เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี บนเฟซบุ๊ก กดติดตามได้เลย
บทเรียนภาษาอังกฤษฟรี มากมาย!
คลิก Google
แล้วพิมพ์ อ.ต้นอมร

การใช้ what is she like

การใช้ what is she like ใช้ verb to be + like จะเป็นการบอกลักษณะ มักใช้ตั้งคำถาม เช่น เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค What is she like? แปลว่า หล่อนเป็นคนแบบไหน / เป็นคนอย่างไร What does she like? แปลว่า หล่อนชอบอะไร ตัวอย่างการตอบ ถาม: What is she like? ตอบ: She is very kind. What does she look like? แปลว่า หล่อนหน้าตาอย่างไร ** สังเกตความหมายจากการใช้ verb to be เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยคเปรียบเทียบ I like…

Noun Phrase กับ Noun Clause คืออะไร

Noun Phrase กับ Noun Clause คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร Noun Phrase คือ นามวลี กลุ่มคำที่ประกอบขึ้นจากคำต่างๆ ตั้งแต่ 2 คำขึ้นไป โดยมีคำนาม (noun) หรือสรรพนาม (pronoun) เป็นคำหลัก และมีส่วนขยาย (modifier) มาช่วยขยายคำหลักให้ได้ใจความมากยิ่งขึ้น แต่ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์เหมือนประโยค Noun Clause คือ นามานุประโยค อนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ซึ่ง Noun Clause สามารถเป็นประธานของกริยา กรรม ของกริยา หรือกรรมของบุพบทก็ได้ โดยมักขึ้นต้นด้วยคำว่า what, when, where, why, which, who, whom, whose, whether, how, that

การใช้ try to do และ try doing

การใช้ try to do และ try doing ในภาษาอังกฤษ การใช้ try to do และ try doing มีข้อแตกต่างกันดังนี้คือ ** การแปลความหมาย * Try to do หมายถึง พยายามทำ ด้วยความอุตสาหะ [โครงสร้าง try to + verb] ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ – I tried to keep my eyes open but I couldn’t. แปลว่า ฉันพยายามถ่างตาให้เปิดแล้ว แต่ก็ไม่ได้ (ง่วงมากๆ ลืมตาไม่ขึ้น) * Try doing หมายถึง ทดลอง ลองทำ ทดสอบ [โครงสร้าง…

สรุปหลักการใช้ Present simple tense โครงสร้าง และตัวอย่างประโยค

Present simple tense โครงสร้างประโยคภาษาอังกฤษ Subject (ประธาน) + Verb (กริยา) ตัวอย่างการใช้ Present simple tense เช่น มาร์คมีอาชีพเป็นคนขับรถแท็กซี่ แต่ตอนนี้เขากำลังนั่งดูโทรทัศน์อยู่ เราสามารถบอกว่า He is not driving a taxi. = เขาไม่ได้กำลังขับรถแท็กซี่ (ประโยคนี้ใช้ Continuous เพื่อบอกสิ่งที่กำลังทำ หรือไม่ได้กำลังทำ ณ ขณะนั้น) แต่เราสามารถพูดเป็นภาษาอังกฤษโดยใช้ Present Simple Tense ว่า He drives a taxi. = เขาขับแท็กซี่ (ขับแท็กซี่เป็นประจำ อาชีพของเขาคือขับรถแท็กซี่) สิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษควรรู้ ประธานบุรุษที่ 3 เอกพจน์ (he, she, it) เมื่อใช้ใน Present simple คำกริยาจะต้องผันตามประธาน…

การใช้ as บอกเหตุผล และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ตัวอย่างพร้อมแปล

as (reason / time) บทเรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง การใช้ as บอกเหตุผล และเวลา[สถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน] * การใช้ as บอกเหตุผล (reason) บางครั้ง as ก็ให้ความหมายเชิงบอกเหตุผล แปลเหมือนคำว่า because ก็ได้เช่นกัน โดยให้ความหมาย ว่า เพราะว่า…, ด้วยเหตุว่า… เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค – As it was a public holiday, all the shops were shut. [ให้ความหมาย because it was a public holiday … ] แปลว่า เพราะเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ร้านค้าทั้งหมดจึงปิด – As they live near…

Comparison การเปรียบเทียบ 3 ขั้น ธรรมดา กว่า สูงสุด สรุปโครงสร้าง ตัวอย่างประโยค

Comparison การเปรียบเทียบ (Comparison) อีกสิ่งที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษควรรู้ คือ “การเปรียบเทียบ” โดยในบทเรียนภาษาอังกฤษบทนี้ จะพูดถึงการ เปรียบเทียบ (Comparison) 3 ขั้น คือ 1. การเปรียบเทียบขั้นธรรมดา (Positive degree) 2. การเปรียบเทียบขั้นกว่า (Comparitive degree) 3. การเปรียบเทียบขั้นสูงสุด (Superlative degree) เรียนภาษาอังกฤษจากโครงสร้างและตัวอย่างประโยค 1. Positive degree (การเปรียบเทียบขั้นธรรมดา) * โครงสร้างประโยคเปรียบเทียบขั้นธรรมดา as + (adjective) + as ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ – Adam is as old as his girl-friend is. – This movie is as interesting as that…

การใช้ do และ would you mind รูปประโยคขอร้อง การตอบคําถาม ตัวอย่างพร้อมแปล

would you mind ในการถามใครก่อนที่จะทำบางอย่าง ประมาณว่า “คุณจะว่าอะไรไหม” / “จะเป็นอะไรไหม” ในภาษาอังกฤษ สามารถใช้ mind (Do you mind) และ Would you mind เพื่อสร้างประโยคดังกล่าวได้ โดยที่ Would you mind จะสุภาพและมักใช้กันมากกว่า เรามาเรียนรู้โครงสร้างประโยค และมารยาทในการถามและการตอบกันครับ ** การถาม * การใช้ mind โครงสร้างประโยคการใช้ mind ถาม Do you mind + v.ing เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค – Do you mind turning down the volume a little, please? แปลว่า คุณจะรังเกียจไหม(จะว่าอะไรไหม)หาก[ช่วย]เบาเสียงลงให้หน่อย โครงสร้างประโยค Do…

almost กับ nearly ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ พร้อมคำแปล

almost กับ nearly ในภาษาอังกฤษ almost กับ nearly แปลโดยให้ความหมายทำนองว่า เกือบจะ, จวนเจียน เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค * กรณีที่ใช้ almost และ nearly แทนกันได้ ตัวอย่างประโยค – Don’t give up! You’re almost there. หมายถึง อย่าล้มเลิกนะ คุณใกล้ถึงแล้ว – It’s time for bed. It’s nearly 10 o’clock. แปลว่า ได้เวลานอนแล้ว เกือบจะสี่ทุ่มแล้ว – Their CD has sold almost 90,000 copies in the last week. แปลว่า ซีดีของพวกเขาจำหน่ายไปเกือบเก้าหมื่นแผ่นในสัปดาห์ที่แล้ว

begin กับ start ต่างกันอย่างไร ความแตกต่างระหว่างสองคำนี้ ตัวอย่างพร้อมคำแปล

begin กับ start ความแตกต่างระหว่าง begin กับ start ในภาษาอังกฤษ คำว่า begin และ start ให้ความหมายว่า “เริ่ม” เหมือนกันทั้งสองคำ แต่คำว่า begin จะเป็นทางการมากกว่าคำว่า start ลองดูการใช้อื่นๆ ของสองคำนี้ รวมถึงข้อควรระวัง และกรณีที่ใช้ต่างกันครับ * คำว่า begin แปลว่า เริ่ม เป็นกริยาอปกติ (irregular verb) ช่องที่ 2 คือ began และช่องที่ 3 คือ begun เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค – When do you start your new job? แปลว่า คุณเริ่มงานใหม่เมื่อไหร่ – When did you begin…

การใช้ affect กับ effect ใช้ต่างกันอย่างไร ออกเสียงอย่างไร ตัวอย่างพร้อมแปล

affect กับ effect การใช้ affect กับ effect ใช้ต่างกันอย่างไร และ affect กับ effect ออกเสียงอย่างไร * คำอ่าน อ่านว่าอย่างไร คำอ่านและการออกเสียงตามพจนานุกรม เป็นดังนี้ affect (อะเฟคทฺ’) /əˈfekt/ effect (อิเฟคทฺ’) /ɪˈfekt/ [อเมริกันออกเสียงเป็น /əˈfekt/] * ความหมาย หมายความว่าอย่างไร affect เป็นคำกริยา หมายถึง ส่งผล effect เป็นคำนาม หมายถึง ผล * affect กับ effect ใช้ต่างกันอย่างไร เรียนภาษาอังกฤษจากตัวอย่างประโยค การใช้ affect เป็น verb (คำกริยา) – The cold weather has really affected…