สรุปไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ (English Grammar) ฉบับสมบูรณ์ที่สุด อัปเดต 2569

สรุป Grammar

Expert Introduction

สรุป Grammar โดย อาจารย์อมร (PhD student, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) บทเรียนที่ออกแบบมาเพื่อให้คุณสื่อสารในโลกธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ

เชื่อไหมครับว่า การเก่งภาษาอังกฤษไม่ได้เริ่มที่การ ‘ท่องจำ’ แต่เริ่มที่การ ‘เข้าใจโครงสร้าง’ ครับ…

ในหน้านี้ อาจารย์ต้นอมร (กำลังศึกษาปริญญาเอกด้านการศึกษา และจบปริญญาโททางด้านภาษาอังกฤษ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) ได้รวบรวมและเรียบเรียง สรุปแกรมม่าภาษาอังกฤษ ทั้งหมดที่สำคัญ ตั้งแต่พื้นฐานจนถึงระดับสูง โดยออกแบบมาให้เหมาะสมกับคนไทยที่อยากสื่อสารได้จริง ทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงานในระดับสากลครับ

ถาม: ทำไมต้องเรียนกับ อ.ต้นอมร?

ตอบ: เนื้อหาที่นี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในตำรา แต่ผ่านการกลั่นกรองจากประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัย เพื่อให้คุณนำไวยากรณ์ไปใช้สร้างโอกาสในโลกธุรกิจได้อย่างมืออาชีพ

ขั้นตอนการเรียน (Grammar Learning Roadmap)

คุณควรเริ่มเรียน Grammar จากตรงไหนก่อน?
หากคุณรู้สึกสับสนว่า Grammar มีเยอะขนาดนี้จะเริ่มตรงไหน อ.ต้นอมรแนะนำให้เดินตาม 4 Step Roadmap นี้ครับ

  • Step 1: Parts of Speech (หน้าที่ของคำ) – เหมือนการรู้จักตัวละครก่อนเริ่มเล่นเกม ถ้าไม่รู้ว่าใครทำอะไร หน้าที่ไหน การแต่งประโยคภาษาอังกฤษจะยากมากครับ
  • Step 2: Tenses (กาลเวลา) – เรียนรู้วิธีบอกเล่าเหตุการณ์ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ให้ถูกกาละเทศะและไวยากรณ์
  • Step 3: Sentence Structure (โครงสร้างประโยค) – นำคำมาต่อกันให้เป็นประโยคภาษาอังกฤษที่สมบูรณ์ ทั้งประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และคำถาม
  • Step 4: Advanced Grammar (ไวยากรณ์ระดับสูง) – เช่น Passive Voice, If-Clause หรือ Relative Clause เพื่อเพิ่มความสละสลวยในการสื่อสารภาษาอังกฤษ

Grammar มีอะไรบ้าง

ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ (Grammar) ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษที่จะนำไปสู่การสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทเรียนภาษาอังกฤษบทนี้จึงนำเสนอสรุปแกรมม่าภาษาอังกฤษทั้งหมดอย่างครบถ้วน ฉบับสมบูรณ์ที่สุด 2026 เข้าใจง่าย ค่อย ๆ ศึกษาไวยากรณ์ภาษาอังกฤษให้ครบทุกหัวข้อว่า grammar มีอะไรบ้าง สรุปแกรมม่ามีทั้งหมดกี่เรื่อง เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้ครบทั้ง 4 ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน โดยหัวข้อหลักของ Grammar ภาษาอังกฤษ ก่อนที่จะแยกย่อยออกเป็นหัวข้อแกรมม่าต่าง ๆ มีดังนี้

สรุปแกรมม่า เข้าใจง่าย

สามารถกดอ่านหัวข้อแกรมม่าที่ต้องการได้เลยครับ มีทั้งอธิบายแกรมม่าแบบละเอียด พร้อมชีทสรุปแกรมม่า PDF และแบบฝึกหัด ฟรี

  • Parts of Speech

    • Noun คือ คำนาม ใช้เรียกแทน คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรือแนวคิดต่างๆ เช่น Teacher, Cat, Bangkok, Happiness
    • Pronoun คือ คำสรรพนาม คำที่ใช้เรียกแทนคำนามเพื่อลดการกล่าวซ้ำ เช่น I, You, We, They, He, She, It
    • Verb คือ คำกริยา หัวใจสำคัญของประโยคที่บอกการกระทำหรือสภาวะ เช่น Eat, Walk, Feel หรือกริยาช่วยอย่าง Is, Am, Are
    • Adverb คือ คำกริยาวิเศษณ์ ใช้ขยายกริยา คุณศัพท์ หรือวิเศษณ์ด้วยกันเอง เพื่อบอกว่าทำอย่างไร บ่อยแค่ไหน เช่น Quickly, Always, Very
    • Adjective คือ คำคุณศัพท์ ใช้ขยายคำนามเพื่อบอกลักษณะหรือคุณภาพให้ชัดเจนขึ้น เช่น Good, Beautiful, Professional
    • Preposition คือ คำบุพบท คำที่ใช้เชื่อมคำนามหรือสรรพนามเพื่อบอกตำแหน่ง เวลา หรือทิศทาง เช่น In, On, At, Under
    • Conjunction คือ คำสันธานหรือคำเชื่อม คำเชื่อมที่ใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยคเข้าด้วยกัน เช่น And, But, Or, Because
    • Interjection คือ คำอุทาน คำสั้นๆ ที่ใช้แสดงอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทันที เช่น Oh!, Wow!, Ouch!
  • Tenses

    • Present Tense
      • Present Simple tense ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็นความจริงทั่วไป นิสัย หรือตารางเวลาที่แน่นอน
      • Present Continuous tense ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะที่พูด หรือแผนการในอนาคตอันใกล้
      • Present Perfect tense ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและยังส่งผลถึงปัจจุบัน หรือเพิ่งจบลงใหม่ๆ
      • Present Perfect Continuous tense เน้นย้ำความต่อเนื่องของเหตุการณ์ที่ทำมาตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้อย่างไม่ขาดตอน
    • Past Tense
      • Past Simple tense ใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต มักระบุเวลาชัดเจน
      • Past Continuous tense ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต
      • Past Perfect tense ใช้เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงก่อนหน้าอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต
      • Past Perfect Continuous tense ใช้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในอดีต
    • Future Tense
      • Future Simple tense ใช้กับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต การตัดสินใจ หรือการทำนาย
      • Future Continuous tense ใช้กับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นตามช่วงเวลาที่ระบุไว้อย่างชัดเจนในอนาคต
      • Future Perfect tense ใช้บอกว่าเหตุการณ์หนึ่งจะเสร็จสมบูรณ์ ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคต
      • Future Perfect Continuous tense เน้นบอกระยะเวลาที่เหตุการณ์หนึ่งจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงจุดหนึ่งในอนาคต
  • Phrase (วลี), Clause (อนุประโยค), Sentence (ประโยค)

    • Noun phrase กลุ่มคำที่นำมารวมกันเพื่อทำหน้าที่เหมือนคำนามเพียงคำเดียวในประโยค ช่วยให้เราสื่อสารได้เฉพาะเจาะจงมากขึ้นว่าสิ่งนั้นมีลักษณะอย่างไร เช่น The smart student หรือ A very expensive car
    • Verb phrase
    • Adjective phrase
    • Adverb phrase
    • Prepositional phrase
    • Main Clause หรือ Independent Clause
    • Subordinate Clause หรือ Dependent Clause
  • If-Clause หรือ Conditional Sentences (ประโยคเงื่อนไข)

    • If Clause type 0 ใช้กับเหตุการณ์ที่เป็น “ความจริงเสมอ” หรือกฎทางวิทยาศาสตร์ เช่น ถ้าทำสิ่งนี้ ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นแน่นอน (If + Present Simple, Present Simple)
    • If Clause type 1 ใช้กับเหตุการณ์ที่ “เป็นไปได้จริง” ในอนาคต เป็นการตั้งเงื่อนไขที่คาดการณ์ว่าน่าจะเกิดขึ้น (If + Present Simple, Will + Verb Inf.)
    • If Clause type 2 ใช้กับเหตุการณ์ที่ “สมมติหรือจินตนาการ” ที่ตรงข้ามกับความจริงในปัจจุบัน หรือเรื่องที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก (If + Past Simple, Would + Verb Inf.)
    • If Clause type 3 ใช้กับเรื่องที่ “สายเกินไปแล้ว” เป็นการสมมติถึงเหตุการณ์ที่ตรงข้ามกับความจริงในอดีต มักใช้แสดงความเสียดาย (If + Past Perfect, Would have + V.3)

ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด

ดูบทเรียน Grammar ทั้งหมด

บทเรียนต่อไป

อาจารย์ต้นอมร

รู้จักกับผู้เขียน (About the Author)

อาจารย์อมร เชิงรุ่งโรจน์ (อ.ต้นอมร)
PhD
Student (มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษและ Digital Marketing มุ่งเน้นการถ่ายทอดความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยบูรณาการความรู้ด้าน ภาษาอังกฤษ, AI และความเป็นผู้ประกอบการ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ
tense
คำคมภาษาอังกฤษ

แชร์ไว้อ่าน