับนั้น ให้ใช้ this ครับ เช่น “Please see this attached file.” เพราะถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่ในมือคุณหรือนำเสนออยู่ในขณะนี้ครับ
4. คำว่า those แปลว่า “พวกเขา” ได้เหมือนคำว่า they ไหม
ไม่เหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ they เป็นบุรุษสรรพนาม (Personal Pronoun) ใช้แทนกลุ่มคนทั่วๆ ไปที่ถูกกล่าวถึงมาแล้ว ส่วน those เน้นการ “ชี้เฉพาะเจาะจง” ว่าเป็นกลุ่มคนกลุ่มนั้นๆ (Demonstrative) และมักจะใช้ในโครงสร้าง those who เพื่อเจาะจงคุณสมบัติครับ
5. ถ้ามีสิ่งของ 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งอยู่ใกล้ อีกชิ้นอยู่ไกล จะพูดอย่างไร
สามารถใช้คู่กันในประโยคเปรียบเทียบได้เลยครับ เช่น “I like this shirt better than that one.” (ฉันชอบเสื้อตัวนี้มากกว่าตัวนั้น) การใช้ this กับ that มาตัดกัน จะช่วยให้ผู้ฟังเห็นภาพระยะทางที่ต่างกันได้อย่างชัดเจนครับ
มาตรวจคำตอบ Mini Quiz กันเลยครับ ใครทำถูกทุกข้อถือว่าเข้าใจพื้นฐานทะลุปรุโปร่งแล้วครับ
ข้อ 1 ตอบ C) those
เหตุผล: clouds (เมฆ) มี s เป็นพหูพจน์ และ in the sky (บนท้องฟ้า) เป็นระยะไกล ดังนั้นต้องใช้พหูพจน์ระยะไกล คือ those ครับ
ข้อ 2 ตอบ A) This
เหตุผล: ตามธรรมเนียมการแนะนำบุคคลให้รู้จักกัน เราจะใช้โครงสร้าง “This is + ชื่อบุคคล” เสมอครับ ถือเป็นมารยาทพื้นฐานทางสังคมในภาษาอังกฤษ
ข้อ 3 ตอบ B) these
เหตุผล: documents (เอกสาร) มี s เป็นพหูพจน์ และ on your desk (บนโต๊ะของคุณซึ่งอยู่ตรงหน้า) ถือเป็นระยะใกล้ จึงต้องใช้ these ครับ
ข้อ 4 ตอบ C) those
เหตุผล: ประโยคนี้เป็นการเปรียบเทียบ รองเท้า (The shoes – พหูพจน์) ในร้านนี้ กับ รองเท้าในห้าง เพื่อไม่ให้พูดคำว่า The shoes ซ้ำ เราจึงต้องใช้ Pronoun รูปพหูพจน์ระยะไกล คือ those มาแทนที่ครับ (โครงสร้างนี้ข้อสอบชอบออกมาก)
ข้อ 5 ตอบ B) Those
เหตุผล: เป็นสำนวนภาษาอังกฤษระดับสูง “Those who…” แปลว่า “บรรดาผู้ที่…” ใช้เพื่อระบุกลุ่มคนที่มีลักษณะตามที่ระบุในอนุประโยค (ในที่นี้คือ ผู้ที่ทำแบบสอบถามเสร็จ) ห้ามใช้ They who เด็ดขาดครับ




